pmove4
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2559 เวลา 08.00 น.-10.00 น.ชาวบ้านจากเครือข่ายประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และเครือข่ายสลัม 4 ภาค รวมทั้งภาคีเครือข่าย จำนวนกว่า 2,000 คน รวมตัวกันที่หน้าอาคารสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถนนราชดำเนิน กทม. เพื่อรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก และยื่นหนังสือถึงนายบัน คีมูน เลขาธิการยูเอ็น โดยมีนายโดโนแวน สโตเรน (Mr.Donovan Storen) หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นตัวแทนรับหนังสือ

สำหรับบรรยากาศในการชุมนุมนั้น ตัวแทนประชาชนได้ร่วมระดมทุนเพื่อการพัฒนาและเคลื่อนไหวกิจกรรมทางสังคมรวม ทั้งได้จัดกิจกรรมรำลึกถึงนักพัฒนาสังคมและนักสิทธิมนุษยชนที่ล่วงลับ พร้อมทั้งถือป้ายรณรงค์กันอย่างคึกคัก

นางสาวนุชนารถ แท่นทอง ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค อ่านแถลงการณ์ต่อหน้าตัวแทนสำนักงานยูเอ็นก่อนการยื่นหนังสือ โดยมีเนื้อหาสรุปว่า ตามที่องค์กรสหประชาชาติหรือยูเอ็นกำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันที่อยู่อาศัยโลกเพื่อย้ำเตือนให้รัฐบาลนานาประเทศให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในด้านอื่น ๆ ของคนจนทั่วโลก โดยปีนี้ยูเอ็นได้สื่อสารข้อความเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกว่า “housing at the center” เพื่อเน้นสร้างที่อยู่อาศัยให้เพียงพอสำหรับคนจนเนื่องจากประชากรที่อยู่ในเมืองทั่วโลกเพิ่มขึ้นจำนวน 50 ล้านคนในทุกปี เรื่องที่อยู่อาศัยจึงมีความจำเป็นยิ่งโดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง
pmove3

นางนุชนารถกล่าวว่า สำหรับในประเทศไทยนั้น การศึกษาของเครือข่ายสลัม 4 ภาคพบว่า ปัญหาทับซ้อนที่เกิดจากประชากรที่เพิ่มขึ้นและส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงด้านที่อยู่อาศัยมีสาเหตุหลายประการ โดยส่วนมากมาจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐที่เกิดขึ้นจำนวนมาก เช่น แผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพระราม 3 บนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยจำนวน 277 ไร่ ซึ่งอาจจะมีประชาชนได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่า 500 ครัวเรือน โครงการพัฒนาพื้นที่การท่าเรือคลองเตยเพื่อการพาณิชย์ซึ่งเป็นชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยได้รับผลกระทบราว 20,000 ครอบครัว การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งรถไฟความเร็วสูง การขยายทั้งคู่ที่มีแผนก่อสร้างในทุกภาคของประเทศไทยทำให้ชุมชนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมทางรถไฟต้องถูกไล่หรือถูกย้ายออกจากพื้นที่ รวมทั้งโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทดลอง 14 กิโลเมตรที่สร้างผลกระทบในชุมชนริมแม่น้ำส่งผลให้เกิดการแย่งชิงที่ดินจากภาครัฐและภาคประชาชนโดยปราศจากความรับผิดชอบ โครงการเหล่านี้จะทำประชากรในประเทศไทยต้องกลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัยในอนาคต ทางเครือข่ายจึงได้รณรงค์เรื่องดังกล่าวเพื่อเสนอให้ยูเอ็นได้ติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดและมีมาตรการในเชิงรุกเพื่อผลักดันให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลนานาประเทศ ไม่ดำเนินการละเมิดต่อสิทธิที่อยู่อาศัยที่ทำกินและสิทธิชุมชน รวมทั้งต้องเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลนานาประเทศปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
pmove2
นายโดโนแวน กล่าวว่า ในเดือนตุลาคมนี้ทางยูเอ็นจะประชุมเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่อาศัยและปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งกรณีของประเทศไทยที่มีการรณรงค์วันนี้นับเป็นเสียงสะท้อนหนึ่งที่จะทำให้เลขาธิการยูเอ็นได้นำไปเป็นข้อเสนอและวางแนวทางในการจัดการที่อยู่อาศัยที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งนี้ที่ผ่านมายูเอ็นได้พยายามรณรงค์มาตลอดในเรื่องการจัดการด้านที่อยู่อาศัย ความมั่นคงแก่ประชากรทั่วโลก อย่างไรก็ตามขอให้มั่นใจว่า สารที่ประชาชนคนไทยได้ส่งมาในวันนี้ ส่งถึงมือนายบันคีมูน เลขาธิการยูเอ็นอย่างแน่นอน และยูเอ็นขอขอบคุณคนไทยที่เดินทางมารวมตัวกันในวันนี้ ทั้งนี้ยืนยันว่าหากทุกประเทศมีการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยและส่งเสริมความมั่นคงในที่ทำกินก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแก่ประชากรได้ เมื่อประชากรมีที่ทำกิน มีที่อยู่ ก็ย่อมร่วมหนึ่งในการพัฒนาประเทศได้ ส่วนตัวหวังว่า คนไทยจะมีการรณรงค์วันที่อยู่อาศัยในทุกปี
pmove1

ทั้งนี้ หลังจากเครือข่ายฯ ยื่นหนังสือและอ่านแถลงการณ์หน้าสำนักยูเอ็นแล้วทางเครือข่ายได้เคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล (ประตู5)เพื่อรวมตัวกับสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช) จากนั้นแกนนำเครือข่ายได้ขึ้นปราศรัยปัญหาของแต่ละพื้นที่ก่อนที่สอช.จะเคลื่อนขบวนไปยังสำนักงานกรุงเทพมหานครเพื่อเรียกร้องให้กรุงเทพมหานคหยุดการไล่หรือชุมชนป้อมมหากาฬ และเรียกร้องสิทธิการอาศัยอยู่ในแหล่งประวัติศาสตร์แก่กลุ่มคนจน

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.