ร่วมลงชื่อเดินรณรงค์แก้กฎหมายแยกกัญชาออกจากยาเสพติดคึกคัก ประชาชนเข้าร่วมได้ 5 ช่องทาง-เผยผู้เชี่ยวชาญตอบรับบรรยายให้ความรู้ระหว่างพักขบวนกันหลากหลาย

0

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ได้มีการจัดพิธีไหว้ครูบูชาแม่โพสพ และครบรอบ 30 ปี มูลนิธิข้าวขวัญ ณ มูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรีโดยมีประชาชนมาร่วมกว่า 300คน ซึ่งภายในงานนอกจากการจัดพิธีไหว้ครูและบูชาพระแม่โพสพแล้ว ยังให้ผู้ป่วยลงชื่อเพื่อการแจกยาผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชาในอนาคต นอกจากนี้ยังมีการตั้งโต๊ะร่วมลงชื่อสำหรับผู้ที่ต้องการเดินรณรงค์ผลักดันแก้กฎหมายเพื่อแยกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดซึ่งเริ่มต้นเดินที่พิจิตรในวันที่ 21 พ.ค.ถึงวันที่ 9 มิ.ย.โดยมีประชาชนร่วมลงชื่อกันอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ได้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับการเดินรณรงค์ในครั้งนี้ โดยนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ กล่าวว่า การเดินรณรงค์ครั้งนี้ได้ปรึกษากับเครือข่ายจัดจะกิจกรรมเดินเพื่อผู้ป่วยเช่นเดียวกับตูน บอดี้สแลม ที่รณรงค์ด้วยการวิ่งจนได้เงินบริจาคนับพันล้านเพื่อซื้อเครื่องมือแพทย์แต่ตนวิ่งไม่ไหว ขอเดินเพื่อหายามาแจก เพราะเชื่อว่าอนาคตคนไข้จะเยอะขึ้น ซึ่งมูลนิธิฯเราไม่มีเงินทุนที่จะผลิตยาแจกได้พอ จึงต้องระดมทุนจากการบริจาค นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย หากทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายยาที่ผลิตจะช่วยคนได้จำนวนน้อยมาก ประมาณการว่ามีคนไข้ใช้ยาจากน้ำมันกัญชาราว 800,000-1ล้านคน แต่ปีหนึ่งๆมูลนิธิฯสามารถช่วยได้ไม่ถึง 1หมื่นคนเพราะต้องแจกจ่ายผ่านการวิจัย ซึ่งมีระเบียบเยอะมาก

“เรามีความฝันว่าจะมีวัดที่แจกยาให้แก่ผู้ป่วย อย่างน้อยอำเภอละหนึ่งวัดทั่วประเทศ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้แก้ปัญหาได้ ลดปริมาณคนป่วยในระบบโรงพยาบาลได้มหาศาล วัดและประชาชนต้องพึ่งตนเองโดยไม่ต้องพึ่งรัฐ ปลูกกัญชาแค่อำเภอละ 10 ไร่ก็น่าจะอยู่ได้ เราต้องการสร้างศูนย์ฟื้นฟูดูแลประชาชน นี่คือเป้าหมายระยะยาว”นายเดชา กล่าว

นายเดชา กล่าวถึงสูตรน้ำมันกัญชาของตน ว่าใช้สูตรน้ำมันกัญชา 3% รวมน้ำมันมะพร้าวเย็น ซึ่งใช้มาหลายปี กินเพื่อให้หลับสนิท รักษาได้เกือบทุกโรค ทำให้ร่างกายซ่อมแซมตนเอง ซึ่งน้ำมันกัญชาทำให้หลับอย่างมีคุณภาพ ใช้เพื่อให้หลับแต่อย่าให้ถึงกับเมา หากยังไม่หลับก็ต้องเพิ่ม วัดการหลับ เจือจางลงมา ซึ่งแบบที่ขายในท้องตลาดหยดเดียวเข้มข้นมาก เมา เกินพอดี เราจึงใช้ 3% แต่หากเป็นกัญชาจากลาวใช้ 4% โดยน้ำมันกัญชารักษาโรคโดนตรงได้แค่บางโรค สูตรของตนใช้หยอดตาได้ ตนเป็นต้อเนื้อ ทดลองใช้แล้วหายขาด ไม่ต้องลอกต้อ ผู้ป่วยต้อชนิดอื่นๆ ก็เช่นกัน

“เท่าที่เราทดลองมาการใช้กัญชาแบบไม่เป็นอันตรายใดๆเลย และหากผลิตจริงๆราคาก็ไม่แพง ซีซีละไม่ถึง 3 บาท ไม่แพง หากทำอย่างถูกต้อง เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่ยอมรับว่าแบบเราได้มาตรฐาน เรารู้ว่าน้ำมันกัญชารักษาได้แทบไม่จำกัด ดังนั้นจึงต้องทำให้ถูกกฎหมาย เราจะรู้อะไรอีกเยอะ”ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ กล่าว

นายวิฑรูย์ เลี่ยนชำรูญ ผู้แทนมูลนิธิชีวถี กล่าวว่าน้ำมันกัญชาสูตรเดชา ขณะนี้กำลังทำวิจัยร่วมกับ 3 สถาบัน คือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อจะทำให้การแจกจ่ายทำได้ถูกต้องจามกฎหมาย คาดว่าราวกลางเดือนพฤษภาคมจะสามารถเริ่มดำเนินการได้

นายวิฑูรย์กล่าวถึงการเดินรณรงค์ว่า สิ่งที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้คือ 1 .ร่วมการเดินที่จะเริ่มในวันที่ 21 พฤษภาคม เริ่มจาก จ.พิจิตรถึงสุพรรณบุรี  2. ตลอดเส้นทางการเดินจะมีการบรรยายและเสวนาตามจุดแวะพัก ตอนนี้มีวิทยากรระดับประเทศตอบรับที่จะมาให้ความรู้ และขอเชิญผู้ป่วยที่ได้รับอานิสงส์จากน้ำมันกัญชามาร่วม 3. คนที่ไม่สามารถมาร่วม สามารถบริจาคเงินเพื่อผลิตยา จะเปิดบัญชีในนาม 10 องค์กร 4. ประกาศให้ประชาชนร่วมลงชื่อแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ใช้กัญชาได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากใครและประชาชนจะได้เข้าถึงยาได้ 5. ช่วยแชร์ข้อมูลข่าวสารร่วมกัน เพราะที่ผ่านมารัฐบาล และนักการเมือง ตัดสินใจเพราะมีการแชร์ข้อมูล เชื่อว่าการเคลื่อนเคลื่อนไหวนี้จะสำเร็จดังเจตนารมณ์ได้หากประชาชนร่วมกัน

นายไตรภพ เทอดวงศา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่ารู้สึกเศร้าใจที่ประเทศเราเรื่องดีๆ เกิดขึ้นยาก เพราะนายเดชาและมูลนิธิข้าวขวัญทำเพื่อจิตวิญญาณของชาติ ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ศึกษาวิจัยเรื่องยากัญชา พิสูจน์ด้วยตนเอง เพื่อช่วยมนุษย์ คนเจ็บป่วยทั่วประเทศต้องขายนาเพิ่อรักษาตนเอง ซึ่งนายเดชาได้ทำเรื่องน้ำมันกัญชาส่งผลสะเทือนมาก หวังว่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าช่วยเพื่อนมนุษย์ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ จากระบบต่างๆ ต่อไปจะเป็นการกระทำด้วยความรัก ความเมตตาที่จะทำร่วมกัน

Share.

Comments are closed.