ภาพถ่ายดาวเทียมระบุน้ำโขงช่วงสามเหลี่ยมทองคำแห้งสุดในรอบศตวรรษ นักวิจัยฝรั่งชี้เหตุภูมิอากาศเปลี่ยน-เขื่อนจีน ทางการเวียงจันทน์เตือนประชาชนตุนน้ำ “ช.การช่าง”จัดด่วนชวนสื่อลงพื้นที่เยี่ยมเขื่อนไซยะบุรี หลังถูกวิจารณ์หนัก

0

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562นายไบรอัน ไอเลอร์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศูนย์วิจัย Stimson Center สหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ในเฟสบุคว่า พบข่าวร้ายเกี่ยวกับแม่น้ำโขงซึ่งจากการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียม พบว่าเมื่อวานนี้ (19 กรกฏาคม) ภาพถ่ายแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ พบว่าแห้งกว่าในช่วงที่แห้งที่สุดในรอบศตวรรษของแม่น้ำโขงคือเมื่อเดือนเมษายน 2016 จนกระทั่งเห็นเกาะและหาดทายโผล่มาในภาพถ่ายเดียวเทียมชัดเจน

“แต่นี่เป็นเพียงภาพถ่ายดาวเทียม ควรมีการตรวจสอบกราฟแสดงระดับน้ำให้ชัดเจน น่าจะเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยิ่งทำให้ฝนทิ้งช่วงนาน ประกอบกับการใช้งานเขื่อนในประเทศจีนจนอาจทำให้เราเข้าสู่บรรทัดฐานใหม่ สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือการที่ระดับน้ำลดลงต่ำสุดในช่วงฤดูกาลนี้ซึ่งควรเป็นช่วงน้ำหลาก จนส่งกระทบต่อความสามารถของปลาอพยพที่จะว่ายไปสู่แหล่งอาศัยและวางไข่ตามตอนบนของแม่น้ำและลำน้ำสาขา” นายไบรอัน กล่าว


ด้านรัฐวิสาหกิจน้ำประปานครหลวงเวียงจันทน์ ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ยังประชาชนที่อาศัยอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์โดยมีเนื้อหาว่าแม่น้ำโขงมีระดับต่ำมากทำให้โรงผลิตน้ำประปาทำการผลิตน้ำได้ไม่เต็มที่ แต่รัฐวิสาหกิจน้ำประปาพยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ และแจ้งให้ประชาชนชนกักเก็บน้ำในครัวเรือนให้เพียงพอจนกว่าสถานการณ์น้ำจะกลับสู่ความปกติโดยในการแจ้งเตือนได้อ้างถึงรายงานทางอุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์ว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เวียงจันทน์เหลือเพียง 70 เซนติเมตรเท่านั้น ต่ำที่สุดในรอบ 50 ปี

อนึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 กรกฏาคม การประปาภูมิภาคสาขาหนองคาย ได้ประกาศหยุดจ่ายน้ำชั่วคราว โดยแจ้งว่าแม่น้ำโขงได้ลดระดับอย่างรวดเร็วจนส่งผลต่อแพสูบน้ำดิบไม่สามารถสูบน้ำผลิตน้ำประปาได้ ส่งผลให้น้ำอ่อนจนถึงไม่ไหลในพื้นที่ อ.เมือง จ.หนองคาย และในเพจของเทศบาลเมืองหนองคอยได้โพสต์ภาพการแก้ไขแพสูบน้ำชุมชนเนินพระเนาที่เกยตื้นอยู่ริมแม่น้ำโขงและนำขึ้นฝั่งเรียบร้อย อย่างไรก็ตามเมื่อคืนวันที่ 19 มีรายงานว่าระดับโขงที่ไหลผ่านบริเวณนี้ได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย


ขณะที่บริษัทซีเคพาวเวอร์จำกัด(มหาชน) ในเครือบริษัท ช. การช่าง  ได้ส่งจดหมายลงวันที่ 19 กรกฏาคม เชิญชวนสื่อมวลชนลงพื้นที่เขื่อนไซยะบุรี สปป.ลาว โดยมีเนื้อหาว่า ด้วยโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่แห่งแรกตั้งอยู่บนแม่น้ำโขงประเทศลาว มีกำลังการผลิต 1285 MW เป็นการก่อสร้างแบบ run-of-river แตกต่างจากเขื่อนแบบกักเก็บน้ำทั่วไปผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นสัญชาติไทยและมีผู้สนับสนุนทางการเงินเป็นสถาบันทางการเงินของไทยทั้งหมด โครงการมีกำหนดแล้วเสร็จและมีโครงการขายไฟฟ้าเชิงพานิชให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ปลายปี 2562 

ในจดหมายเชิญของบริษัทซีเคพาวเวอร์ ระบุว่าปัจจุบันมีความคืบหน้า 99.3 % ได้มาถึงขึ้นตอบทดสอบระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดทั้งหมด 7 เครื่องไปจนถึงระบบสายส่งไปยันถึงศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้าแห่งชาติของกฟผ. รวมทั้งระบบดูแลสิ่งแวดล้อมทั้งทางเรือผ่าน ประตูระบายตะกอน ทางปลาผ่าน ซึ่งทั้งระบบได้เปิดใช้งานไปเมื่อเมษายน 2562 ซึ่งเป็นช่วง peak migration (ปลาอพยพสูงสุด) ซึ่งทางบริษัทฯยินดีเชิญสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าแบบเจาะลึกเพื่อให้ทันสถานการณ์ข่าวในปัจจุบันในวันที่ 22-23 กรกฎาคม 

“วัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงกระบวนการผลิตไฟฟ้าที่ปราศจากการกักเก็บน้ำและการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างสมดุลระหว่างธุรกิจและการผลิตไฟฟ้าสะอาดเพื่อเป็นมาตรฐานในการพัฒนาประเทศแถบลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืน บริษัทฯหวังอย่างยิ่งจะได้ต้อนรับท่านในการเยี่ยมชมโรงไฟฟ้า หรือหากมีความประสงค์ปรับเวลาในการเดินทาง กรุณาติดต่อกลับเพื่อจัดเวลาที่สะดวกต่อไป”จดหมายเชิญระบุ

อนึ่ง บริษัทช.การช่าง ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการเขื่อนไซยะบุรี กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังจากเกิดความผันผวนของการขึ้น-ลงของน้ำในแม่น้ำโขงเนื่องจากมีการกัก-ปล่อยน้ำเพื่อทดลองผลิตไฟฟ้า ทำให้ส่งผลกระทบกับแม่น้ำโขงซึ่งกำลังตกอยู่ในสถานการณ์น้ำแห้งเนื่องจากเขื่อนจีนในตอนบนไม่ยอมปล่อยน้ำ

Share.

Comments are closed.