กองทัพว้ารุกหนักประชิดแดนไทย-ย้ายประชาชนจากรัฐฉานเหนือมาใต้ เผยผู้พลัดถิ่นในศูนย์พักพิงตามแนวตะเข็บเดือดร้อนหนักหลังทุนตะวันตกตัดความช่วยเหลือ

0

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (SHRF) และ คณะกรรมการผู้ลี้ภัยรัฐฉาน – ชายแดนไทย (SSRC-TB) ได้เผยแพร่รายงานฉบับใหม่เกี่ยวกับสถานการณ์ความยากลำบากของชาวไทใหญ่หลังจากถูกคุกคามด้านความปลอดภัยจากกองทัพรัฐบาลพม่าและกองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army – UWSA) ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงภัยมากขึ้นต่อชาวบ้านที่ต้องพลัดถิ่นกว่า 6,000 คนในที่พักพิงชั่วคราวตามแนวพรมแดนรัฐฉาน-ไทย

ในรายงานระบุว่า กว่า 1 ปีที่แหล่งทุนระหว่างประเทศได้ตัดงบสนับสนุนความช่วยเหลือด้านอาหารที่เคยให้กับชาวบ้านที่พลัดถิ่นในศูนย์พักพิงตามแนวชายแดนรัฐฉาน-ไทย แม้จะมีความตกลงหยุดยิงกับสภากอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (Restoration Council ofShanState/Shan State Army (RCSS/SSA) แต่กองทัพรัฐบาลพม่ายังคงเสริมกำลังพลรอบพื้นที่พักพิงชั่วคราวของผู้พลัดถิ่นของชาวไทใหญ่ 5แห่ง และมีการสร้างถนนใหม่ โดยมีการส่งเครื่องบินโดรนเข้าไปในพื้นที่และในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 นอกจากนี้ยังมีการยิงลูกระเบิดจากปืนใหญ่ขนาด 120 มม.จำนวน 6 นัดเข้าไปยังที่พักพิง 2 แห่งของผู้พลัดถิ่น ทำให้บรรดาผู้พลัดถิ่นที่ตกใจกลัวโดยการสร้างหลุมหลบภัย และมีการซ้อมหนีภัยเพื่อเตรียมรับมือหากมีการโจมตีเพิ่มเติม

ในรายงานระบุว่า กองทัพสหรัฐว้าได้ขยายเขตอิทธิพลของตนทางตอนใต้ของรัฐฉาน รอบที่พักพิงชั่วคราวของผู้พลัดถิ่น ในเดือนกุมภาพันธ์2562 ทหารว้าได้บุกเข้ายึดพื้นที่สูงใกล้กบที่พักพิงชั่วคราวของผู้พลัดถิ่นดอยก่อวันในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสาด ทางใต้ของรัฐฉานซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดความตกลงด้านพรมแดนที่ทำไว้กับสภากอบกูรัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน ทั้งยังเป็นการแย่งชิงที่ทำกินซึ่งมีอยู่น้อยมากสำหรับผู้พลัดถิ่น

“ มีการตรึงกำลังทหารในตอนใต้ของรัฐฉานมากขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นจากแผนที่ใหม่ที่จัดทำโดยมูลนิธิสิทธิมนุษยชนรัฐฉาน แสดงภาพฐานทัพของกองทัพรัฐบาลพม่าและกองทัพสหรัฐว้า หลายร้อยแห่ง ซึ่งกระจุกตัวอย่างหนาแน่นรอบที่พักพิงชั่วคราวของผู้พลัดถิ่นชาวไทใหญ่ แผนที่เหล่านี้แสดงให้เห็นอิทธิพลของกองทัพสหรัฐว้าบริเวณทางตอนใต้ของรัฐฉาน ซึ่งก่อนหน้านั้นมีการบังคับชาวบ้านชาติพันธุ์ว้ากว่า 120,000 คนให้ต้องอพยพออกจากพื้นที่ด้านเหนือเมื่อ 20 กวาปีก่อน ทำให้ชนชาติพันธุ์กลุ่มไทใหญ่ อาข่า และลีซอ ต้องออกไปจากพื้นที่ จากยุทธศาสตร์แบ่งแยกและปกครองโดยกองทัพพม่า ส่วนที่ดินซึ่งเคยเป็นที่ทำกินของชุมชนเกษตรพึ่งตนเองในชนบท ขณะนี้ได้ถูกนำไปทำเป็นฐานทัพทหารว้าที่คอยดูแลเกษตรแปลงเดี่ยวขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นการปลูกยางพาราเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน” ในรายงานระบุ

ในรายงานระบุด้วยว่าขณะที่สังคมให้ความสนใจกบการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 30 ปี ของการหยุดยิงของกองทัพสหรัฐว้าที่ศูนย์บัญชาการใหญ่ทางเหนือบริเวณพรมแดนประเทศจีนเมื่อเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา แต่ในเวลาเดียวกนมีการตรึงกำลังทหารหลายพันนายบริเวณศูนย์บัญชาการใหญ่ทางตอนใต้ของกองทัพสหรัฐว้าที่ห้วยอ้อเขตอำเภอเมืองโต๋น ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดนไทย ทางเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ เพียง 10กิโลเมตร เป็นสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่าต้องมีการแก้ปัญหาข้อพิพาทด้านดินแดนในตอนใต้ของรัฐฉานก่อนที่ผู้ลี้ภัยจะกลับคืนสู่ถิ่นฐานของตนเองได้

ในรายงานฉบับนี้ได้ระบุข้อเสนอแนะว่า 1.ควรมีการกดดันกองทัพรัฐบาลพม่าให้ยุติการตรึงกำลังทหารและการโจมตีพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มในพม่า เพื่อให้เริ่มต้นกระบวนการสันติภาพที่มีส่วนร่วม 2.เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องสนับสนุนความช่วยเหลือด้านอาหารให้กบผู้พลัดถิ่นและผู้ลี้ภัยในที่พักพิงชั่วคราวตามแนวพรมแดนรัฐฉาน-ไทย จนกว่าพวกเขาจะสามารถเดินทางกลับไปบ้านเกิดในรัฐฉานได้อย่างสมัครใจ ปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี

Share.

Comments are closed.