ผลการสอบสวนระบุเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกเพราะโครงสร้างไม่ได้มาตรฐาน ทางการลาวยังปิดปากเงียบ ขณะที่ชาวบ้านปากแบงจี้รัฐบาลลาวเปิดเผยความชัดเจนโครงการสร้างเขื่อนใกล้ชายแดนไทย-โอดไม่ได้ทำการเกษตรมานับปี

0

สำนักข่าววิทยุเอเชียเสรี รายงานเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 ว่า รัฐบาลลาวยังปิดเงียบและไม่ยอมเปิดเผยถึงสาเหตุของเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก ขณะที่ดร.อันตัน ไชน์เลส ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธาจากสถาบัน Swiss Federation Institute of Technology ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการสืบสวนสอบสวนสาเหตุเขื่อนแตกนับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2561 ได้ส่งรายงานผลการสืบสวนสอบสวนนั้นให้กับรัฐบาลลาว แต่วันที่ 26 มีนาคม 2562 แต่จนถึงปัจจุบันนี้ รัฐบาลลาวยังปิดเงียบและไม่เปิดเผยรายงานให้กับสังคมได้รับรู้

ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวนสาเหตุของเขื่อนแตก กล่าวต่อวิทยุเอเชียเสรี(14 พฤษภาคม 2562) ว่า รายงานผลการสืบสวนสอบสวนระบุว่า สาเหตุของสันเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย Saddle dam D แตก เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 นั้น เพราะโครงสร้างของสันเขื่อนที่เป็นเขื่อนเดิม ไม่ได้มาตรฐานตามการออกแบบ เป็นสาเหตุให้สันเขื่อนยุบตัวและพังลงมาในที่สุด นอกจากนั้น แหล่งข่าวดังกล่าวยังกล่าวว่า สันเขื่อน E และ F ยังไม่ได้มาตรฐานเพราะคันดินยังอ่อนตัว ไม่ได้มีการอัดดินให้แข็งแรงพอ จึงมีความเสี่ยงที่สันเขื่อนทั้ง 2 จะยุบตัวและพังลงมาได้

ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศส่งรายงานการตรวจสอบนับแต่เดือนมีนาคมแล้วนั้น บริษัทเขื่อนไฟฟ้าเซเปียน-เซน้ำน้อยก็ดำเนินการก่อสร้างสันเขื่อนใหม่แทนอันเดิมที่พังไป โดยขยับไปทางทางเหนือห่างจากจุดเดิม 1 กิโลเมตร การออกแบบสันเขื่อนใหม่ New Saddle Dam D นั้น จะมีความยาว 400 เมตร กว้าง 10 เมตร สูง 54 เมตร โดยเปลี่ยนจากสันเขื่อนดินเป็นสันเขื่อนคอนกรีตทั้งหมด ส่วนการปรับปรุงแก้ไขสันเขื่อน Saddle Dam Eและ F ที่ยังไม่ได้มาตรฐานนั้น ดร.อันดัน ไชน์เลส ก็ขอให้บริษัทปรับปรุงแก้ไขทั้งหมด ด้วยการเสริมคอนกรีตเพื่อความแข็งแรง โดย ให้ยึดเอาตามมาตรฐาน การออกแบบทุกขั้นตอน

นายสิงเพ็ด บุนสะหวัดทิพัน รองประธานการตรวจสอบของรัฐบาลลาว กล่าวว่า ทางการลาวได้รับรายงานผลกรสืบสวนและสอบสวนสาเหตุของสันเขื่อนแตก ตั้งแต่เดือนมีนาคม ที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายงานดังกล่าวต่อสาธารณะได้ เนื่องจากทางรัฐบาลลาว ยังอยู่ระหว่างการหารือกับรัฐบาลเกาหลีใต้ถึงข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้ โดยหลังจากหารือร่วมกันระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศแล้ว รัฐบาลลาวคาดว่าจะเปิดเผยรายงานดังกล่าวให้กับสาธารณะและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบอยู่เมืองสนามไซย แขวงอัตตะปือภายในกลางปีนี้

นางสาวเปรมฤดี ดาวเรือง เครือข่าย Lao dam Investment Monitor กล่าวว่า กระบวนการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ รวมทั้งรายงานการสอบสวนต้องไม่กลายเป็นเพียงการเจรจาระหว่างรัฐบาลลาวกับรัฐบาลเกาหลีใต้เท่านั้น แต่ต้องเป็นสิ่งที่เปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อการตรวจสอบและตั้งคำถาม ในเมื่อข้อเท็จจริงยังไม่มีการเปิดเผยและรัฐบาลลาวลาวก็เคยแสดงความเห็นว่า การก่อสร้างมีปัญหา หากเป็นไปตามนั้นแล้ว เหตุใดจึงยังให้มีการก่อสร้างต่อ

ในวันเดียวกันสำนักข่าววิทยุเอเชียเสรี ยังได้รายงานข่าวว่า ประชาชนบ้านลวงโต้ง เมืองปากแบง แขวงอุดมไซย เรียกร้องให้ทางการบอกวันเวลาโยกย้ายไปอยู่บ้านจัดสรรที่ชัดเจน ถ้าต้องโยกย้ายจริง ๆ เพราะว่า ไม่ได้ทำการเพาะปลูกมาหนึ่งปีแล้ว และทางการก็ได้แต่บอกว่า จะให้โยกย้าย

“ยุ่งยากมาก ประชาชนก็คำถามถึงผลกระทบ ไม่อยากย้ายบ้านเรือน เขาบอกว่าจะให้ย้ายตอนนั้นตอนนี้ เดี๋ยวนี้ประชาชนก็คอยอยู่ จะสร้างบ้านเรือนก็ทำไม่ได้ ถ้าหากสร้างแล้วต้องถูกผลกระทบ ประชาชนรอคำตอบที่ชัดเจนว่าจะต้องย้ายหรือไม่ ถ้าหากว่าจะได้รับผลกระทบก็จะย้าย แต่ถ้าไม่ได้รับผลกระทบ ก็จะได้เริ่มลงมือทำการเพาะปลูก” เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายหนึ่งระบุ

แหล่งข่าวกล่าวว่า หากมีการสร้างเขื่อนปากแบงจะมีผลกระทบต่อประชาชนใน 2 หมู่บ้านคือ บ้านโคกลวงโต้งและบ้านปากเงย มีชาวบ้านจำนวนกว่า 140 ครัวเรือน ตามแผน ชาวบ้านโคกลวงโต้ง 61 ครอบครัวต้องมีการโยกย้ายไปอยู่บ้านจัดสรร และบ้านปากเงย 80 ครัวเรือน นั้นไม่ต้องย้าย เพราะน้ำจะท่วมเฉพาะพื้นที่การเกษตรเท่านั้น

ข่าวแจ้งว่านับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา ชาวบ้านต้องหยุดทำการผลิต ทำให้ขาดรายได้ เพราะเกรงว่าถ้าหากทำการเพาะปลูกตามปกติแล้ว ก็เกรงว่าทางการมาบอกให้ย้ายออกไป ดังนั้นชาวบ้านจึงอยากรู้ความชัดเจนว่า จะต้องย้ายออกจากบ้านเก่าหรือไม่

“ยังไม่มีการลงมือก่อสร้างเขื่อน มีเพียงการสร้างถนนทั้งสองฝั่งแม่น้ำ ยังไม่ทราบแนวทางของรัฐบาลที่ชัดเจน หรือว่ารัฐบาลยังไม่อนุมัติ ทำแต่ถนนไว้เท่านั้น” เจ้าหน้าที่ กล่าว

ทั้งนี้เมื่อเร็วๆนี้ นายจันสะแหวง บุนนอง หัวหน้ากรมนโยบายและแผนพลังงาน และบริษัทต้าถังของจีน ซึ่งเป็นผู้รับเหมาโครงการเขื่อนดังกล่า ได้ไปประชุมเรื่องเขื่อนปากแบงร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคมของไทยที่จังหวัดเชียงใหม่ประเทศไทย และได้มีการเสนอแผนการสร้างเขื่อนที่ได้มาตรฐาน แต่ว่าเครือข่ายภาคประชาสังคมของได้เสนอเรื่องข้อมูลถ้าผลกระทบข้ามพรมแดนหากมีการก่อสร้างเขื่อนนั้น

Share.

Comments are closed.