เด็กเหนือ “รุ่นใหม่” #ใจใหญ่มาก

0

DSC03517

บนที่สูงริมแม่น้ำโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย เมื่อวันหยุดเขื่อนโลกที่ผ่านมา ได้เป็นเวทีย่อมๆ ของเยาวชนกลุ่มหนึ่ง ที่ทำให้ผู้ชมทั้งคนในพื้นที่ คนต่างจังหวัด และคนเมือง ที่ไปร่วมงานได้ชื่นชมโชว์อันแปลกตา

จากชุดที่ใส่น้อยชิ้นบวกกับตัวที่เลอะสีทั้งตัว เห็นแวบแรกอาจจะคิดว่า เด็กกลุ่มนี้เพื้ยนหรือเปล่า.. แต่ถ้าตั้งใจดูสิ่งที่พวกเขาทำ ก็ไม่ยากเลยที่จะเข้าใจว่า พวกเขากำลังสื่ออะไร

#ค้านเขื่อนหนักมาก คือ คำเฉลยของการแสดงในช่วงสุดท้าย ที่บรรรดาคนฮิป คนแนว หยิบป้ายข้อความตัวใหญ่ขึ้นมาปิดเป็นฟินาเล่ ก่อนจะได้รับเสียงปรบมือจากรอบทิศ

“ผมเป็นคนเชียงราย รู้สึกว่า น้ำโขงเป็นสายน้ำที่สำคัญที่ต้องช่วยกันดูแล เฉพาะคนคนเดียว หรือคนในพื้นที่คงทำกันไม่ไหว เพราะยังไงเราก็ใช้ทรัพยากรร่วมกัน” สุรพันธุ์ สมสีดา หรือ หมอก นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม ART CAN DEAR บอกถึงสาเหตุที่เขาสนใจมาร่วมการแสดงเพื่อแสดงออกถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมครั้งนี้

“คนรุ่นใหม่มันคุยกันรู้เรื่อง” นี่เป็นความเห็นที่ตรงกันของหลายคนที่ทำให้เกิดการรวมตัวกันในแบบที่พวกเขาชอบ

พวกเขามาจากกลุ่ม ART CAN DEAR และ At North กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “คนรุ่นใหม่” เริ่มต้นจากการเจอกันใน “ชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ” ด้วยความที่มองเห็นปัญหาสังคมตรงกันบวกกับความรักในศิลปะของหลายๆ คน จึงชักชวนกันมาแสดงออกผ่านการแสดง

พวกเขาเล่าว่า การทำค่ายอาสาในหลายๆ ครั้งได้สร้างเครือข่ายและเชื่อมเยาวชนจากจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือไว้ อย่างกลุ่ม ART CAN DEAR มาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วน At North เป็นกลุ่มอิสระจากเชียงราย

และการเชื่อมโยงตรงนี้ส่งผลให้พวกเขาได้เดินหน้าไปพร้อมๆ กัน ซึ่งพวกเขาบอกว่า จะมีพลังมากกว่า

“เรารู้ว่า ครูตี๋ (นิวัฒน์ ร้อยแก้ว-ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ) จัดงาน เราก็รู้จักพี่ๆ จากเครือข่าย เราก็อยากมาเรียนรู้ มาดูประเด็น พี่ๆ นักกิจกรรม เขาก็เชื่อมร้อยเด็กๆ ไว้” พงส์สุดา กาศยนันท์ หรือ ไอซ์ พี่ใหญ่ของกลุ่ม ART CAN DEAR เล่า

กิจกรรมที่พวกเขาแสดงออก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการแสดงละคร เล่นดนตรี หรือบทกวีตามที่หลายคนถนัด และไม่จำเป็นต้องวางแผนมาก อย่างการแสดงชุด #ค้านเขื่อนหนักมาก นี้ก็ไม่ได้หรือซักซ้อมอะไรมากมาย แต่ได้ตีกรอบของการแสดงไว้เรียบร้อย พอถึงเวลาก็อาจจะมี “เล่นสด” บ้าง ซึ่งก็เป็นเสน่ห์ของโชว์อย่างดี

 

DSC03533

“รายละเอียด คอนเทนต์มันถูกคิดมาก่อนอยู่แล้ว แต่ในเรื่องการวางฟอร์ม หรือการแสดง เรานำมาคิดทีหลัง ไม่ใช่ว่าคิดสดทั้งหมด มันวิเคราะห์สังเคราะห์มาหมดแล้ว” บิ๊ก-นาถวัฒน์ จำนงค์ พี่ใหญ่อีกคนของกลุ่ม Art Can Dear เล่า

ที่สำคัญ.. โชว์นี้เกิดขึ้น เพราะทุกคนเห็นปัญหาที่สำคัญของภาคเหนือ

“ผมมาแม่น้ำโขงเป็นครั้งๆ รู้ปัญหาแค่เรื่องพันธุ์ปลาหายาก แล้วก็รู้ว่า จริงๆ แล้วเราก็ไม่ได้กินปลาน้ำโขงอยู่ ผมเรียนชาติพันธุ์ด้วย ผมก็ลองเข้ามาศึกษาดูว่า เขาทำอะไร เกิดอะไรขึ้น วิถีชีวิตเขากระทบกันอะไรบ้าง เขามีปัญหาอะไร” บาส-ชยานันต์ ปัญญาคง นักศึกษาสาขาวิชาชาติพันธุ์ศึกษาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม At North บอก

การเลือกใช้ศิลปะคือสิ่งที่พวกเขาเห็นว่า จะเข้าถึงคนได้ง่าย ยิ่งเป็นอะไรที่ไม่เหมือนใครก็ยิ่งจะทำให้คน “คิด” มากขึ้นถึงสารหรือความตั้งใจของพวกเขา โดยความตั้งใจในอันดับแรกคือ สื่อถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยกัน

“ผมว่า การแสดงออกไม่ว่าจะเป็นดนตรี กวี หรือว่า performance มันจะเกิดคำถามในใจคนดูว่า พวกนั้นมันออกมาทำอะไรกัน ต่อให้ในจะเป็นเสียงเล็กๆ ก็เหอะเขาทำเพื่อบ้านเขานะ เพื่อสายน้ำ เพื่อคนอื่นนะ แล้วคนที่นั่งดูล่ะ กำลังทำอะไรกันอยู่ ทำไมเด็กพวกนี้มันยังคิดที่จะช่วยคนอื่น ผมเชื่อว่า มันจะเกิดคำถามในใจ” บิ๊กแสดงความเห็น

“ในทางนโยบายจริงๆ มันคงช่วยอะไรไม่ได้หรอก แต่อย่างน้อยๆ มันทำให้คนมองเห็น อาจจะไม่เห็น information โดยละเอียด มันก็ยังทำให้มีการตั้งคำถามแล้วก็อาจจะมีการค้นคว้าอะไรด้วยตัวเอง” หมอกเสริม

อย่างที่ตั้งใจไว้ว่า จะสื่อสารถึงคนรุ่นใหม่ การแสดงจึงจะไม่จบแค่ที่เวทีริมแม่น้ำโขง แต่เยาวชนกลุ่มนี้ได้ถ่ายวิดีโอเก็บไว้ เพื่ออัพโหลดขึ้นสื่อออนไลน์ และวันหนึ่งก็จะหาเวที “ปล่อยของ” เพื่อเล่าในสิ่งที่เขาคิด เช่น อาจจะโชว์งานหนังสารคดี

“เราอยากสื่อถึงคนรุ่นใหม่เหมือนกัน อาจจะเป็นคนในเมือง คนกรุงเทพฯ เพราะว่าคนเหล่านี้เขาใช้ไฟ เหตุผลของการสร้างเขื่อนคือเรื่องพลังงาน… เบื้องต้นคือ อยากให้รู้ผลกระทบของการสร้างคืออะไร” ไอซ์บอก

ART CAN DEAR เพิ่งจะร่วมตัวกันอย่างจริงจังในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เมื่อหน้าหนาวที่ผ่านมา กิจกรรมที่ทำร่วมกันเป็นการต่อยอดจากสิ่งที่ได้ซึมซับมาจากการเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในวงเสวนาหลายต่อหลายครั้งของชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ เช่น จากปัญหาการจัดการทรัพยากรที่ดินในภาคเหนือ กลุ่มคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ก็ได้ไปลงพื้นที่ บ้านพรสวรรค์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผนแม่บทป่าไม้มาด้วย

ส่วน At North ได้รวมตัวกันมาก่อนแล้ว โดยไม่ได้จำกัดมหาวิทยาลัย กิจกรรมที่เยาวชนกลุ่มนี้ลงมือทำก็เช่น ไปเป็นครูดอย สอนดนตรีเด็ก ชวนเด็กไปวาดรูป หรือศึกษาธรรมชาติในชุมชน ซึ่งจากการที่ได้ทำอะไรแบบนี้ทำให้พวกเขาเห็นปัญหาหลายๆ อย่างที่จะต้องขับเคลื่อนต่อไป

“ท้ายที่สุด เราก็ต้องแยกย้าย เราก็ต้องโตขึ้น เราก็ต้องไปหาความมั่นคง มีอาชีพที่ตัวเองฝัน หรือมีครอบครัว ซึ่งก้าวเดินก่อนจะไปถึงตรงนั้นเรายังไม่มีภาระมากเกินไป บางคนก็ยังขอตังค์พ่อแม่ใช้ เราก็เอาเวลามาเรียนรู้ตัวเองด้วย แสวงหาภายในของตัวเองด้วย ตั้งคำถามกับตัวเอง” ไอซ์บอกถึงความตั้งใจ

เป้าหมายต่อไปของเยาวชนกลุ่มนี้ก็คือ หา “คนรุ่นใหม่” มาร่วมมือกันมากขึ้น หากิจกรรมที่พัฒนาทั้งตัวเองและสังคมไปพร้อมกัน และที่สำคัญ… หาทางสะกิดเตือนให้สังคมรู้

“เราก็เป็นคนของโลกนี้ วันข้างหน้ามันอยู่ในมือเรา” ไอซ์บอกอย่างไม่ลังเล

 

เรื่อง : ศากุน บางกระ
กรุงเทพธุรกิจ 10 เมษายน 2558

………………………….

Share.

Comments are closed.