นักวิชาการเตือน สร้างกำแพงกันคลื่น“อ่าวน้อย”เสี่ยงต่อการทำลายเสถียรภาพชายหาด ชี้ปัญหากัดเซาะหลายพื้นที่เพราะสิ่งแทรกแซงธรรมชาติ ยก“ท่าเรือ”“สะพาน”ตัวการสร้างคลื่นรุนแรง

ภาพระหว่างการก่อสร้าง seawall / ขอบคุณภาพจาก ดร.สมนึก จึงมีวศิน
ภาพระหว่างการก่อสร้าง seawall / ขอบคุณภาพจาก ดร.สมนึก จึงมีวศิน

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2559 ดร.ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เปิดเผยว่า กรณีการดำเนินการก่อสร้างกำแพงกันคลื่น (sea wall) ที่อ่าวน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง นั้นมีที่ความเสี่ยงต่อการสร้างผลกระทบระยะยาวต่ออ่าวน้อยและพื้นที่ชายหาดใกล้เคียง และอาจจะเป็นการก่อสร้างที่สร้างความเสียหายคล้ายกับคลองวาฬ จังหวัดประจวบ โดยที่ผ่านมากลุ่มชาวบ้าน นักอนุรักษ์ และนักวิชาการได้พยายามเรียกร้องให้กรมโยธาฯ ทบทวนโครงการ รวมทั้งพยายามเผยแพร่ข้อกังวลจากฝ่ายวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมชี้แจงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมเจ้าท่า และอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช) อย่างต่อเนื่อง เพื่อชี้ให้เห็นถึงผลเสียและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเนื่องจากการสร้างกำแพงคอนกรีตนั้น นอกจากจะทำให้คลื่นในช่วงมรสุมที่เข้ากระทบฝั่ง ทวีความรุนแรงและสูงขึ้นกว่า 7 เท่าแล้ว ยังทำให้ทรายบริเวณหาดอ่าวน้อยยิ่งถูกกัดเซาะรุนแรงขึ้น เพราะทรายจะหายไปกับคลื่นที่ปะทะเข้าหากำแพง ที่น่าห่วงคือเมื่อโครงการระยะที่ 1 เสร็จสิ้น การกัดเซาะจะขยายวงกว้างไปถึงชายหาดบริเวณใกล้เคียงด้วย

ดร.ศักดิ์อนันต์ กล่าวด้วยว่า แม้ขณะนี้จะมีประชาชนบางกลุ่มฟ้องศาลปกครองให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก็ตาม แต่ก็คิดว่าคงลำบากที่จะหยุดยั้งโครงการนี้ เพราะชาวบ้านในพื้นที่มีทั้งส่วนที่รับและไม่รับ และส่วนมากก็คือเลือกรับ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิชาการในนามเครือข่ายนักวิชาการเฝ้าระวังรักษาชายหาดยังคง พยายามอธิบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจว่า อ่าวน้อยไม่มีปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของชายหาดตามฤดูกาลเท่านั้น ตอนนี้สร้างระยะที่ 1 ไปแล้ว ยังถอนตัวได้ แต่ถ้าแล้วเสร็จระยะที่ 2-3 อาจจะสร้างประวัติศาสตร์สูญเสียชายหาดซ้ำรอยหาดอื่นที่ประเทศไทยเคยประสบ

ภาพระหว่างการก่อสร้าง seawall / ขอบคุณภาพจาก ดร.สมนึก จึงมีวศิน
ภาพระหว่างการก่อสร้าง seawall / ขอบคุณภาพจาก ดร.สมนึก จึงมีวศิน

นักวิชาการภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล กล่าวด้วยว่า เรื่องดังกล่าว ทช.เคยมีหนังสือชี้แจงแล้วด้วยซ้ำว่าจะมีผลกระทบระยะยาวและให้ทบทวน แต่ทางกรมโยธาฯ ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ทั้งนี้ยืนยันเช่นเดิมว่า โครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่จะทำต่อเสถียรภาพทางกายภาพและระบบนิเวศของหาดอ่าวน้อยอย่างรุนแรงเท่านั้น แต่เครือข่ายนักวิชาการเฝ้าระวังรักษาชายหาด ได้ร่วมกันพิจารณารายละเอียดของโครงการฯ และศึกษาทบทวนสภาพทางธรรมชาติของหาดอ่าวน้อย โดยใช้วิธีการแปลภาพถ่ายทางอากาศ การสำรวจภาคสนาม และการทบทวนทฤษฏีและประสบการณ์ในที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ พบข้อสรุปหลายอย่างน่าสนใจ เช่น กายภาพและวัฏจักรตามธรรมชาติของหาดอ่าวน้อยเป็นหาดทรายกะเปาะ (Pocket Beach) รูปโค้งเว้ายาว 1.5 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเขาคั่นกะไดทางทิศเหนือ และเขาตาม่องล่ายทางทิศใต้ ชายหาดซึ่งเกิดจากการสะสมตัวของตะกอนทราย (sediment transport) มาอย่างยาวนาน จึงมีเสถียรภาพสูงแบบสมดุลสถิตในระบบกลุ่มหาด ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) วัฏจักรตามธรรมชาติของอ่าวน้อยนั้น ในช่วงมรสุมคลื่นจะพัดพาทรายหน้าหาดไปสะสมเป็นสันดอนทรายใต้น้ำ ทำให้หาดจะแคบลงในฤดูมรสุม และในช่วงนอกฤดูมรสุมคลื่นดิ่งจะนำทรายจากสันดอนกลับขึ้นมาสะสมที่ชายหาดดังเดิม จึงทำให้หาดทรายอยู่ในสภาพที่สมดุล

“จากการสำรวจพื้นที่อ่าวน้อยพบว่า หาดทรายหน้ากำแพงชายฝั่งบริเวณท่าเรือ (ทิศใต้ของอ่าวน้อย) หน้าหาดแคบลง และมีร่องรอยคลื่นซัดข้ามกำแพงมาถึงบ้านเรือนประชาชนในอีกฟากถนน” ปรากฏการณ์นี้เป็นตัวอย่างของการมีสิ่งแปลกปลอมแทรกแซงระบบของธรรมชาติ เช่น สะพานท่าเรือที่ส่งผลกระทบต่อหาดทรายทางทิศเหนือ อันเป็นผลมาจากการเลี้ยวเบนของคลื่นและกระแสน้ำชายฝั่ง เนื่องจากเป็นโครงสร้างโปร่งขนาดเล็ก ผลกระทบต่อหาดทรายจึงไม่รุนแรงมากนัก ส่วนคลื่นเมื่อเข้าปะทะกำแพง ทำให้ยกตัวและสะท้อนกลับพัดพาทรายหน้ากำแพงออกไป ชายหาดจึงชันลึกลงไปกว่าอดีต ปัญหานี้สามารถบรรเทาได้โดยวิธีเติมทรายเพื่อลดผลกระทบจากท่าเรือและกำแพงที่สร้างไว้ ไม่ควรเพิ่มสิ่งก่อสร้างใด ๆ รุกล้ำหาดทรายลงในพื้นที่นี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระตุ้นให้เกิดการกัดเซาะเพิ่มขึ้นนักวิชาการฯ กล่าวและว่า

ข้อเสนอแนะต่อโครงการก่อสร้างกำแพงชายฝั่งหาดอ่าวน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากผลการศึกษากรณีโครงการก่อสร้างกำแพงชายฝั่งหาดอ่าวน้อย และเพื่อการใช้ประโยชน์หาดอ่าวน้อยอย่างยั่งยืน เครือข่ายนักวิชาการฯ จึงมีความเห็นและข้อเสนอแนะที่สำคัญ คือ หาดอ่าวน้อยเป็นหาดทรายที่มี เป็นปรากฏการณ์ตามวัฏจักรของธรรมชาติ การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนสามารถทำได้โดยการไม่แทรกแซงสมดุลธรรมชาติ กำแพงชายฝั่งที่สร้างขึ้นนี้จะเป็นสาเหตุให้ทรายถูกพัดพาออกนอกชายฝั่งอย่างถาวร เจ้าของควรศึกษาผลกระทบไว้อย่างรอบด้าน อย่างไรก็ตามปัจจุบันอ่าวน้อยมีปัญหาการท่องเที่ยวจากการขาดสาธารณูปโภค และขาดการส่งเสริมการนันทนาการอย่างเหมาะสม การจัดการใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องจะทำให้หาดอ่าวน้อยมีคุณค่า ดังนั้นการส่งเสริมนันทนาการและการจัดสาธารณูปโภค ต้องเป็นการพัฒนาพื้นที่ที่สอดคล้องกับระบบธรรมชาติ และมุ่งสร้างเอกลักษณ์ของอ่าวน้อยที่เป็นหาดในอ่าวกระเปาะให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติเหมาะสมกว่าการสร้างกำแพงกันคลื่น

////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.