ทุกข์ท่วม “ทุ่งป่าคา”หลังชาวบ้านถูกจำคุก ยากจน-ไม่มีค่ารถไปเยี่ยมคนในครอบครัว วอนรัฐจับนายทุนตัดไม้สร้างความเป็นธรรมให้เห็นบ้าง

0

received_906106942765925

เมื่อวันที่ 3 เมษายน นางสาวภัทรียา เต็มสามารถ อายุ 31 ปีชาวบ้านทุ่งป่าคา ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลูกสาวของนายชะลอ เต็มสามารถ ผู้ต้องหาคดีมีไม้มาครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งต้องโทษจำคุกนาน 1 ปี เปิดเผยว่าเมื่อ 2 วันที่แล้วมีเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) เข้าไปมอบเงินให้ชาวบ้านซึ่งเป็นญาติของผู้ต้องหาคดีครอบครองไม้ผิดกฎหมายครอบครัวละ 2,000 บาท เพื่อให้ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งงบประมาณส่วนดังกล่าวชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการช่วยเหลือเบื้องต้น แต่ไม่สามารถคุ้มครอง ปกป้อง หรือแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตของชาวปกาเกอะญอในพื้นที่ได้หมด การแก้ปัญหาคือ ต้องมีการประสานงานกับชาวบ้านให้ทราบถึงกฎหมายที่เด่นชัด มีการลงโทษนายทุนบางรายให้ชาวบ้านเห็นว่าเป็นธรรม เปิดแผนการจัดการทรัพยากรป่าไม้ร่วมกันโดยแบ่งเป็นป่าใช้สอยและให้โอกาสชาวบ้านได้ดูแลป่าอนุรักษ์ เนื่องจากที่ผ่านมาป่าดังกล่าวชาวบ้านก็เคยร่วมปลูกและดูแล แต่พอตรวจสอบพบชาวบ้านครอบครองไว้ก็จับกุมเฉพาะกลุ่มคนจน เป็นกระบวนการที่เร่งรัดที่ทำให้ชาวบ้านทุ่งป่าคาต้องยอมรับในคดีดังกล่าว

“พ่อเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของเรา ฉันหย่ากับสามีมานานแล้ว ตอนนี้ฉันมีลูกหนึ่งคนอายุ 6 ขวบและกำลังตั้งท้องอีกหนึ่งคน ฉันต้องพาเขาไปหาตาเป็นประจำ ชาวบ้านในพื้นที่ที่ไม่มีเงิน เมื่อรู้ว่ามีใครเข้าอำเภอแม่สะเรียงก็ขอติดรถไปด้วย ไปแต่ละครั้งเจ้าของรถเขาออกค่าน้ำมันรถวันละ 200-300 บาท ชาวบ้านรายใดมีเงินช่วยก็ช่วย ไม่มีก็ไม่เอา เราต้องแบ่งเวลาให้ได้ไปพบญาติ คนอยู่ในคุกส่วนมากเป็นผู้หญิง บางคนมีลูกเล็กๆ มันก็เกิดความรู้สึกแย่นะ ที่ต้องเห็นคนบ้านเดียวกันไปติดคุกแบบนั้นเพราะกฎหมายที่เรารู้น้อย” นางสาวภัทรียากล่าว

received_906107129432573

นางสาวภัทรียา กล่าวด้วยว่า หลังจากศาลตัดสินจำคุกชาวบ้านไปแล้ว บ้านทุ่งป่าคาเข้าสู่ความเงียบ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ผลัดเวรเข้าหมู่บ้านบ้าง ชาวบ้านก็กลัวและกังวลตลอดเวลา บางรายเพิ่งลงไร่นา มีทหารเข้ามาคุยด้วยยังระแวง บางรายเห็นแก็งค์ลักลอบตัดไม้ ยังไม่กล้าเปิดเผยหรือแจ้งความ เพราะรู้สึกว่าทีผ่านมาชาวบ้านให้ความร่วมมือหลายด้าน แต่เจ้าหน้าที่รัฐไม่เคยมีอะไรตอบแทนอย่างยั่งยืน ชาวบ้านตัดสินใจยอมอยู่ห่าง ส่วนหน่วยงานอื่นที่ระบุว่าจะช่วยเหลือด้านกฎหมาย ด้านกระบวนการก็ยังไม่มีเข้ามา ตนเข้าใจว่าขณะนี้กระบวนการยุติธรรมในทุ่งป่าคาจบลงแล้ว และไม่มีแล้วมนุษยธรรมเหมือนครั้งก่อน การจัดการป่าไม้แบบภาครัฐอาจไม่ต้องการให้ชาวบ้านเข้าไปร่วมในแผนด้วย เพราะตั้งแต่เกิดการฟ้องร้องคดีความ ชาวบ้านทุกคนเริ่มถอยห่างออกมาใช้ชีวิตของตนเอง ไม่ข้องเกี่ยวใดๆ

//////////////////////////////////

Share.

Comments are closed.