ขบวนการตัดไม้สาละวินยังไม่ดับสนิทผอ.กอ.รมน.ภาค 3ชี้แค่หยุดชะงักเผยอำพรางเป็นบ้านเก่า-แปรรูปส่งเชียงใหม่ชาวบ้านเตรียมร่วมกันจัดงานปลูกป่า-คืนธรรมชาติ

0

image

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2557 พ.อ.วีระยุทธ กวยะปาณิก ผู้อำนวยการศูนย์ประสานความมั่นคง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (ผอ.ศปม.กอ.รมน.) ภาค 3 ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการปราบปรามขบวนการลักลอบตัดไม้ในป่าสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่าขณะนี้กลุ่มขบวนการตัดไม้ได้หยุดชะงักไปบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากที่มีกฎอัยการศึก ทำให้สามรถใช้อำนาจปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายจนได้ของกลางมากมาย ขณะเดียวกันในพื้นที่เองก็ได้เพิ่มจุดตรวจสกัดรวมทั้งควบคุมตามแนวชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ศูนย์พักพิง 2 แห่ง นอกจากนี้ยังได้มีการเอ็กซเรย์พื้นที่ด้วย

พ.อ.วีระยุทธกล่าวว่า ขณะนี้ยังมีกระแสข่าวว่า ยังไม่สามารถปราบปรามขบวนการลักลอบตัดไม้ได้สนิท ซึ่งเรื่องนี้ต้องใช้เวลา ขณะที่ภาคประชาชนในพื้นที่ต่างให้ความร่วมมือดีมาก เหลือเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มขบวนการ แต่ก็พยายามดำเนินการแก้ไขอยู่ โดยขณะนี้พยายามเชื่อมโยงให้ไปถึงนายทุนของกลุ่มขบวนการ โดยไม้ท่อนที่ถูกล่องไปประเทศเพื่อนบ้านนั้น อาจถูกนำไปแปรรูปก่อนที่จะส่งไปที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อีกที ส่วนไม้บางส่วนที่แปรรูปในป่าถูกส่งเข้าอำเภอแม่สะเรียง และส่งต่อไปที่เชียงใหม่ นอกจากนี้เข้าใจว่ายังมีไม้บางส่วนถูกอำพรางให้เป็นไม้เก่าโดยการนำไปสร้างบ้าน ดังนั้นทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงมีคำสั่งระงับการขนย้ายบ้านเก่า

“ปัญหาของสาละวินไม่ใช่ต้องแก้ไขแค่เรื่องการหยุดตัดไม้ทำลายป่าเท่านั้น แต่ต้องมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน รวมทั้งด้านอื่นๆควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะการให้ความรู้ เพื่อเป็นการตัดวงจรขบวนการลักลอบตัดไม้ หากเราแก้ไขปัญหาที่ต้นน้ำได้ ปลายน้ำก็ไม่มีปัญหา จริงๆแล้วพื้นที่สาละวินมีความงดงามและมีวัฒนธรรมของชาวบ้าน ที่นี่มีความคล้ายคลึงป่าอเมซอนหลายประการ ดังนั้นจึงน่าส่งเสริมในเรื่องการท่องเที่ยว” พ.อ.วีระยุทธ กล่าว

ด้านนายนุ ชำนาญคีรีไพร ประธานเครือข่ายองค์กรชุมชนการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำสาละวิน กล่าวว่า ในวันที่ 8 กรกฏาคมนี้ เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำสาละวินจะร่วมกันปลูกป่าในพื้นที่ที่ถูกลักลอบตัดไม้ บริเวณสบน้ำแม่ปัว ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย เพื่อต้องการคืนต้นไม้ให้กับป่าเนื่องจากป่าและแม่น้ำสาละวินคือหัวใจสำคัญของชุมชน ซึ่งชาวกะเหรี่ยงได้อาศัยและพึ่งพาธรรมชาติส่วนนี้มาเนิ่นนาน ดังนั้นเมื่อมีผู้เข้ามาลักลอบตัดไม้จึงสร้างความเจ็บปวดให้กับชาวบ้าน และต้องร่วมกันฟื้นฟูป่าโดยเร็ว ทั้งนี้นอกจากชาวบ้านสาละวินแล้ว ยังมีเครือข่ายชาวบ้านจากที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นจากแม่น้ำโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย กลุ่มชาวบ้านจากลำพูนและเชียงใหม่ มาร่วมแรงร่วมใจกันปลูกป่าด้วย

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสาละวินว่า นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(คสช.)ประกาศกฎอัยการศึกและยึดอำนาจการบริหารประเทศ โดยได้ห้ามชาวบ้านแล่นเรือในแม่น้ำสาละวิน แต่ปรากฏว่าในยามค่ำคืนกลุ่มขบวนการลักลอบตัดไม้ก็ยังแอบชักลากท่อนไม้ลงแม่น้ำและต่อเป็นแพล่องเข้าไปในพม่า เพียงแต่ไม่ได้ทำกันเอิกเกริกเหมือนก่อนที่จะเป็นข่าวโด่งดัง

 

Share.

Comments are closed.