จวกยับพม.หวงงบจัดงานเวทีคู่ขนานอาเซียน-แค่ไม่ส่งรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมในเวลากระชั้นเพราะหวั่นอันตราย ประชาชนนับพันร่วมงานมหกรรมวันแรกคึกคัก

0

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต คณะกรรมการจัดการงานภาคประชาสังคม ประชาชนอาเซียน 2562 จัดงานแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมภาคประชาสังคม/ประชาชนอาเซียน 2562 พร้อมออกจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่กำลังจัดงานคู่ขนานในช่วงเวลาเดียวกันกับมหกรรมภาคประชาชนอาเซียนของภาคประชาสังคม ทำให้เกิดความสับสนต่อผู้เข้าร่วมงาน เป็นอย่างยิ่ง

นางชลิดา ทาเจริญศักดิ์ ตัวแทนคณะกรรมการภาคประชาชนอาเซียน กล่าวว่ารู้สึกผิดหวังและวิตกว่าการจัดงานของพม.นั้น ไม่สามารถเรียกได้ว่า เป็นงานมหกรรมภาคประชาชนอาเซียน เนื่องจากมีแต่ผู้เข้าร่วมคนไทย เหตุผลสำคัญที่ทางคณะกรรมการฝ่ายประชาชนไม่ได้รับเงินสนับสนุนและไม่ร่วมงานด้วยเพราะ พม.ต้องการรายชื่อผู้เข้าร่วมให้กับรัฐบาล และเรามีเวลาเพียงแค่ 1 อาทิตย์จึงตัดสินใจไม่ส่งรายชื่อให้ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพและเป็นความปลอดภัยชองผู้เข้าร่วมและเป็นหลักการร่วมว่า จะไม่มีการส่งชื่อผู้เข้าร่วมให้กับรัฐบาลก่อนการจัดงาน ในส่วนของงบประมาณในการจัดงาน 9.8 ล้านบาท ที่พม.ใช้ในการจัดงานนั้นถือว่า ไม่คุ้มค่าเพราะว่าเงินนั้นมาจากภาษีของประชาชน ถ้างบนั้นไม่ได้สนับสนุนการจัดงานที่แท้จริง รัฐบาลไม่ควรจะจัดงานนั้น การจัดงานในครั้งนี้ พวกเราระดมทุนจากเครือข่ายทั้งหลาย ๆ เพื่อจัดงานที่เกิดขึ้นและผู้เข้าร่วมบางกลุ่มที่สนับสนุนค่าใช้จ่ายของตัวเอง

“การประชุมอาเซียนในครั้งนี้ภาคประชาชนอาเซียนได้พยายามสร้างกลไกในการเจรจากับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และติมอร์เลสเต อย่างน้อยรัฐบาลของประเทศเหล่านี้ก็ยังให้ความสำคัญกับภาคประชาชนและสังคม”นางชลิดา กล่าว

ทั้งนี้กรรมการจากประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวว่า การประชุมของผู้นำอาเซียนได้ระบุถึง การเป็นหุ้นส่วน แต่ไม่ได้กล่าวถึงการเป็นหุ้นส่วนที่คำนึงถึงความเท่าเทียม การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน ที่เราหวังว่าจะเป็นทางเลือกของร่วมกันเป็นภูมิภาคอย่างแท้จริง ในขณะที่นางแฟรีเบล ตัวแทนคณะกรรมการภาคประชาชนอาเซียนจากประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า พวกเรารู้สึกผิดหวังมากต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของรัฐบาลไทยในครั้งนี้ สิ่งที่พวกเราพยายามจะทำคือ การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกัน เป็นพื้นที่ของการพูดถึงสันติภาพและการมีส่วนร่วมของประชาชนกับหน่วยงานของรัฐและรัฐบาลต่าง แต่พังทลายลงจากท่าทีของรัฐบาลไทย

“เราให้กำลังใจและชื่นชมคณะกรรมการไทย ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่คิดในเชิงบวก เป็นช่วงโอกาสที่เราจะยกระดับของเครือข่ายประชาชนอย่างแท้จริง ที่มีประเด็นมากมายที่เราต้องมีการพูดคุยกัน พวกเราที่มาร่วมงานกว่า 1,000 คนนี้ เชื่อว่า แม้จะยากลำบากแต่คิดว่าจะเป็นการจัดงานที่สำเร็จ”นางแฟรีเบล กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เหมือนกับการถอยหลังความสัมพันธ์ระหว่างประชาสังคมและรัฐบาลในอาเซียนหรือไม่

นางชลิดากล่าวว่า เรายอมรับว่ามันเป็นปัญหาแต่ไม่ได้โกรธ เพราะรัฐบาลไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นและคิดว่าเราจะมีโอกาสได้พบกับผู้นำและแลกเปลี่ยนความเห็นต่อกัน เราต้องมองต่อไป สิ่งที่ประชาชนต้องทำคือ เราต้องวิพากษ์เขาได้ และเรามีหน้าที่จะแนะนำว่า สิ่งที่เขาทำมันเป็นปัญหาอย่างไร เป็นหลักการว่าเราไม่สามารถที่จะส่งรายชื่อผู้เข้าร่วมได้ และเรามีประสบการณ์มาแล้ว การจัดงานมหกรรมประชาชนอาเซียนในเวียดนาม กัมพูชา เมื่อผู้เข้าร่วมงานประชุมไปร่วมงานของเราเดินทางกลับแล้วก็ถูกจับและกักขัง เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นในประเทศไทย เพราะรัฐบาลไทย ต้องการรายชื่อผู้เข้าร่วมทั้งหมดเขาจะต้องตรวจสอบ เช่น ถ้ามีคนที่อยู่ในรายชื่อบัญชีดำหรือต้องเฝ้าระวัง พวกเราคณะกรรมการมีมติว่า นี่เป็นสิทธิของเรา เป็นหลักการร่วมกันว่าจะไม่มีการส่งรายชื่อผู้เข้าร่วมให้รัฐบาลก่อนการจัดงาน และรัฐจะได้รับรายชื่อทั้งหมดอยู่แล้ว หลังจากการลงทะเบียนเข้าร่วมงาน นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลได้ตัดงบประมาณการจัดงานนี้ออกไป

ส่วนเดบบี้ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนอาเซียน กล่าวว่าพวกเราสนับสนุนกรรมการจัดงานของไทยที่ไม่ได้ส่งรายชื่อผู้เข้าร่วมให้กับรัฐบาลไทย เพราะเห็นแล้วว่า รัฐบาลไทยและรัฐบาลอื่น ๆ ได้พยายามที่จะละเมิดสิทธินักเคลื่อนไหวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย เหตุการณ์ที่นักเคลื่อนไหวเวียดนามที่พำนักในไทยถูกจับและส่งตัวกลับประเทศหลายเดือนก่อน และ ล่าสุดนักเคลื่อนไหวในลาวที่พึ่งหายตัวไปเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนจากกรุงเทพฯ เป็นสิ่งที่ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลไทยไม่มีความน่าเชื่อถือ และเป็นคำถามต่อความรับผิดชอบจากรัฐบาลในอาเซียน ที่ผ่านมาภาคประชาชนอาเซียนได้พยายามทำงานอย่างหนักและผลักดัน ให้เกิดกระบวนมีส่วนร่วมกับกลไกในอาเซียน แต่ตอนนี้รัฐบาลพยายามจะสร้างตัวประชาชนอาเซียนของตัวเองขึ้น

ขณะเดียวกันคณะทำงานมหกรรมภาคประชาชนอาเซียนได้ออกจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรี พม. ระบุว่า รู้สึกผิดหวังและยากลำบากที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากพม. ด้วยเหตุผลทางความมั่นคง ในการคัดคนเข้าประชุมและควบคุมการประชุมของภาคประชาชนเพียง 1 สัปดาห์ก่อนการจัดงาน และยังสร้างความสับสนให้กับภาคประชาชนในการจัดงานซ้อนที่โรงแรมเบอกร์เคอลีย์ ในช่วงเวลาเดียวกัน และมีข้อสังเกตว่า การใช้งบประมาณที่เตรียมไว้สำหรับภาคประชาชนจำนวน 9.8 ล้านบาท ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้แต่เดิมหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการจัดงานมหกรรมภาคประชาอาเซียน ที่ศูนย์ประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต ในวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน จากประเทศกัมพูชา ลาว เวียดนาม เมียนมา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน อินโดนีเซีย สิงค์โปร ติมอร์เลสเตและไทย และมีนิทรรศการแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การพัฒนาในประเทศไทยต่าง ๆ ที่กำลังเผชิญปัญหาและความท้าทาย ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความมั่นคงทางอาหารจากการใช้สารเคมี การลงทุนข้ามพรมแดนในภูมิภาคอาเซียน การเคลื่อนไหวสิทธิความหลากหลายทางเพศในภูมิภาค นอกจากนี้ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรรมแลกเปลี่ยนวงย่อยปัญหา กระบวนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในแต่ละประเทศ และข้อเสนอทางออกต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าวดังนี้ รวมทั้งประเด็นสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตยและการเข้าถึงความยุติธรรม นวัตกรรม การผสานเทคโนโลยีและสิทธิทางดิจิตอล ผู้อพยพและแรงงานข้ามชาติ สันติภาพความความปลอดภัย การค้า การลงทุนและบรรษัทข้ามชาติ ความยั่งยืนทางระบบนิเวศ

Share.

Comments are closed.