ความต้องการยากัญชาพุ่งสูง อ.เดชาหวั่นจลาจลวันใดที่แจก แนะรัฐเร่งเปิดให้ประชาชนปลูก “รสนา”ตั้งคำถามถึงรัฐบาลผูกตรวนไว้เพื่อทุนผูกขาดหรือไม่

0

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 ที่วัดบ้านหนองบัว อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ขบวนเดินเพื่อผู้ป่วย:กัญชารักษาโรค ได้เดินทางแวะพัก และเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ “สิทธิและความสำคัญของการเข้าถึงยากัญชา”โดยผู้ร่วมเวทีประกอบด้วย อาจารย์เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ นายกสภาการแพทย์แผนไทย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพฯ นางสายชล ศรทัตต์ ประธานเครือข่ายเพื่อนมะเร็ง, น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

นางสายชลกล่าวว่า ในเครือข่ายมีผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายๆ หรือคนไข้ที่ผ่าตัดไม่ได้จำนวนมาก ทุกคนพยายามหาทางรอดจึงนึกถึงกัญชา แต่ติดที่ไม่สามารถหาต้นกัญชาได้ เราเคยเสนอว่าคนไข้ที่ป่วยควรมีสิทธิปลูกกัญชาอย่างน้อย 3 ต้น แต่ปัญหาคือคนไข้มีความคาดหวังสูง ตอนแรกไปเจอกัญชาคุณภาพไม่ดีทำให้เสียชีวิต แต่ระยะหลังได้กัญชาคุณภาพดีขึ้น แต่การรักษาถ้าจะได้ผลดีต้องรักษาร่วมกับการแพทย์แผนไทย ตอนนี้มีคนไข้ที่นอนรอกัญชาอยู่ไม่น้อยซึ่งไม่รู้ทำอย่างไรดี เพราะอาจารย์เดชาก็แจกไม่ได้ บางคนต้องซื้อในราคาแพงมากเหมือนกับเป็นการทำนาบนหลังคนไข้ จึงอยากให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิ์โดยปลดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด ซึ่งจะทำให้สังคมดีขึ้นเพราะประชาชนไม่ต้องเสียเวลาไปโรงพยาบาล

อาจารย์เดชากล่าวว่า ตนทำเรื่องข้าวมา 30 ปีแต่เรื่องกัญชาไม่กี่ปีคนรู้จักตนมากกว่าทำเรื่องข้าว แสดงว่ากัญชาเข้าถึงประชาชนได้ดีกว่าข้าว ตั้งแต่เรียนตนรังเกียจเพื่อนที่ดูดกัญชาเพราะรู้สึกว่าไม่ดี จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีก่อนตนเกรงว่าจะต้องเป็นมะเร็งเช่นเดียวกับแม่และน้าที่เสียชีวิต โอกาสที่ตนจะเป็นมะเร็งมีเยอะและคิดว่าถ้าตนเป็นก็ไม่รอดแน่ เมื่อเห็นข้อมูลจากต่างประเทศโดยเฉพาะแคนาดาที่รักษามะเร็งด้วยกัญชาจนหาย แถมยังรักษาเพื่อนๆด้วย ตนจึงเริ่มสกัดน้ำมันกัญชาแต่ไม่หายจึงไปสอบถามพระ และเอาวิธีดังกล่าวไปทดลองกับคนป่วยจนหาย ตนเองยังไม่เป็น แต่เป็นโรคอื่น เช่น มือสั่น อัลไซเมอร์ ซึ่งเอามาใช้แล้วหาย เช่นเดียวกับตาของตนที่เป็นต้อเนื้อซึ่งหมอบอกต้องลอกเรื่อยๆ ตนจึงไปถามพระรูปเดิมว่ารักษาได้หรือไม่ซึ่งท่านบอกว่าได้ในที่สุดต้อเนื้อก็หายไป แม้กระทั่งวุ้นตาเสื่อมตนก็ใช้จนหาย

“ผมพิสูจน์ด้วยตัวเอง จนไม่มีโรคจะพิสูจน์ ตอนนี้ผมอายุ 71 ปียังรู้สึกแข็งแรง จึงเอาไปให้ลูกศิษย์ทดลอง ต่อมาหลวงพ่อในวัดแห่งหนึ่งไปพบและถามว่าให้ท่านแจกหรือไม่ ซึ่งผมก็ให้ท่านเอาไปแจกและผู้ป่วยหายจำนวนมาก” อาจารย์เดชา กล่าว

อาจารย์เดชากล่าวว่า หลังจากที่ตำรวจจับ หลายฝ่ายต่างออกมาเคลื่อนไหวช่วยเหลือตน ที่ผ่านมาได้แจกน้ำมันกัญชาไปราว 8 พันคน ซึ่งสามารถเอาไปใช้ได้ตั้งแต่เกิดจนตาย โดยเด็กที่สมาธิสั้นหรือออทิสติก ก็เอาไปใช้ได้ ผู้ใหญ่ที่ไม่มีโรคก็เอาไปใช้ได้เพราะทำให้ปัญญาดี ถ้าเราใช้กัญชาเป็น สมองจะจัดระบบใหม่ สังคมไทยเป็นสังคมสูงอายุแล้วซึ่งรอป่วยและตาย แต่ตนใช้กัญชาทำให้สมองดีกว่าตอนอายุ 50-60 ปี อยากบอกว่ากัญชาเป็นยาวิเศษจริงๆ ถ้าไม่มีข้อกฎหมายจำกัด แต่ละบ้านปลูกได้ 3-5 ต้นประชาชนก็จะรักษาตัวเองได้

“ตอนนี้คนต้องการนับแสนๆ ถ้าผมแจกเมื่อไหร่ จลาจลแน่นอน ผมถึงต้องเดินเพื่อให้แก้กฎหมายก่อน หากให้ผมแจกได้คนเดียว ผมอยากเตือนรัฐบาลใหม่ที่กำลังตั้งว่า ควรปล่อยให้ทำยาเต็มทีก่อน หากยังทำเฉยหม้อน้ำที่กำลังเดือดระเบิดแน่ ผมมีประสบการณ์ทำใต้ดินและกำลังจะทำบนดิน ผมรู้ว่าปล่อยผมทำคนเดียวไม่ได้ แต่ต้องปล่อยให้ประชาชนทำได้ด้วย กัญชาไทยดีที่สุดในโลก ปลูกข้างถนนก็ขึ้นแล้ว” อาจารย์เดชา กล่าว

นายปานเทพ กล่าวว่ามีความโลภของกลุ่มทุนที่ช่วงชิงกันระหว่างกลุ่มทุนขนาดใหญ่และประชาชนเท่า ถ้าเราสู้ก็ต้องทวงคืนกัญชาธิปไตยให้เป็นของทุกคน โดยเมื่อ 11 ปีก่อนมหาวิทยาลัยรังสิตทำงานวิจัยกัญชาเกี่ยวกับเซลมะเร็งที่ท่อน้ำดีและค้นพบว่ามีสารตัวหนึ่งในกัญชาทำให้เซลมะเร็งฝ่อและตายลง ต่อมาเมื่อ 23 เมษายน 2562 พบว่าในกัญชามีสารชื่อ CBN สามารถยังยั้งมะเร็งปอดสำเร็จ

พล.ร.อ.ชาญชัย กล่าวว่า ในแพทย์แผนไทยกัญชาคือสมุนไพรตัวหนึ่งที่ไม่แตกต่างจากมะกรูด มะนาว แต่กัญชาเป็นยาเสพติดมานาน แต่ที่อาจารย์เดชาทำมาเกิดประโยชน์กับประชาชนมาก กลุ่มที่ได้ประโยชน์กัญชามีมาก 1. กลุ่มที่ใช้ เช่น อาจารย์เดชาที่เอาประสบการณ์จริงมาถ่ายทอดดูแลผู้ป่วย 2. คนที่ใช้และมีผลประโยชน์ใต้ดิน 3. กลุ่มคนที่พร้อมเข้ามาใช้ประโยชน์ ดังนั้นต้องแยกกลุ่มต่างๆให้ชัดเจน

น.ส.รสนา กล่าวว่า กัญชาเป็นสิ่งที่เกิดมาเสรีเพื่อมนุษยชาติแต่ตอนนี้ถูกโซ่ตรวนล็อคไว้ ครั้งก่อนที่แก้กฎหมายบอกว่าให้เป็นยารักษาโรคแต่กลับไม่ให้ปลูก ทั้งๆที่กัญชาใช้กันมาเป็นหมื่นปี กัญชาทำให้อุตสาหกรรมผูกขาดกระทบกระเทือนใช่หรือมั้ย ตอนนี้ขายใต้ดินกันเอิกเริกแต่ปปส.ไม่ไปจับ แต่อาจารย์เดชาแจกฟรีกลับจับ กัญชาทำให้เกิดความสมดุลในร่างกายแตกต่างจากแพทย์แผนตะวันตก การเชื่อว่ากัญชาเป็นยาเสพติดเป็นเรื่องของการเมืองระดับโลก โดยที่ทุนผูกขาดกลัวมากที่สุดคือกลัวประชาชนจะพึ่งตนเองได้ กลัวว่าจะล้วงกระเป๋าชาวบ้านไม่ได้ ในอดีตกัญชาเป็นยุทธปัจจัยด้วย ทหารจะพกกระท่อมกับกัญชา

“กัญชาเคยเป็นยุทธปัจจุบันในกองทัพแล้วจะเป็นยาเสพติดได้อย่างไร กัญชากินแล้วเจริญอาหารและนอนหลับ ช่วยในเรื่องอายุวัฒนะทั้งสิ้น รัฐบาลบอกว่าคลายล็อคแต่ไม่ให้ปลูกเลย จะให้ซื้ออย่างเดียว เหมือนกับยุคเหล้าเสรี ในที่สุดเหล้าตกอยู่ในมือของเจ้าสัว ตอนนี้ไม่ให้อาจารย์เดชาแจก แต่พวกใต้ดินรวยกันเป็นแถว เป็นเพราะรัฐบาลต้องการกั๊กไว้ให้กลุ่มทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพื่อเอามาขายให้พวกเราหรือไม่ สิ่งที่ต้องตั้งขอสังเกตคือพันธุ์กัญชาของเราดีที่สุดในโลก เวลานี้ถูกสงสัยว่าจะถูกทำลายหรือไม่ เพราะชาวบ้านปลูกตามแนวป่าตะนาวศรี ป.ป.ส.เผาซ่ะเกลี้ยง 3 ไร่ ถ้ารัฐบาลฉลาดควรส่งเสริมให้ปรับปรุงพันธุ์ให้ดีขึ้นๆไป รัฐบาลพม่า-ลาวหลับตาข้างหนึ่ง แต่ของไทยต้องรอให้เหลือ 3 โล 100 บาทใช่มั้ยถึงจะยอมให้ประชาชนปลูก คุณอย่าหวังนักการเมืองในสภาจะเปลี่ยนแปลงได้ เราจึงต้องเดินเพื่อการเปลี่ยนแปลง” น.ส.รสนา กล่าว

Share.

Comments are closed.