รัฐบาลลาว-นักลงทุนเกาหลีใต้ เพิ่งเริ่มต้นเจรจาเรื่องค่าเยียวยาเขื่อนแตก เผยชาวบ้านเมืองสนามไชยสุดแสนยากจนยังถูกซ้ำเติม

0

สำนักข่าว VOA ภาษาลาว รายงานเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า ทางการลาวและผู้ลงทุนเกาหลีใต้ได้เริ่มการเจรจาเพื่อกำหนดมูลค่าการจ่ายเงินชดเชยให้กับประชาชนที่เสียหายจากภัยพิบัติจากเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกที่แขวงอัตตะปือ โดยนายบุญโฮม พิมมะสาน เจ้าเมืองสะหนามไซย แขวงอัตตะปือ แถลงยืนยันว่า เจ้าหน้าที่เมืองสนามไซยและกลุ่มผู้ลงทุนในโครงการเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยได้เริ่มการเจรจากับประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ จากรณีเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก โดยปัจจุบันได้เริ่มการเจรจาเพื่อกำหนดอัตตราการชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับยานพาหนะต่างๆ และหลังจากนั้นจึงจะเจราเพื่อกำหนดอัตราการชดเชยค่าเสียหายที่เกิดต่อทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ต่อไป

“ตอนนี้ระดับนโยบายก็ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องของค่าเสียหายต่อพาหนะ ซึ่งได้มีการมอบบัญชีพาหนะที่สำรวจแล้วของบ้านใหม่ ส่วนบ้านอื่นๆต้องรอไปตามลำดับ รวมถึงเรื่องทรัพย์สินอื่นๆ ที่เป็นไร่นา ที่สวน วัวควาย หรือว่าบ้านเรือนต่างๆ ก็จะมีการแก้ไขไปเป็นระยะต่อไป” นายบุญโฮม กล่าว

ทั้งนี้เมื่อสิ้นเดือนมกราคม 2562 ที่ผ่านมา ทางการลาวได้ร่วมมือกับกลุ่มผู้ลงทุนจากเกาหลีใต้ ได้ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ที่สูญหายจากภัยพิบัติครั้งนั้น จำนวนทั้งหมด 71 ราย รายละ 10,000 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 320,000 บาท โดยเงินชดเชยดังกล่าวนี้ไม่รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งปลูกสร้าง ไร่นาและทรัพย์สินอื่นๆของประชาชนแต่อย่างใด ซึ่งจะมีกาประเมินระยะต่อไป

นางวิไลพอน วอละพิน หัวหน้าแผนกกสิกรรมป่าไม้แขวงอัตตะปือ กล่าวยืนยันว่า การบุกเบิกพื้นที่กสิกรรมสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อยู่เมืองสนามไซยกำลังดำเนินการ โดยมีการเก็บข้อมูลด้านกสิกรรมในเขตเมืองสนามไซยที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา พบว่า พื้นที่ปลูกข้าวเสียหายกว่า 8,050 เฮกตาร์ หรือประมาณ 51,520 ไร่ ในพื้นที่ 6 หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบหนักมากที่สุดคือ บ้านหินลาด บ้านสะหมองใต้ บ้านท่าหิน บ้านใหม่ บ้านท่าแสงจัน และบ้านใหญ่แท ที่มีประชากรรวมกันกว่า 7,095 คน ใน 1,611 ครอบครัว

อนึ่ง เมืองสนามไซยเป็นเมืองหนึ่งที่ประชาชนยากจนมากที่สุดในแขวงอัตตะปือ ประชากรทั้งหมดของเมืองคือ 36,000 กว่าคน 6,771 ครอบครัว ใน 40 หมู่บ้าน จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติดังกล่าว 13 หมู่บ้าน 2,717 ครอบครัว หรือ 13,067 คน โดยหมู่บ้านเสียหาย100 เปอร์เซ็นต์ คือ 6 หมู่บ้านดังกล่าวที่ได้มีการอพยพมาอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่สร้างขึ้นใหม่ จำนวน 5 จุดด้วยกัน คือ จุดโรงเรียนประถมบ้านหาดยาวและบ้านดงบาก ซึ่งผู้ประสบภัยได้เข้าไปอยู่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมาส่วนจุดที่บ้านตะหม่อยอด บ้านดอนจิกและบ้านปินดง คาดว่าจะก่อสร้างและอพยพผู้ประสบภัยเข้าไปอยู่อาศัยอย่างครบถ้วนในเร็ว ๆ นี้

โดยที่ผ่านมาผู้ประสบภัยก็ได้รับการช่วยเหลือครอบครัวละ 500,000 กีบ หรือ 1,886 บาท และเงินช่วยเหลือเดือนละ 100,000 กีบหรือ 400 บาทต่อเดือน นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 เป็นต้นมา พร้อมด้วยเงินค่าอาหารวันละ 5,000 กีบ หรือ 20 บาท หรือ ข้าว 20 กิโลกรัมต่อเดือน ส่วนครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเงิน 1 ครอบครัว 500,000กีบหรือ 1,886 บาท สำหรับการจัดงานศพตามประเพณี

ที่มา https://lao.voanews.com/a/lao-and-korea-investors-negotiate-on-compensation-for-flood-victim-in-atp/4781535.html?fbclid=IwAR10va6n5AGZDG6Mhv3m3NqQoe1v4e6GMdAf8RMbwAwWbqQTxizkSOK3mD8

Share.

Comments are closed.