นำร่องให้สัญชาติ “น้องเกื้อ” เด็กไร้รากเหง้าในสถานสงเคราะห์-เตรียมขยายผลไปทั่วประเทศ

0

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 ที่สำนักงานเขตสาทร  กทม. นายกิตติพัทธ์ กลาภรพิพัฒน์หรือน้องเกื้อ เด็กไร้รากเหง้าวัย 18 ปีที่อยู่ในการดูแลของสถานสงเคราะห์บ้านมหาเมฆ ได้รับบัตรประจำตัวประชาชนไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการนำร่องในการแก้ไขปัญหาคนไร้รากเหง้าตามคณะรัฐมนตรีวันที่ 7 ธันวาคม 2559

ทั้งนี้น้องเกื้อ อายุ 18 ปี เกิดและถูกทอดทิ้งที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ถูกส่งตัวเข้ารับการสงเคราะห์ในสถานสงเคราะห์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)  ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่สถานสงเคราะห์บ้านมหาเมฆ และกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยมีความสามารถเป็นนักกีฬาทั้งฟุตบอลและบาสเกตบอล  นอกจากนี้ยังเป็นนักดนตรีเล่นกีตาร์เบส วงดนตรีของโรงเรียน และวงโยธวาทิตของโรงเรียนด้วย

นายกิตติพัทธ์กล่าวว่า  รู้สึกดีใจมากที่ได้รับสัญชาติไทย  ที่ผ่านมาเป็นเด็กไร้สัญชาติ คิดว่าคงไม่สามารถเรียนหนังสือระดับสูงๆและทำงานดังเช่นคนอื่นได้  เมื่อได้สัญชาติไทยจะตั้งใจเรียนหนังสือ เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยตนสนใจด้านวิศวกรรมและด้านช่าง  เมื่อจบการศึกษาอยากทำงานเป็นอาจารย์ทางด้านนี้

นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสัญชาติ เปิดเผยว่า คนไร้รากเหง้าคือ คนที่ไม่ปรากฏบิดามารดา หรือบิดามารดาทอดทิ้ง ทำให้ไม่มีผู้มารับรองการได้สัญชาติตามหลักสายเลือด  จึงไม่สามารถพิสูจน์สัญชาติได้ กลายเป็นคนไร้สัญชาติ  จนมีมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 7 ธันวาคม 2559 ให้คนไร้รากเหง้าที่ไร้สัญชาติและเกิดในประเทศไทยมายื่นขอสัญชาติไทยได้

นายสุรพงษ์กล่าวว่า น้องเกื้อมีคุณสมบัติได้รับสัญชาติไทยตามมติครม.ซึ่งทางสถานสงเคราะห์บ้านมหาเมฆได้ยื่นขอสัญชาติไทยตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2562 ซึ่งเป็นวันก่อนวันเด็กจนในวันนี้ 11 เมษายน กระบวนการรับรองและออกเอกสารสัญชาติไทยของน้องเกื้อสำเร็จสมบูรณ์  โดยได้รับการเพิ่มชื่อและจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนคนไทยที่สำนักงานเขตสาทร

“กรณีนายกิตติพัทธ์หรือน้องเกื้อ เป็นกรณีตัวอย่างในการช่วยเหลือเด็กไร้รากเหง้าในการดูแลของสถานสงเคราะห์ ให้ได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมาย  ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2562 จะจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์จากทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือเด็กไร้รากเหง้าในสถานสงเคราะห์ให้ได้รับสัญชาติไทยและสิทธิตามกฎหมายต่อไป” นายสุรพงษ์ กล่าว

Share.

Comments are closed.