คุกคามหนักฝ่ายต้านเขื่อนกั้นแม่น้ำอิรวดีเส้นเลือดใหญ่พม่า-แกนนำเผยส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ชาวบ้านเสนอเรี่ยไรจ่ายค่าชดเชยให้นักลงทุนที่จ่ายไปแล้ว “บิ๊กตู่”- “อองซานซูจี”ยกทีมใหญ่ไปจีนร่วมประชุมหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง

0

ขอบคุณภาพจาก RFA

เมื่อวันที่ 23 เมษายน ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวชายขอบได้รับการเปิดเผยจากแกนนำในการเดินขบวนประท้วงคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนมิตส่งกั้นแม่น้ำอิรวดีในรัฐคะฉิ่น ทางตอนเหนือของประเทศพม่า ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีประชาชนหลายพันคนเข้าร่วม ก่อนที่นางอองซานซูจี ผู้นำประเทศจะเดินทางไปร่วมประชุมโครงการBelt and Road Initiative หรือ BRI หรือที่เรียกกันว่าหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ที่ประเทศจีน ว่าขณะนี้การประท้วงยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และประชาชนพม่าจำนวนต่างเห็นด้วยกับการประท้วงครั้งนี้เพราะแม่น้ำอิรวดีถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศพม่าโดยมีประชาชนจำนวนมากพึ่งพาอยู่กับแม่น้ำสายนี้ หากมีการสร้างเขื่อนกั้นในตอนบนจะส่งผลกระทบมหาศาล อย่างไรก็ตามขณะนี้นักล๊อบบียีสต์จีนในพม่าได้ทำงานอย่างหนักในการสนับสนุนโครงการ และมีการออกข่าววิพากษ์วิจารณ์กลุ่มประชาชนที่เดินขบวน ทั้งในทางหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ รวมทั้งการคุกคามด้วยวิธีการต่างๆเพื่อให้ยุติการประท้วง

แผนที่แม่น้ำอิรวดี เลือดใหญ่ของพม่า (ภาพ Burma River Network)

แกนนำประท้วงครั้งนี้ได้เปิดเผยถึงข้อความในจดหมายที่ภาคประชาชนได้ร่วมกันลงชื่อและส่งถึงนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนโดยระบุว่า ประชาชาชาวพม่ารู้สึกตื่นตระหนกเมื่อได้ฟังคำพูดจากเอกอัคราชทูตจีนประจำพม่าซึ่งกล่าวถึงการฟื้นโครงเขื่อนมิตส่ง (Myitsone Dam) ซึ่งได้ถูกประกาศระงับไปตั้งแต่ปี 2011 เนื่องจากถูกประชาชนพม่าต่อต้าน ความกังวลของชาวพม่าเกี่ยวกับผลกระทบจากเขื่อนนี้มีอย่างมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่น้ำอิรวดีซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความภูมิใจของคนพม่าจะเกิดความเสียหายอย่างไม่สามารถฟื้นคืนได้ โดยพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์คะฉิ่น จะถูกทำลาย สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของแม่น้ำสายนี้จะได้รับความเสียหาย กระบวนการเจรจาต่อรองเพื่อสันติภาพในพม่าจะได้รับผลกระทบ

“มิตส่ง” จุดบรรจบของแม่น้ำสองสาย ต้นกำเนิดแม่น้ำอิรวดี ในรัฐคะฉิ่น

ในเนื้อหาของจดหมายยังระบุว่า พวกเราเห็นว่าข้อกังวลของประชาชนพม่าถูกเพิกเฉยและยังมีการตัดสินใจเดินหน้าโครงการ ในฐานะประชาชนพม่าถือว่าสิ่งนี้เป็นการกระทำที่ใช้อำนาจเหนือความภาคภูมิใจของชาติ ซึ่งความเสียหายนี้อาจดำรงถึงประชาชนรุ่นต่อๆ ไปในอนาคต

“สิ่งนี้สะท้อนถึงการแตกกิ่งก้านของความสัมพันธ์ระหว่างพม่าและจีนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ประชาชนชาวพม่าจะไม่ยอมรับเขื่อนใดๆ บนแม่น้ำอิรวดีรวมถึงโครงการเขื่อนมิตส่ง อย่างไรก็ตามในฐานะประชาชนที่มีความรับผิดชอบ จึงขอเสนอที่จะคืนค่าลงทุนซึ่งระบุไว้ในสัญญาของโครงการ เราจะชดเชยให้เต็มจำนวนโดยประชาชนชาวพม่า หวังว่าข้อเสนอนี้ท่านจะยอมรับได้”

วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำอิรวดี (ภาพ Salween Post)

ในจดหมายที่เขียนถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยังระบุด้วยว่า โครงการ BRI ถูกเสนอว่าเป็นพื้นที่และโอกาสที่ประชาชนร่วมมือกัน เราชื่นชมในหลักการนี้ เราจึงขอเรียกร้องให้ท่านกรุณารับข้อเสนอในเงินการชดเชยเพื่อที่จะยุติโครงการเขื่อนมิตส่ง ซึ่งข้อเสนอนี้นับเป็น 1 ในการมีส่วนร่วมซึ่งระบุไว้ใน BRI หากรับข้อเสนอนี้ จีนก็จะเป็นเพื่อนบ้านที่มีความยุติธรรมและโปร่งใส ตลอดจนเคารพกันและกัน และสะท้อนว่า BRI มีประสิทธิภาพและโปร่งใสจริง

แม่น้ำอิรวดีก่อนพระอาทิตย์ตก (ภาพ Salween Post)

ทั้งนี้ระหว่างวันที่ 26-27 เมษายน 2562 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน จะมีการประชุมเวทีข้อริเริ่มหนึ่งแถบและเส้นทาง (Belt and Road Forum for International Cooperation–BRF)ครั้งที่ 2 โดยมีผู้นำจาก 38 ประเทศเข้าร่วม ซึ่งจะมีการรับรองแถลงการณ์ร่วมของการประชุมผู้นำโต๊ะกลม และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นของประเทศที่อยู่ในเส้นทางสายไหมในการส่งเสริมความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงทุกมิติ โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย พร้อมคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ รวมถึงนางอองซานซูจี และคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลพม่าก็เข้าร่วมเช่นกันซึ่งคาดว่าจะมีการหารือเรื่องการสร้างเขื่อนมิตส่ง ทำให้ภาคประชาชนพม่าออกมาต่อต้านในครั้งนี้

ทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำอิรวดี (ภาพ Salween post)

อนึ่ง โครงการเขื่อนมิตส่ง ได้รับสิทธิในการพัฒนาโครงการโดยบริษัทจีน CPI ตั้งอยู่บนจุดกำเนิดของแม่น้ำอิรวดี ในรัฐคะฉิ่น ภาคเหนือของพม่า มูลค่าการลงทุนประมาณ 3,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 115,000 ล้านบาท) โดยบริษัทได้มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องค่าเสียหายที่มีการลงทุนไปแล้วก่อนจะถูกระงับโครงการในยุคอดีตประธานาธิบดีเต็งเส่ง

Share.

Comments are closed.