ชาวบ้านทุ่งป่าคาร่วมกันถวายฏีกา เผยเดือดร้อนสาหัสหลังหัวหน้าครอบครัวติดคุก หลายฝ่ายเตรียมทอดผ้าป่าช่วยเหลือ

0

11815881_950700504973235_1503701069_n

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นางเตือนใจ ดีเทศน์ ที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา(พชภ.) ได้นำตัวแทนชาวบ้านจากบ้านทุ่งป่าคา ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 8 คน เดินทางมายังทำเนียบองคมนตรี ถนนสราญรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ เพื่อยื่นคำร้องทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอรับพระราชทานอภัยโทษให้กับชาวบ้านจำนวน 21 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ที่ถูกดำเนินคดีมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองและสร้างที่อยู่อาศัยในเขตป่าอนุรักษ์ โดยศาลได้พิพากษาจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี

ทั้งนี้ในคำร้องส่วนใหญ่ระบุคล้ายๆ กันโดยมีสาระสำคัญว่า เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2557 ชาวบ้านทุ่งป่าคาได้ถูกทหารพรานจากกรมทหารพรานที่ 36 อำเภอแม่สะเรียงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจค้นและจับกุม เนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีการลักลอบตัดไม้โดยขอเข้าไปตรวจค้นบ้านของอดีตนักการเมืองท้องถิ่นและบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องเพียงไม่กี่ราย แต่ปรากฏว่ามีการปลุกระดมชาวบ้านให้ออกมาคัดค้านเจ้าหน้าที่ แต่ไม่เกิดเหตุรุนแรงใด เจ้าพนักงานจึงได้ตรวจค้นบ้านทุกหลังคา และพบไม้ที่ชาวบ้านมีไว้ต่อเติมบ้าน จึงยึดไป

ในหนังสือคำร้องยังระบุว่า ขณะนี้ชาวบ้านต้องติดคุกโดยส่วนใหญ่เป็นหัวหน้าครอบครัว ทำให้ได้รับความลำบากทั้งกายและใจ โดยชาวบ้านไม่เคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องการขบวนการลักลอบตัดไม้ใดๆ เลย นอกจากนี้ยังร่วมกันอนุรักษ์ป่าชุมชนของหมู่บ้านจำนวน 2,900 ไร่โดยได้มีการทำฝายชะลอน้ำและร่วมกันดูแลเป็นอย่างดี

นายพงษ์ศักดิ์ เต็มสามารถ ซึ่งบิดาถูกตัดสินจำคุก 1 ปี กล่าวว่า พ่อของตนมีไม้สักไว้ในครอบครอง 5 ท่อน เพื่อเตรียมเอาไว้ทำเสาต่อเติมบ้าน โดยไม้เหล่านี้เก็บสะสมมานานทั้งจากที่ลอยน้ำมาและหัวไร่ปลายนา โดยไม่เคยเกี่ยวข้องกับการค้าไม้หรือลักลอบตัดไม้แต่อย่างใด ขณะนี้มารดาและคนในครอบครัวเครียดมากเพราะรู้สึกเป็นห่วงบิดาซึ่งมีโรคประจำตัว

“จิตใจของชาวบ้านที่ญาติพี่น้องติดคุกต่างย่ำแย่ไปตามๆกัน กลางคืนก็นอนไม่ค่อยจะหลับ เด็กๆ บางคนยังหวาดผวาอยู่เพราะคิดถึงพ่อ บางครอบครัวต้องลำบากมากเพราะเหลือแต่แม่ที่ต้องหาเลี้ยงลูกเล็กๆ 2 คน พวกเรารู้สึกเศร้าใจมากว่าทำไมนายทุนที่ลักลอบตัดไม้ถึงไม่ถูกจับ แต่ชาวบ้านที่ตัดมาใช้กันตามวิถีดั้งเดิมกลับถูกจับกุม ทั้งๆที่พวกเราช่วยกันดูแลป่า”นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 22-23 สิงหาคม คณะสงฆ์ นักวิชาการ เครือข่ายภาคประชาชน และชาวบ้าน จะร่วมกันเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุน “กองทุนพื่อสิทธิและความเป็นธรรม” ให้กับชาวบ้านทุ่งป่าคา

อนึ่ง คดีการจับกุมชาวบ้านทุ่งป่าคาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากในเครือข่ายคนทำงานภาคประชาชน และนักวิชาการ รวมทั้งในวงการยุติธรรม เนื่องจากเห็นว่าชาวบ้านตกเป็นเหยื่อ และการต่อสู้คดีของทนายความที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านนั้น ผิดแนวมาตั้งแต่ต้น เพราะแนะนำให้ชาวบ้านสารภาพตั้งแต่ต้น ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วการมีไม้ท่อนเล็กๆ น้อยๆ ไว้ในครอบครองเพื่อต่อเติมบ้านนั้นเป็นไปตามวิถีของชาวกะเหรี่ยง ซึ่งทางการก็อะลุ่มอล่วยกันมาตลอด แต่เนื่องจากขณะนั้นมีข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับขบวนการลักลอบตัดไม้สาละวิน ที่ลักลอบตัดไม้สักในป่าสาละวินนักพันๆ ท่อนล่องลงแม่น้ำสาละวิน ซึ่งเชื่อมีคนของทางการและคนมีสีเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย แต่กลับไม่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้แม้แต่คนเดียว ท้ายที่สุดจึงได้เหวี่ยงแหมาจับกุมชาวบ้านแทน

——————

Share.

Comments are closed.