received_1099804656729485
ขอบคุณภาพจาก Permatamas

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559 ที่ห้องประชุมคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีการจัดเวทีเสวนา โรงไฟฟ้าถ่านหินปะนาเระ “ว่าที่โศกนาฏกรรมชายแดนใต้” โดยมีนักวิชาการ เครือข่ายภาคประชาสังคม ตัวแทนชาวบ้านเข้าร่วมอย่างคึกคัก ทั้งนี้ผศ.ดร.ศรีสมภพ ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ กล่าวว่า การตัดสินใจในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ชายแดนใต้ อาจจะกลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่เร่งให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่ หากรัฐจะแก้ปัญหานี้จะต้องใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ที่ต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ทั้งด้านเทคนิค สังคม สิ่งแวดล้อม และการเมือง โดยเฉพาะผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสังคม ที่มักไม่ถูกให้ความสำคัญหรือถูกละเลยในการประเมินผลกระทบ จนอาจเป็นปัจจัยนำอาจนำไปสู่ความรุนแรงได้

received_1099804590062825
ขอบคุณภาพจาก Permatamas

นายรุสลาม เวาะฮะ ชาวบ้านตำบลน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ถูกปิดกั้นข้อมูล ทำให้ไม่รู้ว่าจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ปะนาเระ การมาร่วมเวทีนี้จึงทำให้ได้รับรู้ข้อมูลและที่มาของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาชาวบ้านมีบทเรียนจากโครงการนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลที่มีการโกหกชาวบ้าน จนกระทั่งโครงการถูกยกเลิกไป ดังนั้นทุกคนจึงกังวลว่าการดำเนินของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินปะนาเระ รัฐอาจจะหลอกชาวบ้านซ้ำอีก

received_1099804443396173
ขอบคุณภาพจาก Permatamas

ขณะที่นาย คอนดูล ปาลาเร่ เครือข่ายนักศึกษา ม.อ.เพื่อความเป็นธรรม กล่าวว่า เวทีที่จัดขึ้นในวันนี้ได้รับความสนใจจากชาวบ้านในพื้นที่ปะนาเระอย่างมาก เห็นได้จากการที่มีตัวแทนชาวบ้านที่เป็นคนรุ่นใหม่จำนวนมากเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งชาวบ้านได้สะท้อนว่าแม้จะเคยได้ยินว่าจะมีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นในพื้นที่ แต่ไม่เคยรับรู้ข้อมูลของโครงการมาก่อน และหน่วยงานรัฐก็ไม่เคยเข้ามาให้ข้อมูลหรือรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านเลย จนกระทั่งเมื่อเกิดกระแสการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ชาวบ้านจึงเริ่มตื่นตัวและพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าปะนาเระ จนเริ่มเป็นประเด็นหลักในการพูดคุยของคนในชุมชน เนื่องจากกังวลถึงผลกระทบจากการใช้ถ่านหิน และไม่ต้องการให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่

นายคอนดูล กล่าวต่อว่า จากการที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) ออกมาชี้แจงว่า โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินปะนาเระเป็นความต้องการของคนในพื้นที่นั้น การกล่าวอ้างเช่นนี้เป็นเพียงการสร้างวาทกรรมของรัฐ ที่ต้องการยัดเยียดโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินให้เกิดขึ้นทั้งที่อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานีและอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อให้สังคมเห็นว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นความต้องการของคนในพื้นที่ ซึ่งขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ที่รัฐไม่เคยเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบและวางแผนโครงการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ ดังนั้นโรงไฟฟ้าถ่านหินจึงไม่ใช่ความต้องการของคนในพื้นที่ชายแดนใต้

นอกจากนี้เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ(Permatamas) ได้ออกแถลงการณ์ “กรณีสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เตะถ่วงการขอคัดสำเนารายงาน EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา” โดยระบุว่า สืบเนื่องจากการที่เครือข่าย Permatamas เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เครือข่ายนักศึกษา มอ.ปัตตานีเพื่อความเป็นธรรม ได้ไปยื่นเอกสารที่สำนักนโยบายและแผน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( สผ.) เพื่อขอคัดสำเนารายการการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและท่าเทียบเรือโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 บัดนี้เวลาล่วงเลยมากว่า 2 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจาก สผ.แต่อย่างใด

“เราให้ความเคารพการทำงานของ สผ.ในฐานะข้าราชการ ข้าราชการควรต้องยืนตรงกลาง ไม่ยืนข้างนายทุนเช่น กฟผ.ที่หว่านเงินซื้อชาวบ้านในพื้นที่ทุกวัน ท่านอยู่ในห้องแอร์ วันหนึ่งหากมีโรงไฟฟ้าถ่านหินสามพันไร่มาตั้งที่หน้าบ้านของท่าน ท่านจะเข้าใจว่าชาวบ้านเทพาวันนี้คิดอย่างไร ชาวบ้าน 1,500 คนต้องย้ายออกจากพื้นที่ วัดมัสยิดสุสานจะถูกทิ้งให้ร้าง มลพิษแม้รายงานจะบอกว่าไม่เกินมาตรฐานแต่มันปล่อยออกมาทุกวินาที เหมือนมีรถจอดติดเครื่องยนต์อยู่หน้าบ้านท่าน ปล่อยไอเสียไม่เกินมาตรฐาน แต่ปล่อยทุกวินาทีนานหลายสิบปี หากเป็นท่านท่านจะอยู่เฉยๆได้หรือ เรามาขอดูข้อมูล เพราะอยากรู้ว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินจะปล่อยมลพิษใดออกมาบ้าง จะทำลายทะเล อากาศ ผืนดิน สภาพแวดล้อม ศาสนาวัฒนธรรมอะไรบ้าง”แถลงการณ์ระบุ

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบต้องมีสิทธิที่จะรับรู้และตรวจสอบ เราชาวบ้านก็แค่มาขอเอกสาร EHIA เพราะโรงงานนรกที่ว่านี้มันมาตั้งหน้าบ้านเรา เราไม่มีสิทธิรู้ เราไม่มีสิทธิจะอ่านหรือ เราชาวบ้านแม้ไม่ได้เรียนจบดอกเตอร์ แต่เรารู้จักพื้นที่บ้านเราทุกตารางนิ้ว ท่านนักวิชาการจะรู้จักทะเลเทพาและผืนดินเทพาดีกว่าชาวบ้านเกษตรกรและชาวประมงได้อย่างไร และที่สำคัญเราชาวบ้านไม่เคยเห็นนักวิชาการของบริษัท COT ลงมาในพื้นที่มาเก็บข้อมูล เราไม่เคยได้รับหรือเห็นการลงมาสอบถามความคิดเห็นในด้านใดๆ แต่รายงานเสร็จออกมาเป็นเล่มๆได้ในเวลาอันสั้นอย่างน่าอัศจรรย์ การที่ชาวบ้านได้เห็นเอกสาร EHIA ชาวบ้านก็จะได้ช่วยนักวิชาการ ช่วย สผ. ช่วยคณะกรรมการชำนาญการตรวจสอบ ว่าอะไรจริง อะไรเท็จ อะไรมั่ว อะไรที่ไม่สมบูรณ์ เพื่อจะได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ และคืนความเป็นธรรมแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบที่แท้จริง นี่คือสิทธิของชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบควรได้รับ เป็นสิทธิพื้นฐาน การที่ สผ.และคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของ สผ.ปิดกั้นการได้รับรู้ข้อมูลของชาวบ้าน เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

“ท่านบอกด้วยวาจาว่าให้มาอ่านได้ที่ สผ. ท่านคิดได้อย่างไร ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมีเป็นพันคนที่ควรได้อ่าน จะให้เขาเสียค่ารถเสียเวลามานั่งอ่านที่ สผ.ท่านไม่เห็นใจชาวบ้านบ้างหรือ ท่านเข้าข้าง กฟผ.เกินไปหรือไม่ อยากให้ท่านผู้มีอำนาจหน้าที่ได้ตรวจสอบตนเอง ท่านเป็นข้าราชการข้าแผ่นดิน แต่ทำไมไม่ทำหน้าที่ปกป้องชาวบ้านปกป้องชุมชนบ้าง”แถลงการณ์ระบุ

ในแถลงการณ์ระบุอีกว่า ดังนั้นวันนี้เครือข่าย permatamas เครือข่ายคนสงขลาปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน เครือข่ายนักศึกษา มอ.เพื่อความเป็นธรรม จึงขอประกาศต่อสาธารณะว่า สผ.และคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของ สผ.ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเป็นธรรม ปกป้องแต่ฝ่ายสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และพยายามเตะถ่วงเวลาในการตอบจดหมายของชาวบ้าน หลอกให้ชาวบ้านรอแล้วรอเล่า วันนี้เราจะไม่รอจดหมายตอบกลับที่ไร้ความจริงใจอีกต่อไป ทางเครือข่ายจะประสานกับนักศึกษาชายแดนใต้ในกรุงเทพ เพื่อมีปฏิบัติการ “ทวงคืน EHIA ถ่านหินเทพา” ต่อไปเร็วๆนี้ หรืออาจต้องพึ่งอำนาจศาลปกครองต่อไปหากมีความจำเป็น //////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.