รมว.ทส.หารือพีมูฟ ลั่นเอาจริงแก้ไขปัญหาชาวบ้าน-ไม่ให้เสียชื่อพ่อบรรหาร

0

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) แกนนำขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ กว่า 20 คนได้เดินทางเข้าพบนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทส. โดยมีปลัดกระทรวงทส.และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ร่วมหารือ ทั้งนี้นายประยงค์ ดอกลำไย แกนน้ำพีมูฟได้นำเสนอปัญหาป่าไม้และที่ดินรวมถึงปัญหาชาวเลจำนวน 10 ข้อ อาทิ ขอให้ยุตินโยบายทวงคืนผืนป่าที่สร้างผลกระทบต่อคนจนและเกษตรกรรายย่อย,ผลักดันมาตรการคุ้มครองพื้นที่โฉนดชุมชน,ผลักดันให้มีการคุ้มครองพื้นที่ที่อยู่อาศัย-พื้นที่ทำกิน-พื้นที่ทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมของชาวเลและชาวกะเหรี่ยงตามมติ ครม.ปี2553, การแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคดีป่าไม้ เป็นต้น

“เราอยากให้มีคณะกรรมการติดตามความคืบหน้า เรื่องไหนที่ติดขัดกฎหมายเราก็ไม่ได้ตะแบงอะไร แต่เรื่องที่เป็นนโยบายและดำเนินการได้ก็อยากให้ทำก่อน อยากให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบกฎกระทรวงตามกฎหมายใหม่ที่ออกมา เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาต่อไปในอนาคต”นายประยงค์ กล่าว

นายวราวุธกล่าวว่า ป่ารุกคนหรือคนรุกป่าตนเข้าใจความรู้สึก บางครั้งอยู่กันมาหลายชั่วอายุคนแต่กลับถูกจับซึ่งก็เห็นใจทั้งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ด้วยเช่นกัน เพราะหากไม่ปฎิบัติตามกฏหมายก็จะถูกดำเนินการข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ แต่สิ่งที่คิดไว้คือจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อนำปัญหาทั้งหมดมากองบนโต๊ะ โดยเชิญนักวิชาการของสถาบันการศึกษาและองค์กรต่างๆ ส่วนราชการและตัวแทนภาคประชาชน ร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งขณะนี้มีรายชื่ออยู่บ้างแล้ว ทั้งนี้ใน 73 กรณีปัญหาที่เสนอมานั้น ไม่สามารถแก้แบบตัดเสื้อโหลได้ แต่ตราบใดที่ตนอยู่จะค่อยๆแก้ อันได้ง่ายเอาขึ้นมาทำให้เสร็จก่อน บางเรื่องอาจต้องใช้เวลา

“ผมอยู่กับการเมืองมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ เดินตามพ่อบรรหาร(ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี) หาเสียงมา ความเดือดร้อนของเกษตรกรโดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์เป็นสิ่งที่ผมเข้าใจ ผมจะทำหน้าที่ประสานกับส่วนราชการกับประชาชนให้ได้ ผมจะนำเอาความเดือดร้อนไปเสนอ หากแก้ไม่ได้ก็จะหาคนที่ใหญ่กว่ามาแก้ให้ ทำอย่างไรคนและป่าต้องอยู่ด้วยกัน”นายวราวุธ กล่าว และว่า “ผมไม่รู้ว่าท่านได้เสนอปัญหาผ่านรัฐมนตรีมาแล้วกี่ท่าน แต่ผมชื่อวราวุธ มีนามสกุลศิลปอาชาค้ำคออยู่ ดังนั้นผมจะให้ใครมาว่าไม่ได้”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทส.กล่าวว่า ตอนนี้เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแต่เมื่อถอดหัวโขนก็ต้องกลับไปเป็นนายวราวุธเหมือนเดิม แต่ข้าราชการยังอยู่จึงเป็นหัวใจในการแก้ไขปัญหาและการวางกลไกที่จะต้องอยู่ต่อไปในอนาคต และตนยินดีเดินทางไปลงพื้นที่ตามชุมชนต่างๆที่เชิญชวน

นอกจากนี้นายวราวุธยังได้สอบถามถึงกรณีที่มีข้อตกลงระหว่างอุทยานฯและชาวเลเกี่ยวกับการอนุญาตให้ชาวเลได้จับปลาในพื้นที่ที่เคยทำมาหากินแต่ต่อมาถูกประกาศเป็นเขตอุทยาน แต่ต่อมาทั้งสองฝ่ายได้หารือกันจนได้ข้อตกลงแต่ยังผู้บริหารหัวหน้าส่วนราชการยังไม่ได้หยิบยกมาประกาศ ซึ่งปลัดกระทรวง ทส.รับปากที่จะติดตามให้

ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านไทรทอง จ.ชัยภูมิ กล่าวว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 187 ครอบครัว และมีชาวบ้านถูกดำเนินคดีไปแล้ว 14 ราย ถูกจำคุก 13 ราย รอลงอาญา 1 ได้รับประกันตัวแล้ว 4 ราย สิ่งที่กังวลคือภาระของครอบครัวที่ถูกดำเนินคดี บางคนที่ติดคุกต้องเลี้ยงดูคนแก่ที่ป่วยติดเตียง บางคนเป็นผู้หญิงชราอายุ 74 ปีที่ต้องเลี้ยงดูลูกหลานแต่กลับถูกดำเนินคดีซึ่งลูกหลานกำลังเรียนหนังสือแล้วจะทำอย่างไร อยู่กับใคร ได้ศึกษาต่อหรือไม่ บางครอบครัวแม่ถูกจำคุกทำให้ลูกต้องไปอยู่กับยายที่แก่เฒ่ากลายเป็นการสร้างภาระให้คนสูงอายุ

“ผมอยากให้รัฐมนตรีลงพื้นที่และตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งเยียวยาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน”ผู้แทนชาวบ้านไทรทอง กล่าว
//////////////////////

Share.

Comments are closed.