แสลงใจป้ายค้าน ม.44 ตำรวจห้ามสตรีพีมูฟโชว์ข้อความ ขู่สลายม็อบทันทีหากเห็น เครือข่ายเดินรณรงค์วันสตรีสากลสะท้อนปัญหาชุมชน-สิ่งแวดล้อม

received_1060596797316938

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2559 ที่อาคารสำนักงานข้าราชการพลเรือน (กพร.) ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายผู้หญิงกระบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ “สตรีพีมูฟ”ประมาณ200คน ประกอบด้วยกลุ่มผู้หญิงคนจนในเมืองและชนบทจาก 7 เครือข่าย ได้แก่ กลุ่มผู้หญิงเครือข่ายสลัม 4 ภาค กลุ่มผู้หญิงสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ กลุ่มผู้หญิงเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน กลุ่มผู้หญิงสมัชชาคนจนเขื่อนปากมูน กลุ่มผู้หญิงเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเพื่อเขาบรรทัด กลุ่มผู้หญิงสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ และกลุ่มผู้หญิงเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม) ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์วันสตรีสากลเพื่อให้ความสำคัญกับการเคลื่อนนโยบายประเทศในการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้มีส่วนร่วมตัดสินใจด้านต่างๆ ทั้งนโยบายระดับชาติและระดับชุมชน

received_1060597963983488
ในช่วงเช้าทางกลุ่มสตรีได้เดินขบวนรณรงค์จากวัดเบญจมบพิตรฯ ถึงตึก กพร.โดยถือป้ายคัดค้านนโยบายต่างๆของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อันส่งผลกระทบต่อสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชน จากนั้นนางนุชนารถ แท่นทอง ตัวแทนสตรีพีมูฟได้อ่านแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนก่อนจะยื่นหนังสือต่อนายพันธ์ศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนมวลชนสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้เนื้อหาในแถลงการณ์มีใจความสำคัญสรุปว่า เนื่องในวันสตรีสากล ทางเครือข่ายสตรีได้รับผลกระทบจากหลายนโยบายของรัฐบาลคือ 1 กรณีแผนแม่บทป่าไม้ที่ดิน และการทวงคืนผืนป่าส่งผลให้ชุมชนในพื้นที่ป่าที่สาธารณะและพื้นที่ที่ถูกประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ เขตป่าสงวนทุกภาคของประเทศต้องถูกขับไล่ ดำเนินคดี เช่น อุทยานแห่งชาติไทรทอง จังหวัดชัยภูมิส่งผลต่อชาวบ้านในพื้นที่ตำบลห้วยแย้และตำบลวังตะเฆ่ ถูกบังคับขับไล่จากพื้นที่ทำ กนภายในเดือนมีนาคมนี้ ล่าสุดมีผู้สูงอายุจากชุมชนบางพระเหนือ จังหวัดระนอง 1 ราย ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการบุกรุกที่ดินเป็นจำนวนเงิน 1 ล้าน9 แสนบาท

received_1060596800650271

2 นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมอย่างรุนแรงในขณะที่รัฐบาลมีนโยบายให้เอกชนเช่าที่ได้ 99 ปี เช่น พื้นที่จังหวัดแม่สอด เป็นต้นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในที่ดินเขตราชพัสดุ และอื่นก็เสี่ยงถูกเวนคืน

3 กรณีประกาศคำสั่ง คสช ฉบับที่ 3/59 และ 4/59 ตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญ (รธน.)ฉบับชั่วคราวนั้นรัฐบาลตั้งใจงดเว้นปฏิบัติตามกฎหมายผังเมือง ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนและสภาพแวดล้อม เพราะเท่ากับเป็นการยกเลิกประกันคุ้มครองสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชนเปิดทางให้กลุ่มทุนดำเนินกิจการอันตรายหลายด้าน โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายผังเมืองที่มีการแบ่งเขตอนุรักษ์อย่างชัดเจน

4 ประกาศคณะปฏิวัติ (ปว.)ฉบับที่ 44 ปี 2502 ปัจจุบันยังคงนำมาใช้ไร่หรือชุมชนคนจนเมืองเช่นชุมชนคลองเสือน้อย เขตลาดพร้าวต้องถูกสั่งรื้อภายใน 15 วัน โดยไม่มีการดำเนินการตามกระบวนการศาล 5 ยังมีบางพื้นที่ออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบเช่น การออกเอกสารสิทธิ์ ทับชุมชนดั้งเดิมของประชาชนชาวเล ที่หาดราไวย์และที่อื่นๆ ชุมชนดอยเทวดา จังหวัดพะเยา เป็นต้น

received_1060597957316822

เครือข่ายผู้หญิงพีมูฟ จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ดำเนินการในวันสตรีสากลดังนี้ 1 ขอให้ยกเลิกนโยบายทวงคืนผืนป่า 2 ทบทวนนโยบายเศรษฐกิจพิเศษ 3 ยกเลิกประกาศคำสั่งคสช.ฉบับที่ 3/59 และ 4/59 ภายใต้มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 4 ยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 44 ปี 2502 และ 5 กรณีปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบให้รัฐบาลตรวจสอบข้อเท็จจริงและระหว่างนี้ต้องชะลอการดำเนินคดีกับชาวบ้านในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเวลาของการเดินขบวนรณรงค์เนื่องในวันสตรีสากล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นายได้ประกาศให้เครือข่ายสตรีจำกัดพื้นที่ชุมนุมแค่บนทางเดินเท้า ไม่อนุญาตให้ใช้ถนนสาธารณะเพื่อรณรงค์ใดๆ และสั่งปลดป้ายที่มีข้อความส่อไปในทางต่อต้าน มาตรา 44 รวมทั้งต่อต้าน ประกาศคณะปฏิวัติ 44 ด้วย รวมทั้งประกาศห้ามไม่ให้ตัวแทนผู้ชุมนุมสื่อสารใดๆ เกี่ยวกับกรณีการต่อต้านมาตรา 44 โดยระบุว่า หากยังพบการใช้ข้อความดังกล่าว จำเป็นต้องสลายการชุมนุมทันที

นางอรนุช ผลภิญโญ ตัวแทนสตรีพีมูฟ จังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า กรณีการสั่งปลดป้ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นความกลัวเกินเหตุ และส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลอย่างมาก โดยยืนยันว่าการสื่อสารกรณีคำสั่งตามมาตรา 44 เป็นเรื่องที่ประชาชนควรรู้ และรัฐบาลควรที่จะยกเลิกคำสั่งอันส่งผลกระทบต่อประชาชนตามกฎหมายดังกล่าวด้วย
———–

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.