เกือบ 1 ปีชาวบ้านเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกยังได้ค่าชดเชยบ้าง-ไม่ได้บ้าง บางคนไม่ยอมเซ็นรับ-เหตุได้ต่ำกว่าความเป็นจริง

0



สำนักข่าววิทยุเอเชียเสรี รายงาน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 ว่า ประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติจากสันเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ในแขวงอัตตะปือ ประเทศลาว แตกเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ได้ลงนามรับค่าชดเชยจำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ของความเสียหาย ส่วนอีกหลายครอบครัวยังไม่เซ็นรับค่าชดเชยที่ทางบริษัทเสนอให้เพราะเห็นว่า ตัวเลขไม่เพียงพอต่อความเสียหายทีเกิดขึ้น โดยชาวบ้านหินลาดรายหนึ่งกล่าวว่า เขาให้ตนเองไปเซ็นชื่อรับเอาค่าชดเชยจำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังไม่ได้แจ้งว่าจะมีการจ่ายค่าชดเชยที่เหลือเมื่อไหร่ โดยในครอบครัวของเขารับเงินชดเชยเป็นร้านซ่อมรถยนต์และมอเตอร์ไซด์มีเครื่องมือครบทุกอย่าง แต่จะได้รับค่าชดเชยเพียง 30 ล้านกีบหรือประมาณ 100,000 แสนบาท โดยจะมีการจ่ายเงินชดเชยดังกล่าว 50 เปอร์เซ็นต์ก่อนแต่ยังไม่ระบุวันเวลาการจ่ายที่ชัดเจน

ข่าวแจ้งว่า มีผู้ประสบภัยบางครอบครัวที่ยังไม่ยอมเซ็นรับค่าชดเชยครั้งแรกนี้ เนื่องจากยังเห็นว่าค่าชดเชยนั้นน้อยกว่าความเสียหายที่ครอบครัวได้รับ เช่นผู้ประสบภัยบ้านใหม่รายหนึ่งกล่าวว่า ตนเองยังไม่ได้เซ็นยอมรับค่าชดเชย เนื่องจากว่า กระบวนการไม่มีความชัดเจน มีการพาหลายองค์กรลงไปดูความเสียหายและมีการตัดความเสียหายของทรัพย์สินหลายอย่าง และเอาตัวเลขมาให้เราเซ็นรับเอาซึ่งตัวเลขไม่ตรงตามความเสียหาย จึงยังไม่เซ็นชื่อรับค่าชดเชยดังกล่าว

ด้านนายบุญโฮม พิมมะสาน เจ้าเมืองสนามไซ แขวงอัตตะปือ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการเรื่องเอกสารค่าชดเชยให้ละเอียด และจะมีการเปิดบัญชีธนาคารให้แต่ละครอบครัว โดยบริษัทผู้พัฒนาโครงการจะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ประสบภัยโดยตรง ไม่ได้จ่ายผ่านรัฐ ซึ่งมีผู้ประสบภัยจำนวน 5 หมู่บ้าน โดยให้ธนาคารลงไปเปิดบัญชีและบริษัทเจ้าของโครงการและภาครัฐได้ลงไปทำงานกับผู้ประสบภัยให้ลงชื่อยอมรับค่าชดเชยเบื้องต้น 50เปอร์เซ็นต์

นายบุญโฮมกล่าวว่า นอกจากค่าชดเชยแล้ว ทางการเตรียมที่ดินขนาดกว้าง 20 ยาว 40 เมตร ให้แต่ละครอบครัวสร้างที่อยู่อาศัยถาวรในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันก็ได้มีการแจกลวดหนามเพื่อให้แต่ละครอบครัวนำไปล้อมรั้วที่ดินดังกล่าว และให้สร้างเล้าไก่ ซึ่งอีกไม่นานทางการจะแจกลูกไก่ให้ชาวบ้านเลี้ยง ส่วนที่ดินเพื่อการเพาะปลูกทำการผลิตนั้น ทางการได้จ้างบริษัทเอกชนบุกเบิกที่ดินและจัดสรรให้ผู้ประสบภัยเขื่อนแตกแล้ว แต่ผู้ประสบภัยกล่าวว่า ที่ดินบุกเบิกนั้นเป็นดินแดง ปลูกพืชไม่ได้ และปัจจุบันยังไม่มีผู้ประสบภัยคนใดเข้าไปทำการผลิตในที่ดินดังกล่าว มีเพียงบริษัทมาแนะนำและเสนอจะช่วยลงทุนให้ปลูกมันสำปะหลัง อ้อยเพื่อขายให้บริษัท

ทั้งนี้สันเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ได้แตกเมื่อคืนวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โดยเขื่อนแห่งนี้ดำเนินการก่อสร้างโดยบริษัทของเกาหลีใต้ แต่เป็นการร่วมทุนด้วยกัน 4 บริษัท โดยเป็นบริษัทเกาหลีใต้ 2 แห่ง บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ของไทย และวิสาหกิจของลาวแห่งหนึ่ง
——–
ที่มา https://www.rfa.org/lao/daily/economy/dam-collapsed-survivors-accept-for-half-of-total-loss-sanamxay-attapeu-07102019091843.html

Share.

Comments are closed.