ชี้กฟผ.ลักไก่ตรียมเปิดประมูลโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ขัดหลักเกณฑ์คำสั่ง คสช.9/2559 แนะชาวบ้านฟ้องศาลปกครองระงับยื่นซอง ระบุทำอีเอชไอเอแค่เป็นพิธีกรรม

received_1219024854807464
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2559 ที่ห้อง 505 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เครือข่ายประชาชนชายแดนใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ (Permatamas) จัดเวทีเสวนาสาธารณะ “กฟผ.เปิดประมูลโรงไฟฟ้าถ่านหินกับคำสั่ง คสช.ที่ 9/2559 ทำได้หรือมั่วนิ่ม” โดยมีภาคประชาชน นักวิชาการ และชาวบ้านเข้าร่วม

นายธีรวัฒน์ ขวัญใจ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า การออกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ฉบับที่ 9/2559 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ส่งผลให้กระบวนการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและท่าเทียบเรือ กลายเป็นเพียงพิธีกรรมที่ไม่มีความหมายในแง่การเป็นหลักประกันของประชาชน แต่เราได้ทำการศึกษาในด้านกฎหมายพบว่าโครงการนี้ไม่เข้าเกณฑ์คำสั่ง คสช.ดังกล่าว เนื่องจากแม้จะมีการแยกออกเป็นสองโครงการคือ ท่าเทียบเรือและโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ข้อเท็จจริงทั้งหมดคือโครงการเดียวกัน ดังนั้นกระบวนการควรต้องย้อนกลับไปดำเนินการในขั้นตอนปกติก่อนส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณา ซึ่งกระบวนการที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) กำลังดำเนินการ ได้ทำให้เกิดข้อสังเกตว่าเมื่อยังไม่ได้รับการอนุมัติจาก ครม. จึงไม่สามารถอ้างอิงคำสั่ง คสช.ที่ 9/2559 การประมูลโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ไม่สามารถดำเนินการได้

“ชาวบ้านที่ได้รับผลกกระทบจากสิ่งที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง ถูกข้ามสิทธิที่เป็นสาระสำคัญ ก็ต้องส่งเสียงโดยใช้สิทธิทางกฎหมาย ฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนการประมูลหรือประกวดราคา หรือให้ระงับการดำเนินกิจกรรมที่เกิดขึ้น แต่ถ้ารัฐปล่อยให้สิ่งนี้ดำเนินไป ผมก็ไม่แน่ใจว่าประเทศไทยยังมีความเป็นนิติรัฐอยู่หรือไม่ เพราะมีหลายกรณีที่ชาวบ้านถูกกระทำ” นายธีรวัฒน์ กล่าว

ด้านนายดิเรก เหมนคร ผู้ประสานงาน Permatamas กล่าวว่า กระบวนการผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาไม่ชอบธรรมตั้งแต่ขั้นตอนแรกคือการเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม เนื่องจากอำเภอเทพาเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีป่าชายเลนและชุมชนชายฝั่งยาวเชื่อมต่อถึงจังหวัดปัตตานีนับหมื่นไร่ มีปากแม่น้ำอุดมสมบูรณ์ที่มาจากต้นน้ำในประเทศมาเลเซีย ตลอดสายน้ำนับร้อยกิโลเมตรไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม เป็นเมืองที่มีศักยภาพทางทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ดังที่อาจารย์มกุฏ อรฤดี ศิลปินแห่งชาติ เล่าเรื่องเมืองเทพาในอดีตผ่านนวนิยายเรื่องผีเสื้อและดอกไม้จนโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันอำเภอเทพาก็ยังคงความสมบูรณ์ดั่งเช่นในเรื่องผีเสื้อและดอกไม้ การเลือกพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาจึงไม่มีเหมาะสม แต่รัฐบาลอาจได้รับข้อมูลผิดๆ ว่าเทพาเป็นเมืองทะเลทราย ชาวบ้านไม่มีงานทำ ทะเลร้าง และประชาชนไม่น่าจะคัดค้าน จึงเป็นที่มาของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ที่วันนี้คนเทพาลุกขึ้นมาคัดค้านอย่างเต็มที่

“การทำอีเอชไอเอก็ผิด เวที ค1 ค2 ค3 ก็เหมือนทำในค่ายทหาร เพราะทั้งทหารกับตำรวจ ไปล้อมรอบ อบต. แล้วชาวบ้านใครจะกล้าให้ความคิดเห็น เราจึงยืนยันเราคว่ำบาตรโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่เสียงชาวบ้านอาจไม่ดังพอ” นายดิเรก กล่าว

ด้านนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา กล่าวว่า การที่ กฟผ.กำลังจะเปิดประมูลโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาในขณะที่การออกแบบยังไม่เสร็จสิ้นและยังมีข้อถกเถียงในกระบวนการทำอีเอชไอเอ โดยเฉพาะระบบการจัดการผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมว่ามีความเพียงพอหรือไม่ การกันพื้นที่มัสยิดกับกุโบร์และระยะก่อสร้างท่าเรือยังมีความเปลี่ยนแปลง และคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(คชก.) มีมติเสนอให้มีการแก้ไขแบบโครงการก่อสร้าง ซึ่งทำให้ยังไม่สามารถสรุปมูลค่าโครงการที่เหมาะสมได้ แต่กลับจะมีการจัดประกวดราคาและประมูลโครงการ ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้ว กฟผ. ยังไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนนี้ได้

ส่วนนางสาวสุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้แทนมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า หากเห็นว่าการดำเนินโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการรับฟังความคิดเห็นที่จัดขึ้นเพียง 1 วัน ที่ไม่อาจเกิดการรับฟังอย่างครบถ้วน ชาวบ้านสามารถทำหนังสือถึง กฟผ.เพื่อให้ชี้แจง แต่ถ้าไม่ได้รับคำตอบก็สามารถดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอดกระบวนการที่ไม่ถูกต้องได้ อีกทั้ง คชก.ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักวิชาการได้นำเสนอมูลในประเด็นที่มีความคิดเห็นแย้งเพื่อประกอบการตัดสินใจ เพื่อไม่ให้การพิจารณาอีเอชไอเอกลายเป็นเพียงพิธีกรรม หรือเป็นเพียงขั้นตอนที่จะให้มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเท่านั้น

นางสาวสุภาภรณ์ กล่าวอีกว่า รวมไปถึงการที่ คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพิ่มเติมเนื้อหาในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ในวรรค 4 ของมาตรา 47 ที่ดูเหมือนเป็นการเปิดช่องให้ดำเนินโครงการโดยไม่ต้องผ่านการทำอีไอเอ แต่โครงการนี้ยังมีอีกหลายขั้นตอนของกฎหมาย โครงการนี้จึงยังไม่เข้าหลักเกณฑ์ของคำสั่งดังกล่าว ข้อเสนอทางกฎหมายคือ กฟผ.ควรจะยกเลิกการประกวดราคา และปฏิบัติตามขั้นตอนการของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ควรจะดำเนินการและปฏิบัติตามหลักธรรมมาภิบาลอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นแบบอย่างของโครงการพัฒนาขนาดใหญ่อื่นๆ ของรัฐ

ทั้งนี้ กฟผ. จะมีการเปิดให้ยื่นซองประกวดราคาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาเฟส 1 ในวันที่ 19 ตุลาคม และโครงการท่าเทียบเรือและระบบสายพานลำเลียงถ่านหินในวันที่ 26 ตุลาคม จากนั้นจะพิจารณาคัดเลือกผู้รับเหมาภายใน 6 เดือน โดย กฟผ.จัดการประมูลครั้งนี้คู่ขนานกับขั้นตอนการพิจารณารายงานผลกระทบทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA)

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.