หวั่นศิลปะวัฒนธรรมดั้งเดิมหริภุญชัยถูกทำลาย ชาวบ้านป่าพลูร่วมค้านเขื่อนห้วยตั้ง

0

 

ห้วยตั้ง2

 

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่วัดป่าพลู ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่งจังหวัดลำพูนชาวบ้านจำนวนประมาณ 100 ร่วมกับองค์กรเครือข่ายพบปะสื่อมวลชนส่วนกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์โครงการสร้างเขื่อนห้วยตั้ง ซึ่งอยู่ในโมดูลเอ 1 ของแผนการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาททั้งนี้นายพิริยะ วงศ์พันผู้ใหญ่บ้านป่าพลู กล่าวว่าเดิมทีกรมชลประทานมีแผนสร้างเขื่อนห้วยตั้งตั้งแต่ปี 25530-2533 แต่ครั้งนั้นเรื่องเงียบหายไปเพราะชาวบ้านบางส่วนคัดค้านแต่เมื่อมีโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 3.5 แสนล้านทำให้โครงการสร้างเขื่อนถูกปัดฝุ่นอีกครั้งโดยคณะณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.)เหมือนกับโครงการสร้างเขื่อนแม่แจ่มและเขื่อนแม่ขาน จังหวัดเชียงใหม่ โดยเขื่อนห้วยตั้งนั้นตั้งชื่อตาลำห้วยเล็กๆ ในหมู่บ้านแต่จริงๆเป็นการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำลี้ซึ่งไหลลงแม่น้ำปิงเช่นเดียวกับลำน้ำแม่ขานและแม่แจ่ม

 

นายพิริยะกล่าวว่า แม่น้ำลี้เป็นแม่น้ำสายสำคัญของชาวบ้านป่าพลูที่มีอาชีพทำนาปลูกต้นหอมและทำสวนลำใย ที่สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจซึ่งชาวบ้านที่ทำเกษตรกรรมจะสูบน้ำเข้าพื้นที่นา ไร่ด้วยการจ่ายค่าเช่าให้แก่ชุมชนชั่วโมงละ 20-30 เพื่อเอามาไว้พัฒนาแหล่งน้ำตามแผนของชุมชนโดยพัฒนาควบคู่กับการสร้างฝายน้ำล้นเล็กๆ 3 ฝายซึ่งเป็นการจัดการน้ำคุ้มค่าและพอเพียงชาวบ้านจึงไม่ต้องการให้เขื่อนเกิดขึ้น ไม่ว่ากรณีใดและขอยืนยันว่าร่วมขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปการจัดการน้ำตามข้อเสนอของเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำภาคเหนือ (คปน.)เพราะเป็นเรื่องที่น่าดำเนินการมากกว่าการสร้างเขื่อนในทุกลุ่มน้ำสำคัญของภาคแหนือ

 

ห้วยตั้ง4

 

“นอกจากเครื่องความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจที่อาจจะหายไปเมื่อสร้างเขื่อนห้วยตั้งแล้ว ในหมู่บ้านของเราซึ่งมีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี โดยลำพูนเป็นที่ตั้งของอาณาจักรหริภุญชัยหากมีการสร้างเขื่อนแล้วอพยพชาวบ้านก็เท่ากับว่าทำลายชุมชนเก่าแก่ทำลายวัฒนธรรม เนื่องจากปัจจุบันชุมชนป่าพลูเลื่องชื่อเรื่องการแสดงพื้นบ้านทั้งดนตรีและการรำพื้นเมืองรวมทั้งกำลังพัฒนาสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมพื้นที่ใหม่โดยเยาวชนในพื้นที่ส่วนหนึ่งมีรายได้จากการแสดงพื้นบ้านช่วยผ่อนแรงผู้ปกครองได้” นายพิริยะ กล่าว

 

ด้านนายเรวัตน์ชุมภูกาวินอดีตผู้ใหญ่บ้านและนักพัฒนาชุมชนห้วยตั้งกล่าวว่า หากเขื่อนเกิดขึ้นจะกระทบต่อประชากรในพื้นที่ประมาณ 700 กว่าครัวเรือน รวม 3 หมู่บ้าน และจะมีพื้นที่ทำกินที่อยู่อาศัยถูกน้ำท่วมราว 8,000 ไร่ซึ่งวัดวังหลวงและวัดป่าพลูซึ่งเป็นศาสนสถานเก่าก็ต้องเจอภัยดังกล่าวด้วยจึงอยากให้รัฐบาลล้มโครงการฯ แล้วหันมาพัฒนาชุมชนให้เติบโตทางการท่องเที่ยวดีกว่าเนื่องจากชุมชนป่าพลูนั้นมีทั้งวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีถ้ำหินงอกหินย้อยและน้ำตกในบริเวณใกล้ๆสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติได้

 

ห้วยตั้ง3

นางอำไพ พรมเมืองยอง อาสาสมัครพัฒนาชุมช ซึ่งสำรวจอัตรารายได้ในพื้นที่ตำบลป่าพลู ระบุว่าเศรษฐกิจในตำบลป่าพลูนั้นมีความเข้มแข็งอย่างมาก โดยผลสำรวจปี 2555 พบว่าผู้ที่มีรายได้ต่ำสุดและจัดว่าจนในระดับชุมชน คือมีรายได้ต่ำกว่า 28,000 บาทต่อปี มีแค่ 8-9 % ของประชากรในตำบลเท่านั้นโดยอัตตรารายได้ต่ำสุดคือไม่มีไร่ไม่มีนาแต่รับจ้างและทำสวนผักในครัวเรือนพบอัตตรารายได้อยู่ที่ 26,000-27,000 บาท และรายได้สูงสุดอยู่ที่ 1000,000 บาทต่อปีโดยหมู่บ้านป่าพลูและหมู่บ้านวังหลวงถือว่ามีอัตตรารายได้ที่ดีที่สุดในตำบล

 

ทั้งนี้ช่วงบ่ายชาวบ้านป่าพลูและวังหลวงได้นำคณะสื่อมวลชนลงสำรวจพื้นที่การสร้างสันเขื่อนห้วยตั้งในบริเวณแมน้ำลี้และลำน้ำสาขา พร้อมนำสำรวจสวนผักสวนลำไยรวมทั้งบริเวณโดนรอบหมู่บ้าน ซึ้งพบว่าได้มีการติดป้ายคัดค้านเขื่อนเป็นภาษาท้องถิ่นแทบทุกหลังคาเรือนขณะที่ชาวสวนลำไยก็เร่งจัดการพื้นที่เกษตรของตนเองอย่างคึกคักเพื่อรอวันเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนสิงหาคม

 

 

 

 

 

Share.

Leave A Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.