เสียงสะท้อนคนปลูกฝิ่นในพม่า โอดฐานะยากจนไม่มีทางเลือก แนะรัฐหาทางออกก่อนกวาดล้างการทำไร่ฝิ่น

ภาพโดย Jai Jai
ภาพโดย Jai Jai

กลุ่มคนทำไร่ฝิ่นรายย่อยในพม่าได้จัดประชุมที่เมืองหลอยก่อ รัฐคะเรนนี้ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลหาทางออกหรือหาทางเลือกอื่นๆ ให้กับคนปลูกฝิ่นในประเทศ ก่อนที่จะมีการดำเนินการปราบปรามกวาดล้างการทำไร่ฝิ่น เรียกร้องความเห็นใจ เหตุที่ทำไร่ฝิ่นเพราะมีฐานะยากจนไม่มีทางเลือก และปลูกฝิ่นเพื่อใช้เป็นยาและใช้ในวิถึชีวิตที่สืบทอดมายาวนานเท่านั้น ปฏิเสธไม่ได้ปลูกไว้ขาย โดยในงานประชุมครั้งนี้ ได้มีคนทำไร่ฝิ่นและตัวแทนจากรัฐคะเรนนี รัฐฉาน และรัฐคะฉิ่นมาเข้าร่วมประชุม

ในแถลงการณ์ระบุว่า “เราปลูกฝิ่นเพราะฐานะยากจนและไม่มีโอกาสทางเลือกอื่นเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เพื่อส่งลูกไปโรงเรียน เราปลูกฝิ่นเอาไว้ทำยาและใช้ในวิถีแบบดั้งเดิม เราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องการค้าขายฝิ่น เราไม่ใช่อาชญกร เราไม่ได้ปลูกฝิ่นในเชิงพาณิชย์ มันมีความแตกต่างกันมากระหว่างผู้ปลูกรายย่อยอย่างพวกเรา กับผู้ที่ปลูกฝิ่นเพื่อค้าขาย” ในแถลงการณ์ระบุ

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ปลูกฝิ่นเสนอแนะให้รัฐบาลอย่ากวาดล้างการทำไร่ฝิ่นจนกว่าจะสามารถดำเนินการจัดทำโครงการหาพืชทดแทนมาปลูก หรือจนกว่าจะสามารถหาทางออกให้คนทำไร่ฝิ่นสามารถมีทางเลือกอื่นๆ และยังเรียกร้องให้รัฐอย่าทำลายไร่ฝิ่นในช่วงเก็บเกี่ยว โดยอ้างว่า ผู้ปลูกฝิ่นได้ลงทุนกับการทำไร่ฝิ่นไปเป็นเงินจำนวนมาก และในหน้าเก็บเกี่ยวยังไม่สามารถปลูกพืชอื่นๆได้ แนะให้รัฐบาลยอมรับฝิ่นสามารถมาใช้เป็นยารักษา กำหนดควบคุมปริมาณการใช้

ผู้ปลูกฝิ่นยังเรียกร้องว่า เจ้าหน้าที่รัฐควรที่จะดำเนินการให้ความรู้ด้านการพัฒนาท้องถิ่นในระยะยาว ทั้งในเรื่องความมั่นคงทางอาหาร การศึกษา การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ รวมไปถึงเรื่องไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานและการติดต่อสื่อสาร แทนที่เจ้าหน้าที่รัฐจะเรียกเก็บเงินใต้โต้ะ ภาษีผิดกฎหมายจากคนปลูกฝิ่น นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนกฎหมายด้านยาเสพติดที่มีอยู่ในปัจจุบัน และกำหนดนโยบายเป็นที่น่าพอใจให้กับทุกฝ่าย โดยจะต้องฟังเสียงจากคนในระดับล่างสุดไปหาคนข้างบนสุด ชี้ให้เอาผิดกับผู้ค้ารายใหญ่ที่ค้าขายยาเสพติด และจัดตั้งศูนย์บริการที่จำเป็นให้กับผู้ติดยาเสพติด

กลุ่มผู้ปลูกฝิ่นยังเปิดเผยว่า การขาดความมั่นคงในการครอบครองที่ดิน เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้บางชุมชนทำไร่ฝิ่นเพื่อความอยู่รอด ระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องตระหนักถึงสิทธิการครอบครองที่ดินของคนชาติพันธุ์ การอยู่ในพื้นที่สู้รบความขัดแย้ง การไม่สามารถเข้าถึงการพัฒนา ระบบบริการของรัฐก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถปลูกพืชอื่นได้นอกจากฝิ่น “ตราบใดที่ไม่มีความเสมอภาค ก็จะไม่มีสันติภาพในประเทศ และตราบใดที่ไม่มีสันติภาพ ก็จะไม่มีการพัฒนา” ในแถลงการณ์ระบุ

ขณะที่ทางกลุ่มผู้ปลูกฝิ่นยังเปิดเผยว่า หลายกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์มีความเกี่ยวข้องกับการทำไร่ฝิ่นและความขัดแย้งที่เป็นอยู่ บางกลุ่มติดอาวุธได้รับอนุญาตจากกองทัพพม่าให้สามารถค้ายาและผลิตยา ที่ผ่านมายังพบเห็นบางกลุ่มติดอาวุธที่ต่อต้านยาเสพติดปะทะกับกลุ่มติดอาวุธที่ทำธุรกิจยาเสพติดเป็นต้น ดังนั้น เรียกร้องรัฐไม่ควรทำให้กระบวนการสันติภาพเสียหายจากปัญหายาเสพติด ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สื่อของพม่าได้รายงานว่า การปลูกฝิ่นในพม่ากลับเพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่ปี 2550 พม่าเป็นแหล่งปลูกฝิ่นมากที่สุดในภูมิภาคกลุ่มประเทศอาเซียน และมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากประเทศอัฟนิกานสถาน

ที่มา Mizzima
แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.