ศิลปินร่วมกดดัน-จี้รัฐบาลจับฆาตกรอุ้มฆ่า“บิลลี่” ชี้โหดร้ายผิดมนุษย์ แนะรัฐเคารพสิทธิชุมชน-ให้ชาวบางกลอยคืนป่าใหญ่

0

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2562 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เครือข่ายศิลปินและประชาคมศิลปวัฒนธรรมและกลุ่มโจรสลัด ได้จัดกิจกรรม “เทใจให้บิลลี่ จับฆาตกรมาลงโทษ” โดยมีศิลปินแขนงต่างๆ ทั้งกวี นักเขียน ศิลปินแสดงสด นักร้องและนักดนตรี มาร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยภายในงานได้มีการวาดภาพบนผืนผ้ายาว 30 เมตร เพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงการเรียกร้องหาความเป็นธรรมให้บิลลี่

นายวสันต์ สิทธิเขต แกนนำในการจัดงานอ่านแถลงการณ์ว่า นับเป็นเวลา 5 ปีจากการหายตัวไปของนายพอลละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงที่ถูกอุ้มหายไปตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2557 และวันนี้เป็นประจักษ์พยานชัดเจนว่าบิลลี่ไม่ได้ถูกอุ้มหาย แต่บิลลี่ได้ถูกอุ้มฆ่าอย่างโหดเหี้ยม อันเป็นการฆาตกรรมที่โหดร้ายโดยบังคับทรมานจับยัดลงถังและเผาทำลายทิ้งลงน้ำเพื่ออำพรางคดี

“การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงและโหดเหี้ยมเกินกว่าคำว่า “มนุษย์” ที่พวกเราจะรับได้ ไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ การนำตัวฆาตกรมารับผิดและลงโทษเท่านั้น จึงจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานแห่งความยุติธรรมในสังคม และสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องชนเผ่าชาติพันธุ์คืนความเป็นธรรมให้กับบิลลี่และครอบครัว รวมถึงพี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยง” นายวสันต์ กล่าว

นายวสันต์อ่านแถลงการณ์ต่อไปว่า พี่น้องชาติพันธุ์ไม่ว่าจะชนเผ่าไหนในแผ่นดินไทยเป็นพี่น้องกัน การกระทำอันโหดร้ายแบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ทางเครือข่ายฯขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1.ให้เร่งดำเนินการสืบสวน จับกุมผู้กระทำผิดรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการอุ้มฆ่าบิลลี่มาดำเนินคดีโดยเร่งด่วน และดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่วางเพลิงเผาทรัพย์ชุมชนใจแผ่นดิน-บางกลอย รวมทั้งบ้านปู่คออี้ ซึ่งวันนี้ยังเงียบและไม่มีความคืบหน้าใดๆทั้งสิ้น โดยภาครัฐต้องเร่งดำเนินการทันที

นายวสันต์กล่าวว่า 2.ให้ภาครัฐออกกฏหมาย ดำเนินการปกป้องคุ้มครองและช่วยเหลือชาติพันธุ์ทุกชนเผ่าในประเทศไทยให้มีสิทธิเสรีภาพเสมือนหนึ่งเป็นพลเมืองที่ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นและเลือกปฎิบัติในทางกฎหมาย ชีวิตและสังคม 3.ขอให้ภาครัฐดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวบิลลี่อย่างจริงจังและเหมาะสม ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้เครือข่ายยังคอยติดตามความคืบหน้าในการเร่งหาผู้กระทำผิดหรือฆาตกรมาลงโทษอย่างต่อเนื่องและจะจัดกิจกรรมเพื่อทวงถามความเป็นธรรมต่อไป

น.ส.จิตมา ผลเสวก ศิลปินแสดงสดและตัวแทนกลุ่มโจรสลัด กล่าวว่าเคยจัดงานให้ปู่คออี้และเดินทางไปลงพื้นที่บ้านบางกลอย ซึ่งกรณีที่รัฐเอาคนออกจากป่าไม่ใช้มีแค่บางกลอย แต่คนเล็กคนน้อยโดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆกำลังเดือนร้อนเพราะนโยบายดังกล่าว ถือว่าเป็นความอัปยศที่รัฐทำกับประชาชน เพียงแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านบางกลอยนั้น เห็นชัดถึงการสร้างปัญหาที่รัฐเป็นผู้ก่อขึ้น พวกเราศิลปินต่างเห็นความยากลำบากของชาวบ้าน ซึ่งบางครั้งคนเมืองอาจไม่เข้าใจว่าการถูกบังคับย้ายบ้านนั้น มันไม่ใช่แค่การย้ายบ้านอย่างเดียว แต่เป็นเหมือนการขุดรากถอนโคนของต้นไม้ใหญ่ ทำให้สูญสิ้นทั้งที่ดินทำกินและความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมที่พวกเขาอยู่มายาวนาน โดยเฉพาะชาวกะเหรี่ยงที่มีวิถีแนบแน่นอยู่กับธรรมชาติ

น.ส.จิตติมา กล่าวว่า ปัจจุบันชาวบ้านบางกลอยไม่สามารถปลูกข้าวได้พอกิน เพราะที่ดินแห่งใหม่ที่รัฐย้ายให้มาอยู่นั้น มีพื้นที่ไม่เหมาะสมและปลูกข้าวไม่ได้ผลทำให้เครือข่ายต่างๆต้องช่วยกันรับบริจาคนำไปช่วยเหลือซึ่งชาวบางกลอยเองต่างรู้สึกเกรงใจเพราะนิสัยของชาวกะเหรี่ยงนั้น ไม่ชอบพึ่งพาใครซี่งเรื่องนี้ปู่คออี้ก็เคยออกปาก

“รัฐและหน่วยงานราชการมีหน้าที่รับผิดชอบต้องคิดให้รอบคอบ ไม่ใช่แค่เอาคนออกมาแล้วบอกว่าเป็นการขอคืนป่า ในขณะที่คนที่ขับไล่ชาวบ้านกลับ มีบ้านที่หรูหราสร้างจากไม้แผ่นใหญ่ เราอยากเห็นที่สุดคือคนทำผิดต้องถูกลงโทษเพราะการอุ้มฆ่าบิลลี่เป็นเรื่องที่สะเทือนใจมาก ถ้าปล่อยให้เงียบหายไปเท่ากับคนที่ต่อสู้เรื่องสิทธิต่างจะถูกอุ้มอีกเมื่อไหร่ก็ได้ ครั้งนี้เราขอชื่นชมดีเอสไอ ส่วนเรื่องการย้ายชาวบ้านบางกลอย เราเห็นว่าควรให้พวกเขาได้กลับไปมีสิทธิในที่อยู่เดิมเพราะเป็นสิทธิของพวกเขา เพราะอยู่มาก่อนประกาศอุทยานฯเสียอีก ”น.ส.จิตติมา กล่าว
///////////////////////

Share.

Comments are closed.