กองทัพภาค 3 คืนความสุขให้ชาวสาละวินหลังทหารในพื้นที่สั่งปิดเส้นทางสัญจรในลำน้ำนานนับเดือนชาวบ้านเดือดร้อนหนัก-รายได้ลดฮวบพล.ต.กู้ชีพขอโทษ-ชี้การสื่อสารระดับปฎิบัติคลาดเคลื่อน

0

wpid-img_32108789695364.jpeg

การลงพื้นที่ลุ่มน้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอนของคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลาง ระหว่างวันที่ 7-8 กรกฏาคม ปัญหาหนึ่งที่พบ คือภายหลังจากการประกาศกฎอัยการศึกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทหารในพื้นที่ได้มีคำสั่งปิดท่าเรือบ้านแม่สามแลบและห้ามสัญจรทางเรือในแม่น้ำสาละวิน แต่เริ่มผ่อนปรนเมื่อสัปดาห์ก่อนโดยให้เรือสามารถวิ่งสัญจรได้ในวันจันทร์ พุธและศุกร์ ทำให้ชาวบ้านตลอดลำน้ำสาละวินได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากปกติการใช้เส้นทางทางเรือเป็นเส้นทางหลัก ทั้งการทำมาหากินในชีวิ ตประจำวันและการโดยสารระหว่างญาติพี่น้อง

นาย ทีเซะ(นามสมมุติ) ชาวบ้านแม่สามแลบ ที่มีอาชีพขับเรือกล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านแม่สามแลบหลายรายต้องตกอยู่ในช่วงว่างงานก่อนเข้าสู่ฤดูทำไร่ ทำนา โดยส่วนมากมีรายได้จากการขับเรือส่งสินค้าและรับส่งนักท่องเที่ยวชมทัศนียภาพแม่น้ำสาละวินและชุมชนโดยรอบ เมื่อก่อนรายได้จากการขับเรือมากถึงวันละ 1,000 บาท แต่ปัจจุบันเหลือแค่ 200 บาท เพราะทางการประกาศห้ามเดินเรือ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อปราบปราบสินค้าผิดกฎหมายและอาวุธสงคราม

“เราไม่รู้เหตุผลอื่น ที่เล่าๆ กันมา ทหารในพื้นที่ก็บอกอย่างนั้น เรามีโอกาสทำงานแค่ 3 วันเท่านั้น บางคนก็จอดเรือไว้ ลงไปเยี่ยมญาติที่ต่างหมู่บ้าน ศูนย์อพยพบางแห่งก็เดือดร้อนไม่มีของกิน เพราะเรือส่งของให้ศูนย์ถูกจำกัดเวลาในการเดินเรือ ช่วงที่ผ่านมาเป็นหน้าเก็บใบตองตึงซึ่งเราเอามาสานไว้ขาย แต่ไม่มีเรือไปขนส่งทำให้พวกเขาไม่มีรายได้ เราอยากให้ทหารเห็นใจและเปิดการเดินเรือเป็นปกติ เพราะหน้าฝนนักท่องเที่ยวน้อยอยู่แล้ว หากยิ่งจำกัดเวลาด้วยกลัวว่ารายได้ชาวบ้านจะต่ำลงเรื่อยๆ” นายทีเซะ กล่าว

ส่วนชาวบ้านอีกรายหนึ่งได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า การประกาศจำกัดเวลาเดินเรือนั้นไม่ได้ส่งผลแค่การประกอบอาชีพของชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้แกงค์ลักลอบตัดไม้สัก ริมน้ำสาละวินสามารถขนส่งไม้ได้สะดวกมากขึ้น เพราะไม่มีใครพบเห็น แม้จะมีการจับของกลางเป็นไม้สักท่อนหลายแห่ง แต่ชาวบ้านยังพบว่ามีร่องรอยการขนไม้ ลากไม้อยู่ อีกทั้งพบแกงค์ลักลอบตัดไม้แอบเลื่อยไม้สักต้นใหญ่ให้ยืนต้นตาย คาดว่าหากกระแสข่าวเรื่องไม้สักเงียบลง แกงค์ตัดไม้จะกลับมาลำเลียงไม้สักตามเดิม ยิ่งในเวลาที่เงียบๆไม่มีชาวบ้านคอยล่องเรือสอดส่องดูแลด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการบุกรุกป่ามากขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่ราชการยังดูแลไม่ทั่วถึงพอ

อย่างไรก็ตามในระหว่างการกิจกรรม “ปลูกป่า-บวชป่าสืบชะตาป่าสาละวิน” เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและตัวแทนชาวบ้านแม่สามแลบ ได้นำปัญหาดังกล่าวร้องเรียนกับพล.ต. คู่ชีพ เลิศหงิม ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 ตัวแทนแม่ทัพภาคที่ 3 ที่เดินทางมาเป็นประธานในการเปิดงาน

พลตรีคู่ชีพ ได้ชี้แจงกับตัวแทนชาวบ้านต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ทาง คสช.มีมาตรการป้องกันเรือสินค้าข้ามประเทศและวางกำลังเพื่อตรวจสอบการขนส่งอาวุธสงครามเท่านั้น การทำมาหากินหรือสัญจรกันไปมาของชาวบ้านไม่เคยหวงห้าม โดยจากนโยบายที่ส่วนกลางกำชับคือ ให้คุมเข้มตามแนวชายแดนทุกจังหวัด แต่มีบางพื้นที่ซึ่งเป็นจุดผ่อนปรน ได้แก่ 1.จุดผ่อนปรนการค้าช่องทางบ้านห้วยผึ้ง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน 2. จุดผ่อนปรนบ้านเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง 3. จุดผ่อนปรนบ้านห้วยต้นนุ่น ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม 4. จุดผ่อนปรนบ้านแม่สามแลบ ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย ถือว่าเป็นด่านถาวร แต่ขอเปิดบริการในช่วงเช้าประมาณ 07.00 -16.00 เท่านั้น ทั้งนี้ทราบจากพื้นที่ว่า ในบริเวณด่านแม่สามแลบนั้น ถือเป็นด่านที่มีการพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจอย่างดี มีสินค้าท้องถิ่นที่ส่งออกและนำเข้าช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้ เช่น การขายวัว ควาย เป็นต้น ดังนั้นด่านดังกล่าวจะเปิดตามปกติ ให้ชาวบ้านในพื้นที่ ยกเว้นการขนสินค้าข้ามประเทศจะขออนุญาตตรวจสอบรายละเอียดเล็กน้อย

“ผมต้องขออภัยด้วย การสื่อสารในพื้นที่กับระดับปฎิบัติอาจเข้าใจกันคลาดเคลื่อน เพราะเราไม่ได้ปิดการท่อเที่ยว อย่างไรก็ตามจะจะเร่งสั่งอย่างเป็นทางการให้เจ้าหน้าที่ในชุมชนรับทราบและแจ้งชาวบ้านให้สามารถเดินเรือท่องเที่ยวตามปกติ ที่ผ่านมาต้องขอโทษประชาชนด้วยที่มีการสื่อสารผิดพลาด” พลตรีคู่ชีพ กล่าว
————————-
หมายเหตุ-ภาพพล.ต.คู่ชีพ กำลังรับขอร้องเรียนความเดือดร้อนจากตัวแทนชาวบ้าน พร้อมทั้งชี้แจงกรณีที่ทหารสั่งปิดการสัญจรทางเรือในแม่น้ำสาละวิน ต่อหน้านางเตือนใจ ดีเทศ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และสื่อมวลชน

Share.

Comments are closed.