ชาวบ้านแฉ “คนมีสี”จ้างแปรรูปไม้สาละวิน นายอำเภอระบุ”บิ๊กเบื้องหลัง”ไม่ใช่คนธรรมดา ชาวแม่ลามาน้อยร่วมกันบวชป่า-ขอขมาเจ้าที่

0

IMG_154194803130587

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2557 ชาวบ้านแม่ลามาน้อย ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน กลุ่มหญ้าแพรกสาละวินจัดกิจกรรมบวชป่าต้นน้ำเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำร่วมกันจัดพิธีบวชป่า 3 ศาสนา บริเวณเขตป่าสงวนและเขตอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อขอขมาเจ้าที่ภายหลังพื้นที่ป่าสาละวินถูกทำลายจากขบวนการลักลอบบตัดไม้ โดยมีนายบุญเกื้อ คุณาธารกุล นายอำเภอสบเมยเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมด้วย

นายบุญเกื้อ กล่าวว่า การบวชป่าครั้งนี้เป็นความร่วมมือของชาวบ้านในพื้นที่ หลังเหตุการณ์การตัดไม้ลุ่มน้ำสาละวินรุนแรงขึ้น ขณะที่คณะกรรมการการแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายป่าในลุ่มน้ำสาละวิน (คกก.แก้ปัญหาการตัดไม้สาละวิน)ในฐานะหน่วยงานราชการเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย โดยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทางผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะประธานคณะกรรมการได้ประชุมร่วม พร้อมสั่งการเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ดำเนินการระดับอำเภอเร่งสอบสวนกรณีการพบแผ่นไม้แปรรูปในบ้านของชาวบ้านแม่แคะ เมื่อประมาณช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยจากการสอบสวนทราบว่าเป็นบ้านของอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านซึ่งผู้ต้องสงสัยนั้น ได้หลบหนีหายไปนาน ตำรวจจึงต้องเร่งติดตามคดี โดยการสอบพยานเพิ่มเติม ทราบข้อมูลในวันนี้ว่า ชาวบ้านรับจ้างพ่อค้าจากโรงเลื่อยไม้ ซึ่งยังไม่ทราบว่าใครชาวบ้านให้ข้อมูลเพียงสั้นๆว่า เป็นคนมีสี

“ชาวบ้านที่กระทำผิดนั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าไม่มีชาวบ้านรายอื่นร่วมกระบวนการด้วย แต่สิ่งที่ยาก คือ การสืบคดีหาผู้ต้องหารายใหญ่ไม่ใช่คนธรรมดา ดังนั้นการจะเร่งรัดคดีนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรรีบร้อนเพราะชาวบ้านเกรงกลัวอิทธิพล แต่น่ายินดีที่พวกเขายังหันไปพึ่งวิถีศาสนาอีกทางเพื่อร่วมปกป้องป่าร่วมกับการปฏิบัติงานของภาครัฐระดับอำเภอ อย่างน้อยเราก็มีเครือข่ายคอยดูแล ซึ่งนอกจากพิธีกรรมแล้วชาวบ้านยังร่วมอาสาสมัครส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ด้วยกรณีพบเห็นการลักลอบตัดไม้ โดยทางเราจะเก็บข้อมูลเป็นความลับเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน” นายบุญเกื้อ กล่าว

นายอำเภอสบเมย กล่าวด้วยว่า ระหว่างลงพื้นที่พบไม้แปรรูปของกลางเพิ่มเติม เป็นไม้กระยาแปรรูป ไม่ใช่ไม้สัก โดยสภาพเป็นแผ่นกระดานรูปสี่เหลี่ยมจำนวน 26 แผ่นแต่ไม่สามารถจับตัวผู้ร้ายได้ คาดว่าเป็นการตัดเพื่อสร้างบ้านหรือสร้างที่อาคารอื่นๆ เพราะมีจำนวนน้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เป็นของกลางแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีการดำเนินการของคณะกรรมการฯ นั้นจะมีการประสานความร่วมมือไปยังศูนย์อพยพหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา เคยมีข่าวด้วยว่าคนในศูนย์อพยพฯ ลักลอบตัดไม้ นายอำเภอสบเมยตอบว่า เป็นเรื่องนอกเหนือของแผนงานระดับจังหวัด แต่ว่าข่าวที่ระบุว่ามีการจับกุมคนในศูนย์อพยพได้ในปีนี้นั้น พอตรวจสอบข้อมูลภายหลังพบว่าเป็นข้อมูลเก่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2556 ไม่ใช่ปี 2557 ดังนั้นยืนยันได้ว่าสถานการณ์การตัดไม้สาละวินในครั้งนี้ ยังไม่พบว่ามีผู้ต้องสงสัยในศูนย์อพยพ ยังคงมีแค่ชาวบ้านแม่ลามาน้อยเท่านั้นที่ชี้ชัดแล้วว่ามีความผิด แต่คดีจะเดินหน้าอย่างไรรอกระบวนการยุติธรรมและกระบวนการสืบสวนต่อไป

“คนในศูนย์อพยพเนี่ย เป็นกลุ่มที่มีความหวั่นไหว หากเขากระทำผิดแล้ว ข้อเสียคือ จะไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศที่3 เพื่อหลบหนีภัยการเมืองได้ ดังนั้นการที่กลุ่มอพยพจะมาลักลอบตัดไม้เสี่ยงทั้งสองด้าน คือ 1 เสี่ยงโดนเจ้าหน้าที่ไทยจับกุมตัว และ 2.เสี่ยงไปเผชิญอันตรายหากทางการไทยส่งกลับประเทศต้นทางซึ่งเป็นพื้นที่สู้รบกันอยู่” นายอำเภอสบเมย กล่าว

 

Share.

Comments are closed.