ชาวบ้านชะอำมึนร้องเรียนธุรกิจอสังหาใหญ่ทำลายป่าชายเลนในคลองสาธารณะ แต่ไร้หน่วยงานรัฐเหลียวแลแถมโยนกลองกันแหลก แม้แต่ตำรวจยังไม่รับแจ้งความ

0

สภาพต้นไม้ชายเลนถูกเอกชนใช้รถแบคโฮทำลาย

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 นายเสนาะ สุขจำเริญ อดีตผู้ใหญ่บ้านบ่อไร่ ตำบลหนองศาลา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่าตนและชาวบ้านได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมอำเภอชะอำ เพื่อแจ้งให้ทราบเรื่องที่มีการบุกรุกทำลายป่าชายเลนบริเวณคลองตากบซึ่งเป็นพื้นที่ป่าชายเลนและเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ได้มีรถแบ๊คโฮและพนักงานของบริษัทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ซึ่งผู้ถือหุ้นเป็นธุรกิจเบียร์ยี่ห้อดังที่เป็นเจ้าของที่ดินนับหมื่นไร่ได้ทำการขุดต้นไม้ทำลายป่าในคลองตากบโดยตนได้พาผู้ใหญ่บ้านไปดูความเสียหายและได้แจ้งไปยังนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)หนองศาลา รวมทั้งได้แจ้งไปยังผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาค จังหวัดเพชรบุรี เพื่อขอให้แจ้งความดำเนินคดีเอาผิดแก่ผู้ทำลายป่าชายเลน ซึ่งต่อเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ได้รับหนังสือจากผู้อำนวยการเจ้าท่าว่าเรื่องนี้มิใช่หน้าที่ของกรมเจ้าที่ ขณะที่นายก อบต.และผู้ใหญ่บ้านก็เพิกเฉยไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด ดังนั้นจึงอยากให้ศูนย์ดำรงธรรมดำเนินการแจ้งความเอาผิดแก่ผู้ทำลาย

นายเสนาะกล่าวว่าคลองตากบ อยู่ติดกับถนนคันกั้นน้ำเค็มสาย หาดเจ้า-ชะอำ โดยในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรป่าชายเลนที่6 เพชรบุรีจะลงมาดูพื้นที่ใน 2 เรื่อง 1. เมื่อปี 2558 กรมชลประทานได้กลบคลองตากบจนแคบ ทั้งๆที่มีหลักเขตของกรมที่ดินซึ่งปักไว้ข้างคลองระบุแนวเขตชัดเจนอยู่แล้ว แต่กลับมีการถมที่ดินรุกล้ำคลอง แต่เมื่อชาวบ้านร่วมกันคัดค้านถึงได้หยุด อย่างไรก็ตามขณะนี้ดินที่ขุดไปไม่มีการถมกลับคืน ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าน่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน และทำให้สูญเสียพื้นที่สาธารณะไปถึง 4-5 ไร่

นายเสนาะกล่าวว่า 2.เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 พนักงานของบริษัทเอกชนได้นำรถแบคโฮขุดต้นไม้ในคลอง ทำลายป่าชายเลนความยาวตามฝั่งประมาณ 500 เมตร โดยชาวบ้านแจ้งตำรวจแต่ตำรวจบอกว่า เอกชนอาจจะหาหลักเขตแดนของเขา ทั้งๆที่หลักเขตก็ปักไว้ตลอดความยาวจำนวน 5-6หลัก ชาวบ้านจึงให้ตนไปแจ้งกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคเพชรบุรี แต่กรมเจ้าท่าฯ บอกว่า ไม่มีหน้าที่ในเรื่องนี้ และก็ไม่บอกว่าเป็นหน้าที่ของหน่วยงานใด ตนจึงไปแจ้งศูนย์ดำรงธรรมอำเภอชะอำซึ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมถามว่าบริเวณดังกล่าวได้จดทะเบียนเป็นป่าชายเลนหรือไม่ ถ้าไม่ได้จดก็เอาผิดไม่ได้

“ตอนนี้ผมมึนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าจะไปแจ้งหน่วยงานใด พอไปแจ้งความกับตำรวจ ทางตำรวจก็พูดในทำนองว่ายังไม่แน่จะแจ้งความได้หรือไม่ ผมแจ้งเองก็ไม่ได้ เขาบอกว่าไม่ใช้หน้าที่ ต้องให้ผู้ใหญ่บ้านแจ้ง และแนะให้เราไปแจ้งกรมเจ้าท่า พอไปที่กรมเจ้าท่า เขาก็บอกไม่ใช่หน้าที่ของเขา ผมเลยไปที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อหาผู้กระทำความผิด แต่ศูนย์ดำรงธรรมก็ถามว่าจดทะเบียนป่าชายเลนหรือยัง ถ้ายังไม่จดก็ทำไม่ได้ เขายังบอกว่าบางทีอาจอยู่ในเขตป่าชาวเลน ผมจึงไปแจ้งหน่วยป่าชายเลน เขาจึงจะมาตรวจวันที่ 28 พฤษภาคม ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาผิดใครได้หรือไม่” นายเสนาะ กล่าว

นายเสนาะกล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนมีโอกาสเห็นแผนที่โฉนดบริเวณคลองตากบ พบว่าในแผนที่แทบไม่เหลือพื้นที่ของคลองตากบอยู่เลย โดยถูกกลบเกือบหมด ทั้งๆที่อดีตคลองแห่งนี้กว้าง 10 เมตร ยาวกว่า 1 กิโลเมตร เลยเคยมีโบสถ์น้ำซึ่งใช้ทำพิธีทางศาสนา หากย้อนไปราวร้อยกว่าปี บริเวณที่เคยเป็นชุมชนโบราณที่มีความเจริญ และเคยขุดเจอเสาโบสถ์แต่ปัจจุบันคลองสายนี้กลับถูกบุกรุกและถามทับจนแคบลง

Share.

Comments are closed.