อัตราใช้ถุงยางของพนักงานบริการทั้งชาย-หญิง-เพศที่3 เกือบ 100% เดินหน้าลดติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ให้เป็น 0

received_1178179612225322

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2559 ที่โรงแรมตะวันนา (สุรวงศ์) กรุงเทพฯ มูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ หรือสวิง (Service Workers in Group : SWING) ร่วมกับสำนักงานกรุงเทพฯ จัดกิจกรรมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ แก่สถานบริการอาบอบนวด คลับ บาร์ ฯลฯ ที่ให้ความร่วมมือในการยุติโรคเอดส์ และเอชไอวี โดยมี ดร.ผุศดี ตามไท รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธาน

นางสาวสุรางค์ จันทร์แย้ม ผู้อำนวยการมูลนิธิสวิง กล่าวว่า นับตั้งแต่มูลนิธิเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2547 ได้ทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพการตรวจการป้องกันและการรักษาโรคเอดส์และเอชไอวีร่วมกับพนักงานบริการทั้งหมดกว่า 270 แห่ง แบ่งเป็นสถานบริการที่เป็นสาวประเภทสอง และชาย 70 แห่ง, สถานบริการที่มีพนักงานบริการหญิงกว่า 200 แห่ง ที่ช่วยเชื่อมเครือข่ายพนักงานบริการซึ่งมีมากกว่า 11,000 คน ให้สามารถป้องกันรักษารวมทั้งส่งเสริมความรู้ด้านเชื้อเอดส์และเอชไอวีมาโดยตลอด จนกระทั่งสถิติล่าสุดในปี 2557 พบว่าพนักงานบริการที่เป็นเพศชายและสาวประเภทสองมีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยสูงถึง 96% และพนักงานบริการหญิงมีอัตราใช้ถุงยางอนามัยอยู่ที่ 99% ซึ่งในอนาคตทางมูลนิธิจะเร่งส่งเสริมให้มีการใช้ถุงยางอนามัยให้ครบทั้ง 100% เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเป็นสังคมที่พนักงานบริการปลอดเชื้อเอดส์และเอชไอวี และมีอัตราการติดเชื้อรายใหม่เท่ากับ 0

นางสาวสุรางค์ กล่าวด้วยว่า จากสถิติ ปี2557 ทางมูลนิธิได้สำรวจและพบว่าสถานบริการที่อยู่ในเครือข่ายซึ่งเป็นสถานบริการประเภทชายรักชายและสาวประเภทสองมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 10% ส่วนสถานบริการพนักงานหญิงมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 1.4 % เท่านั้น ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขมีการรายงานสถานการณ์โรคเอดส์ในเอชไอวีในประชาชนทั่วไปยังสูงอยู่ ดังนั้นข้อเหมารวมที่ว่ากลุ่มพนักงานบริการเป็นผู้เผยแพร่และเป็นต้นเหตุของเชื้อเอดส์และเอชไอวีคงไม่เป็นจริงเสมอไป

“ที่เรามอบโล่ประกาศเกียรติคุณในปีนี้แก่สถานบริการชายและสาวประเภทสอง เพราะสังคมไทยมักจะมองสถานบริการเหล่านี้เป็นสีเทาและมองคนกลุ่มดังกล่าวในแง่ลบและพยายามออกกฏหมายเพื่อปราบปรามต่อเนื่อง แต่มักจะไม่เป็นผล ทางมูลนิธิจึงคิดว่าในเมื่อแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไม่ได้จะต้องสร้างสังคมที่สามารถอยู่ร่วมกันให้ได้เพราะในโลกนี้ไม่มีใครสามารถปิดสถานบริการให้หมดจากสังคมได้ จริงจัง ควรให้กำลังใจพนักงานบริการเหล่านี้โดยการทำงานด้วยความเข้าใจและสร้างองค์ความรู้ในทางที่ถูกต้องซึ่งมีส่วนงานของกรุงเทพมหานครให้ความร่วมมือในการบริการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีและเป็นผลสำเร็จสามารถลดโรคได้” นางสาวสุรางค์ กล่าว

ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ กล่าวด้วยว่า หลายครั้งที่ประเทศไทยพยายามผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับด้านสาธารณสุขเพื่อพนักงานบริการแต่มักไม่เป็นผลเพราะอาชีพดังกล่าวไม่ได้รับการยอมรับการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอดในเอชไอวีที่เกิดจากอาชีพดังกล่าวจึงเป็นไปได้ยากเนื่องจากไม่มีกองทุนประกันสุขภาพหรือหลักประกันด้านบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ บริการจึงจำเป็นที่จะต้องดูแลตัวเองให้มีสุขภาพแข็งแรงและปลอดโรค

ด้านดร.ผุศดี ตามไท รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวว่า ส่วนของกรุงเทพมหานครมีสำนักอนามัยให้บริการรถตรวจสุขภาพและบริการแจกถุงยางอนามัยแก่สถานบริการในสังกัดกรุงเทพมหานครซึ่งเปิดอย่างถูกต้องตามกฏหมายเพื่อสนับสนุนแนวคิดด้านสังคมที่ประเทศไทยได้ลงนามกับนานาชาติในโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) เพื่อยุติปัญหาเอดส์และเอชไอวีในปี 2573 ทางกรุงเทพมหานครจึงได้ให้ความสำคัญด้วยการสร้างนโยบายที่สอดคล้องกับสากล เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวจำนวนมาก และเชื่อว่าหากมีการรณรงค์ต่อเนื่องจะช่วยให้สังคมไทยได้เป็นตัวอย่างของการป้องกันรักษาโรคเอดส์และเอชไอวีแก่ประเทศอื่น อย่างไรก็ตามอยากให้สังคมเข้าใจว่าไม่ว่าจะเป็นสถานบริการประเภทใดหากมีการป้องกันรักษาและส่งเสริมองค์ความรู้อย่างถูกต้องย่อมเป็นประโยชน์ต่อสังคม ด้านนายภาสพิชญ์ มงคลสุรอนันต์ ที่ปรึกษาสถานบริการในมูลนิธิสวิง กล่าวว่าโดยปกติกำหนดการตรวจหาเชื้อเอชไอวีและเอดส์ในสถานบริการที่อยู่ในเครือข่ายของมูลนิธิต้องมีขึ้นปีละ 2 ครั้ง หากพบผู้ติดเชื้อ ทางสถานบริการต้องยอมรับพร้อมทั้งให้การช่วยเหลือในการรักษาพนักงานในสังกัด และให้ยุติการทำงานทันที แต่มีกระบวนการดูแลอย่างเหมาะสม รวมทั้งสถานบริการต้องส่งเสริมจริยธรรมคุณธรรมในการดูแลพนักงานอย่างเท่าเทียมโดยไม่ปฏิบัติกับพนักงานอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น บังคับกดขี่ เพื่อเร่งสร้างรายได้ โดยไม่จัดวันหยุดงานซึ่งมาตรการดังกล่าวที่มูลนิธิได้ทำมาเกือบ 12 ปีเป็นผลที่น่าพอใจ ส่วนตัวอยากให้สังคมเปิดใจยอมรับและปรับทัศนคติในการมองคนกลุ่มนี้ด้วยศักดิ์ศรีความเป็นคนที่เท่ากันและเคารพอาชีพที่เขาเลือก ในส่วนพนักงานบริการเอง ทางมูลนิธิพยายามทำความเข้าใจให้ใจกว้างสิ่งที่ตนเองเป็นและตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ เมื่อทุกฝ่ายร่วมือกันทำให้เครือข่ายเข้มแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

/////////////////

On Key

Related Posts

ชาวบ้านริมโขงสุดปลื้ม “ครูตี๋”รับรางวัล Goldman Environmental Prize เผยร่วมต่อสู้คัดค้านระเบิดแก่งแม่น้ำโขงมาด้วยกัน นักวิชาการรัฐดูตัวอย่างการรักษาธรรมชาติของคนเล็กคนน้อย

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 ที่โฮงเฮียนแม่น้ำโขง อRead More →