ข้อเท็จจริงจากสีพันดอน-ดอนสะโฮง บนทางเลือก เขื่อน VS วิถีดั้งเดิม (จบ)

0

image

เรือน้อย 4 ลำวิ่งลัดเลาะยอดลำแซงที่โผล่พ้นน้ำมาแค่ยอดไม้ ซึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนบริเวณนี้ยังคงเป็นป่าดอนริมน้ำโขง แต่พอกลางเดือนมิถุนายน น้ำได้สูงเอ่อขึ้นจนท่วมท้น ซึ่งเป็นวัฎจักรประจำปีของระบบนิเวศในสีพันดอน ดินแดนทางตอนใต้ของประเทศลาว

เมื่อน้ำใหญ่มาถึง หรือเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก นั่นหมายถึงเทศกาลจับปลาครั้งใหญ่มาถึงแล้วเช่นกัน ทั่วทั้งเมืองโขง แขวงจำปาสัก จึงคึกคักเป็นอย่างมาก ไม่น่าเชื่อว่าสัตว์น้ำประเภทเดียวที่ชื่อ “ปลา”จะทำให้ระบบเศรษฐกิจทั้งเมืองหมุนเวียนเติบโตอย่างมีชีวิตชีวา

ช่วงปลายเดือนมิถุนายนจนถึงต้นเดือนกรกฎาคม 2557 สื่อมวลชนกลุ่มเล็กๆ ได้ชักชวนกันมาสำรวจความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขงในฤดูที่กองทัพปลากำลังมาเยือนสีพันดอน

นอกจากได้เห็นปลามากมายที่กองอยู่ในตลาดนากะสังซึ่งเป็นสถานที่รับซื้อปลาใหญ่ที่สุดในเมืองโขงแล้ว พวกเรายังได้ตระเวนดูการจับปลาด้วยวิธีต่างๆโดยเฉพาะ “หลี่” ซึ่งได้ปลาคราวละมากๆ

image

พวกเราเดินทางไปยังดอนคอนเกาะ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองโขงและติดกับชายแดนลาว-กัมพูชา โดยต้องนั่งเรือลำเล็กเพราะต้องลัดเลาะเกาะแก่งต่างๆ และน้ำอันเชี่ยวกรากในหลายช่วงซึ่งเรือใหญ่ไม่สามารถไปได้ ที่สำคัญคือคนขับเรือต้องมีความรู้ความชำนาญพื้นที่พอสมควร

เมื่อใกล้ถึงดอนคอนเกาะ เห็นกำแพงน้ำมาแต่ไกล โดยบริเวณดังกล่าวในหน้าแล้งจะเห็นเป็นน้ำตกจากหน้าผาใน 3 จุดที่ชาวบ้านเรียกว่าคอนฝั่ง คอนขามและคอนหลง แต่พอถึงหน้าน้ำ เมื่อแม่น้ำโขงยกระดับขึ้น ทั้ง 3 คอนได้เชื่อมต่อกันกลายเป็นกำแพงน้ำขนาดใหญ่ยาวนับกิโลเมตร

“ปีนี้เราได้ปลากันไม่เยอะ เพราะน้ำมาเร็วและเป็นน้ำที่ใส ไม่เหมือนปีก่อนๆที่พอฝนตกแล้วน้ำค่อยๆมาและเป็นน้ำขุ่น ทำให้ปลามาไม่ทัน กว่าปลาจะมาถึงน้ำก็ท่วมหลี่ไปเยอะแล้ว” พ่อเฒ่ารายหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของหลี่บนดอนคอนเกาะ เล่าถึงสถานการณ์การหาปลาในปีนี้ ซึ่งตรงกับคำบอกเล่าของคนหาปลาในหลายแห่ง

image

“ปีนี้เพิ่งได้ปลาไปไม่กี่ร้อยโล” คำพูดของแกดูเหมือนพูดเล่น ทำเอาคนนอกตาโต แต่ในความเป็นจริง คนที่นี่เขานับปลากันเป็นตัน เพราะแต่ละปีมีปลาลงหลี่มากมาย บางหลี่ปีเดียวได้ปลานับสิบตัน

 

นอกจากในช่วงต้นฝนเดือน 6-7 ที่ได้ปลากันมากๆแล้ว ช่วงเดือน 9 ปลาจะลงหลี่มากอีกครั้ง โดยเฉพาะในย่านตอนคอนเกาะ

 

สีพันดอนในซีกตะวันตกนี้ มีคอนและเกาะแก่งมากมาย ซ่อนเร้นความอุดมสมบูรณ์และความงามของน้ำตกไว้ให้ชวนอัศจรรย์ใจ

แต่ที่น่ากังวลคือขณะนี้มีโครงการสร้างเขื่อนอย่างน้อย 2 แห่งกำลังล้อมกรอบสีพันดอน โดยโครงการแรกคือเขื่อนดอนสะโฮง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ แม้ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ ทางการลาวจะมีท่าทีรับฟังเสียงท้วงติงของเวียดนาม กัมพูชา และไทย มากขึ้น และยอมให้โครงการเขื่อนดนสะโฮงเข้าสู่กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า ตามข้อตกลงแม่น้ำโขง พศ. 2538 แต่ยังประกาศเดินหน้าพัฒนาเขื่อนดังกล่าวต่อไป

ขณะที่ด้านเหนือขึ้นมาจากสีพันดอน บริเวณดอนเลา ใกล้วัดภูงอย ห่างจากเมืองปากเซ เมืองเอกของแขวงจำปาสักเพียง 14 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานีราว 50 กิโลเมตร บริษัทสัญชาติไทยในนามบริษัทเจริญวอเตอร์แอนด์เอนเนอร์ยี เอเชีย ในเครือซีพี กำลังสำรวจข้อมูลในชุมชน เพื่อพัฒนา “โครงการเขื่อนภูงอย” หรือ “ลาดเสือ 2 “

image

“คณะสำรวจได้แจ้งชาวบ้านเบื้องต้นว่าหากสร้างเขื่อนแห่งนี้ต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ จำนวน 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านผักแพว บ้านนาขอนแก่น บ้านดอนปาข่อ และบ้านมอพุ รวมราว 1,000 หลังคาเรือน“ ชาวบ้านในพื้นที่รายหนึ่ง ยืนยันการเดินหน้าของโครงการสร้างเขื่อนภูงอย

เขื่อนภูงอยจะกั้นแม่น้ำโขงในลาวเป็นแห่งที่ 2 นอกจากเขื่อนไซยะบุรีที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งเมื่อปลายเดือนมิถุนายน ศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีคำสั่งรับฟ้อง กรณีที่ชาวบ้านไทย 37 คน ในเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ฟ้องการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และอีก 4 หน่วยงานรัฐ ซึ่งลงนามสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรีโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย

คะเนจากจุดสร้างเขื่อนภูงอยซึ่งเป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงแผ่ออกกว้างเกือบกิโลเมตร เดาได้ว่าเขื่อนภูงอยจะมีกำลังผลิตติดตั้งไม่ต่ำกว่า 1,000 เมกกะวัตต์ แต่จนถึงวันนี้ข้อมูลเขื่อนยักษ์แห่งนี้กลับมีการเปิดเผยสู่สังคมน้อยมาก

“เราไม่เคยได้ยินว่าจะมีการสร้างเขื่อนข้างบนเลย เคยได้ยินแต่ที่ดอนสะโฮง” ชาวบ้านรายหนึ่งที่กำลังหิ้วปลาพวงใหญ่กลับจากหลี่แสดงอาการกังวลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินข้อมูลเกี่ยวกับสร้างเขื่อนแห่งใหม่บนแม่น้ำโขง

“ปีนี้เราได้ปลาน้อย ผมว่ามันก็น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งมาจากเขื่อนในจีน เพราะน้ำเหนือที่ไหลมาน่าจะเป็นน้ำจากเขื่อน ไม่ใช่น้ำธรรมชาติ เพราะมันใส” เขาคาดเดาปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ณ สีพันดอน ในปีนี้

“ด้านล่าง เขาก็ระเบิดหินในฮูสะดำและฮูช้างเผือกไปเมื่อปีก่อนแล้ว ทำให้ปีนี้ปลาไม่ค่อยมาที่นี่”

ฮูสะดำและฮูช้างเผือกที่เขาพูดถึงคือช่องน้ำ 2 ด้านที่ขนานกับฮูสะโฮง ซึ่งบริษัทสัมปทานสร้างเขื่อนได้ระเบิดหินในลำน้ำเพื่อให้ปลาว่ายทวนกระแสน้ำขึ้นมายังด้านบน และห้ามชาวบ้านใช้หลี่ในบริเวณดังกล่าว ทำให้ความเดือดร้อนส่งผลกระทบกันเป็นลูกโซ่

สองโครงการเขื่อนที่จะปิดหัวปิดท้ายมหานทีสีพันดอน ทำให้วังเวงใจว่าหากกลไกในภูมิภาคที่มีอยู่สำหรับ 4 ประเทศลุ่มน้ำโขงนั้นไม่สามารถทัดทานโครงการใหญ่ที่สร้างผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชนนับล้านๆ คนได้

 

สีพันดอนแหล่งประมงน้ำจืดใหญ่แห่งลุ่มน้ำโขง เคยสะสมความมั่นคั่งด้วยกองทัพปลา จนสามารถสร้างอาณาจักรโบราณอันยิ่งใหญ่ก่อนนครวัด-นครธม วันนี้กำลังสายน้ำกำลังถูกสร้างกำแพงยักษ์กั้น และกองทัพปลากำลังถูกปิดกั้น

 

หรือวิถีวัฒนธรรมอันยาวนานของคนและปลากำลังในสีพันดอนกำลังกลายเป็นตำนาน

เรื่องและภาพโดย โลมาอิรวดี

 

 

Share.

Comments are closed.