กสิกรรมลาวเข้มสั่งชะลอสวนกล้วยจีนทุกโครงการใหม่ ถ้าละเมิดตัดทิ้ง

0

สำนักข่าวหนังสือพิมพ์เสดถะกิจสังคมของลาว รายงาวันนี้ (13/05/2019) แผนกกสิกรรมและป่าไม้ นครหลวงเวียงจันทร์ ได้สั่งให้ทุกโครงการสวนกล้วยใหม่ที่กำลังบุกเบิกที่ดินเช่าของประชาชนชะลอการปลูกกล้วยไว้ก่อนเพื่อจัดทำเอกสารการลงทุน เอกสารด้านสิ่งแวดล้อมและการได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามระเบียบการ ทั้งนี้หากโครงการใดละเมิดคำสั่งจะถูกดำเนินมาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยเบื้องต้นจะต้องถูกปรับหรือทำลายต้นกล้วยทิ้ง

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายหงสาย นวนทาสิง หัวหน้าแผนกกสิกรรมและป่าไม้นครหลวงเวียงจันทร์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า นครหลวงเวียงจันทร์เริ่มมีการปลูกกล้วยเป็นโครงการขนาดใหญ่นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา ที่เมืองสังทองและขยายไปยังเมืองปากงึมและนาซายทอง ทำให้ขณะนี้ในพื้นที่นครหลวงเวียงจันทร์มีสวยกล้วยทั้งหมด 533 เฮกตาร์ หรือ 3,251 ไร่ โดย 5 บริษัททั้งในและต่างประเทศนั้น โดยมีสวนกล้วยที่ให้ผลผลิตแล้วจำนวน 333 เฮกตาร์หรือ 2,033 ไร่ เฉพาะที่เมืองนาซายทองโครงการใหม่รวมทั้งหมด 4 จุด เริ่มแรกอยู่ที่บ้านแสนดิน 80 เฮกตาร์ 488 ไร่ จุดที่ 2 บ้านนาท่อนใกล้อ่างน้ำทม 400 กว่าเฮกตาร์ ประมาณ 2,977 ไร่ (รวมในพื้นที่ป่าสงวนจำนวน 120 ไร่) จุดที่ 3 คือ บ้านวิไลเหนือ พื้นที่ 100 เฮกตาร์ 610 ไร่ และจุดนานนาแสนดิน 100 กว่าเฮกตาร์ หรือ 600 กว่าไร่ นอกนั้นก็ยังมีอยู่เมืองปากงึมอีกส่วนหนึ่ง ในจำนวนสวนกล้วยที่ปลูกแล้ว มีเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องและโครงการใหม่ทั้งหมดนั้นยังไม่ได้รับอนุญาต บางโครงการยังไม่มีเอกสารเลย เนื่องจากนักลงทุนได้เข้าไปเช่าที่ดินไร่นาและสวนของผู้เป็นเจ้าของที่ดินส่วนตัว โดยไม่ผ่านส่วนกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ผ่านขั้นตอนการขออนุญาตลงทุนตามระเบียบกฎหมาย

ข่าวแจ้งว่าเมื่อไม่นานมานี้ คณะกรรมการเกี่ยวข้องของกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ นครงหลวงและเมืองก็ได้ลงติดตามการตรวจตราพร้อมเสนอรายงานต่อรัฐบาลในการพิจารณาและสืบสวนปัญหาดังกล่าวตามความเหมาะสม และได้เซ็นบันทึกร่วมกับเจ้าของโครงการเก่าและใหม่ให้ดำเนินตามขั้นตอนระเบียบกฎหมายโดยเฉพาะที่ว่าด้วยการบริหารเศรษฐกิจและบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการขออนุญาตในการปลูกที่ถูกต้อง ถ้าเอกสารไม่ผ่านก็จะไม่ให้ดำเนินการปลูกกล้วยต่อย่างเด็ดขาด

สำหรับโครงการใหม่ซึ่งมีการบุกเบิกพื้นที่นั้น ได้มีการสั่งให้ชะลอการปลูกกล้วยไว้ก่อนและให้ปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน จนกว่าการจัดทำเอกสารจะได้รับอนุญาตที่ถูกต้อง แต่หากโครงการใดฝ่าฝืนจะต้องได้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด เช่น การปรับ และทำลายกล้วยที่ปลูกนั้นทิ้ง โดยในเวลานี้กำลังร่างเอกสารแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้ประกอบการ

นายหงสาย นวนทาสิง ย้ำว่า การปลูกกล้วยอยู่เมืองปากงึมและเมืองนาซายทองนั้นเห็นว่า ไม่มีความเหมาะสม เพราะบางโครงการมีจุดที่ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำต่างๆ และเป็นพื้นที่อยู่ใกล้ชุมชน

ปัจจุบันโครงการปลูกกล้วยอยู่หลายแขวงทางภาคเหนือของลาวส่วนใหญ่ได้มีการยุติโครงการใหม่ทั้งหมด เนื่องจากผลกระทบด้านสิ่งแลด้อมที่ที่เป็นข่าวได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ ซึ่งทางเสียงประชาชนชนส่วนใหญ่ก็เรียกร้องให้ภาครัฐ โดยเฉพาะนครหลวงเวียงจันทร์ จึงได้มีการพิจารณาค้นคว้าให้ละเอียดถี่ถ้วนกว่าที่ผ่านมา เพราะมีหลายโครงการที่เตรียมเอกสารด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดี แต่ภาคปฏิบัติกลับไม่สามารถทำได้ โดยผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงคือประชาชน ถ้าหากทางการบริหารจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่รอบคอบอาจจะส่งผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของคนและสัตว์ในชุมชนอย่างร้ายแรงได้

ที่มา http://sethakit-psx.la/detail1448.html?fbclid=IwAR3bSm1U0LhrAhUmpv_I1qPEiPVCZSmaPU9NnMJaI6LoqFziFZViksBLQe8

Share.

Comments are closed.