สำนักข่าวชายขอบ
Transborder News

ศิลปินไทยสุดปลื้ม จัดอบรมศิลปะให้เยาวชนทวาย ใช้เวลาสั้นแต่ผลงานดี เจ้าอาวาสเผยมุ่งใช้สื่อสารประเด็นทางสังคม คาดนำไปจัดแสดงในงานบุญประจำปี ขณะเดียวกันเตรียมจัดนิทรรศการ “หลงรักทวาย” ที่กรุงเทพฯ มกราคม

กาโลนท่า

ระหว่างวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2559 ที่วัดบ้านกาโลนทา (Kalonetar) เมืองทวาย ภาคตะนาวศรี ประเทศพม่า เสม สิกขาลัย และโครงการศิลปินชุมชน(community arts ) ดำเนินการโดยจิตติมา ผลเสวก   โดยมีศิลปินในโครงการประกอบด้วยประสาท นิรันดรประเสริฐ , สาธิต รักษาศรี, จักรกริช ฉิมนอก, วิชชุกร ตั้งไพบูลย์ และชุมพล คำวรรณะ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการงานศิลปะภาพพิมพ์แกะไม้แก่เยาวชนบ้านกาโลนท่า

หลวงพ่อเปียงยา โวสะ เจ้าอาวาสวัดกะโลนทากล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านมีการต่อสู้ต่อต้านเขื่อน โรงไฟฟ้า และท่าเรือน้ำลึกหลายรูปแบบ ร่วมกับเครือข่ายจากทวาย แต่ก็เป็นไปในเชิงการเคลื่อนไหวเพื่อสังคมที่เป็นการสื่อสารด้วยข้อมูล ซึ่งต้องใช้เวลาศึกษารายละเอียดมากมายเพื่อสื่อสารสภาพปัญหาที่ชาวบ้านต้องเผชิญ และหลายปีที่ผ่านมาชาวบ้านก็เคลื่อนไหวมาโดยตลอดเพื่อต่อต้านโครงการพัฒนาขนาดใหญ่และปกป้องชุมชนที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งสิ่งแวดล้อม รวมทั้งความผาสุกของเศรษฐกิจและสังคม แต่รูปแบบการสื่อสารดังกล่าวค่อนข้างมีข้อจำกัดมากมายและบางคนอาจจะเบื่อต่อการรับรู้ข่าวสารเชิงลึก ตนจึงอาศัยประสบการณ์จากประเทศไทยที่ใช้ศิลปะเพื่อการต่อสู้มาปรับใช้ และเคยพยายามจะจัดตั้งกลุ่มสมาชิกให้ร่วมกันทำงานศิลปะหลายครั้งแต่ยังไม่สำเร็จ ในวันนี้โชคดีที่ได้มูลนิธิเสมฯ เข้ามาช่วยสนับสนุน จึงมีกิจกรรมอบรมที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้น โดยส่วนตัวรู้สึกขอบคุณศิลปินจากประเทศไทยอย่างมากที่ให้ความร่วมมือมาถ่ายทอดความรู้ในครั้งนี้

“ศิลปะเป็นภาษาสากล ที่ใช้มือจับก็ได้ ตาดูก็ได้ แค่หูฟังก็ได้ และรู้สึกได้ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน ที่สำคัญ ศิลปะมันรวมสรุปข้อมูลสั้นไว้แล้ว เราไม่ต้องศึกษามันมาก วันนี้อาตมามีเยาวชนที่บางคนก็เป็นใบ้ หูหนวก บางคนก็ไม่เคยวาดรูปมาก่อนเลย ไม่เคยรู้ว่าภาพพิมพ์คืออะไร อาตมาเองก็ไม่เคยเลยสักครั้งจะทำงานศิลปะ แม้แต่วาดรูปยังไม่เคย มาครั้งนี้แหละมันคือโอกาสดีแล้ว และหากไปได้ดี ในงานบุญปลายเดือนพฤศจิกายนปีนี้อาจจะมีการแสดงศิลปะจากเยาวชนของหมู่บ้านออกมาร่วมสร้างสีสันด้วย ส่วนตัวอาตมาสนใจละครและการแสดงภาพวาด แต่ครั้งนี้ศิลปินไทยมาสอนภาพพิมพ์ สำหรับเราคือของใหม่ บทเรียนใหม่” หลวงพ่อเปียงยา กล่าว

กลุ่มศิลปินจากประเทศไทยร่วมกันลงพื้นที่เมืองทวาย (ขอบคุณภาพจาก Len Jittima )
กลุ่มศิลปินจากประเทศไทยร่วมกันลงพื้นที่เมืองทวาย (ขอบคุณภาพจาก Len Jittima )
เจ้าอาวาสวัดกาโลนท่ากล่าวด้วยว่า แม้ขณะนี้ข่าวการสร้างเขื่อนจะเงียบหายไป แต่ชาวบ้านก็ไม่กล้าประมาท เพราะกรณีการสร้างเขื่อนขนาดเล็กยังมีอยู่เรื่อยๆ ซึ่งทางบริษัทที่จะสร้างเขื่อนเองก็ยังคอยเสนอโครงการแก่รัฐบาลออย่างต่อเนื่อง โดยหากรัฐบาลยังเดินหน้า ผลกระทบจากเขื่อนเล็กก็ไม่ต่างกันคือจะทำลายแม่น้ำตาไลยาห์และแหล่งเกษตรของชาวบ้านที่อาศัยแผ่นดินนี้ทำกินกว่า 900 หลังคาเรือน จึงได้พยายามสร้างเครือข่ายเยาวชนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 12-25 ปี เพื่อเคลื่อนไหวปกป้องชุมชนต่อไป และเชื่อว่าการใช้ศิลปะเพื่อการสื่อสารประเด็นทางสังคมที่สามารถดึงดูดความสนใจจากสารธารณะได้ดี

นางสาวจิตติมากล่าวว่า โครงการศิลปะเพื่อชุมชนก่อตั้งมาได้ราว 15 ปีแล้ว โดยศิลปินอิสระจากหลายแขนงได้รวมตัวกันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ รวมทั้งถ่ายทอด แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศิลปะเพื่อเคลื่อนไหวด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและอีกหลายด้านผ่านการระดมทุนเพื่อจากหลายส่วน รวมถึงการระดมทุนจากเครือข่ายศิลปินด้วยกันเองเพื่อจัดงานต่อเนื่องตามความเหมาะสม ไม่ได้มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ ซึ่งที่ผ่านมามีการอบรมและจัดแสดงผลงานศิลปะหลากหลายประเภท และหลายพื้นที่ อาทิ ชุมชนริมแม่น้ำสาละวิน แม่น้ำโขงเพื่อการคัดค้านโครงการเขื่อน

นายประสาท วิทยากรหลักที่อบรมด้านภาพพิมพ์แกะไม้ กล่าวว่า การแกะไม้เพื่อพิมพ์ภาพนั้นเป็นเทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เป็นที่นิยมอย่างมากในอดีต แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าจึงไม่ค่อยพบเห็นเพราะมีเครื่องพิมพ์ แท่นพิมพ์หลากหลายและรวดเร็ว แต่เหตุผลที่เลือกอบรมศิลปะประเภทดังกล่าวเพราะเป็นศิลปะที่มีกระบวนการหลายขั้นตอน ทั้งการร่างภาพวาด และการประยุกต์ผลงานเข้ากับการพิมพ์เสื้อ ซึ่งจะสังเกตว่า ทางศิลปินทุกท่านไม่มีการตั้งโจทย์ แต่ปล่อยให้เยาวชนทุกคนคิดออกแบบด้วยตนเอง ซึ่งผลลัพธ์คือ เยาวชนเลือกจะนำเสนอด้านต่างๆ เกี่ยวกับหมู่บ้านของตนเอง ทั้งบ่อน้ำพุร้อน แม่น้ำสายสำคัญ ทุ่งนา ป่าเขา พื้นที่เพาะปลูก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประเด็นที่เกิดจากจิตสำนึกของเยาวชนเอง และการพิมพ์ภาพครั้งนี้ก็เป็นผลงานชิ้นแรกของหลายคนที่เขาสามารถต่อยอดได้

“เราบอกเลยว่าประทับใจมากกับผลงานครั้งนี้ ใช้เวลาไปแค่นิดเดียว แต่ผลออกมาดี เราเองก็ทึ่งนะที่เขาทำได้ เขาทำให้เราเห็นว่า ศิลปะรับใช้สังคมเป็นอย่างไร พวกเขาสื่อสารเรื่องใกล้ตัว ทั้งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกมาได้ชัดเจน ตรงไปตรงมา ที่สำคัญมีความกระตือรือร้นอย่างมาก และเชื่อว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยาก แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างมาก และการสอนเยาวชนทำงานศิลปะ สอนง่ายกว่าวัยอื่น เพราะเขาไม่คิดซับซ้อน” นายประสาทกล่าว

กลุ่มศิลปินจากประเทศไทยร่วมกันลงพื้นที่เมืองทวาย (ขอบคุณภาพจาก Len Jittima
กลุ่มศิลปินจากประเทศไทยร่วมกันลงพื้นที่เมืองทวาย (ขอบคุณภาพจาก Len Jittima
นายประสาทกล่าวด้วยว่า นอกจากจะอบรมเยาวชนทำงานศิลปะตามกำหนดเวลาแล้ว ทางกลุ่มได้มอบอุปกรณ์ไว้ให้แก่หมู่บ้านเพื่อเดินหน้าต่อยอดโครงการต่อไปด้วย อาจจะประยุกต์ใช้พิมพ์ภาพจากวัสดุอื่นๆ หรือจะทำตามแบบที่ศิลปินถ่ายทอดก็ได้ แต่ทุกอย่างเป็นไปเพื่อเคลื่อนประเด็นในชุมชน และวันหนึ่งสื่อศิลป์ที่เขาทำมันย่อมส่งผลไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง โดยส่วนตัวหวังว่าพวกเขาจะโตมากับอนาคตที่รับผิดชอบต่อสังคม และไม่ว่าจะคิดจะทำอะไร ไม่ใช่แค่งานศิลปะอย่างเดียว อย่างไรก็ตามแม้งานศิลปะรูปแบบนี้ที่ทำเพื่อเคลื่อนไหวทางสังคม และส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจะเป็นผลงานศิลปะที่ไม่ทำรายได้เหมือนศิลปะเพื่อความสุขทางใจ หรืองานประเภทสวยงามแบบอื่น แต่ศิลปินที่ร่วมกิจกรรมทุกคนคงคิดเหมือนกันว่า การต่อยอดองค์ความรู้แบบนี้ยั่งยืนและปรับใช้เมื่อไหร่ก็ได้ อย่างเสื้อที่พิมพ์ไป สามารถนำมาสวมรณรงค์ได้ในอนาคต

ด้านเด็กหญิงแท โอ มา แวะ อายุ 13 ปี ตัวแทนเยาวชนบ้านกาโลนท่า กล่าวว่า เธอเพิ่งเริ่มทำงานศิลปะพิมพ์แกะไม้ครั้งแรก และรู้สึกตื่นเต้นมากกับผลงานชิ้นนี้ โดยเลือกวาดภาพธรรมชาติ แม่น้ำ ป่าไม้ และภูเขาเพื่อสะท้อนถึงพื้นที่สีเขียวในหมู่บ้าน นับเป็นพื้นที่สวยงามและเชื่อว่าใครได้เห็นต้องอยากมาเที่ยวที่ทวาย

ทั้งนี้ผลงานพิมพ์เสื้อยืดนั้น ทางลุ่มศิลปินมอบให้เยาวชนทุกคนเก็บไว้เป็นที่ระลึก ส่วนภาพพิมพ์ลงกระดาษของเยาวชนนั้น มูลนิธิเสมฯ และศิลปินจะคัดเลือกผลงานบางส่วนไปจัดแสดงนิทรรศการ “หลงรักทวาย” ที่จะจัดขึ้นที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ประเทศไทย ประมาณเดือนมกราคม 2560 เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเมืองทวายที่กำเสี่ยงจะตกเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งทุนข้ามชาติโดยเฉพาะนายทุนไทยพยายามจะเดินหน้าโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึก โรงไฟฟ้า และเขื่อน โดยทางการส่งหนังสือแจ้งให้ชาวกะโลนท่าลงชื่อยินยอมอพยพออกจากพื้นที่รอบแนวอ่างเก็บน้ำตั้งแต่ปี 2554 แต่ชาวบ้านไม่ยอม และมีการต่อต้านอย่างหนัก ทางผู้ดำเดินโครงการจึงต้องพักโครงการไว้ก่อน คงไว้แค่การทยอยตัดและปรับปรุงถนนสายทวาย-กาญจนบุรีเท่านั้น ซึ่งยังไม่มีโครงการใดเดินหน้าอย่างสำเร็จลุล่วง แต่ชาวบ้านยังคงเคลื่อนไหวต่อเนื่องเพื่อประกาศจุดยืนในการคัดค้าน เช่น การบวชป่า สืบชะตาแม่น้ำ เป็นต้น

On Key

Related Posts

ยังไม่รู้ชะตากรรมคนไทย 148 ถูกตำรวจพม่ากวาดล้างในบ่อนพนันออนไลน์เมืองท่าขี้เหล็ก นายอำเภอแม่สายเผยยังไม่มีญาติมาติดต่อ ขณะที่สถานการณ์เริ่มตึงเครียดหลังทางการพม่าเปิดให้ตำรวจจีนเข้าทลาย

ความคืบหน้ากรณีตำรวจและทหารของประเทศเมียนมา บุกจู่Read More →

คุมเข้มชายแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ทหารพม่าบุกทลายพนันออนไลน์ – แก๊งคอลเซ็นเตอร์ คุมตัวคนไทย – จีนเทากว่า 100 คน เชื่อกระเจิงเข้าคิงส์โรมันส์-เมียวดี

เพจข่าวท้องถิ่น Maesaipress  รายงานว่า เมื่อเวลาปรRead More →

เร่งเปิดเผยข้อมูล สปส. ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินเครื่องทันทีหลังรับเลือกเป็นบอร์ด ค้นหาเหตุงบบริหารสำนักงานพุ่งเป็น 5 พันล้าน เผยแปลกใจทำวารสาร 4.5 แสนฉบับสวนยุคสมัย สารพัดหน่วยงานรัฐรุมค้านให้สิทธิแรงงานข้ามชาติเลือกตั้งบอร์ดระบุส่งผลกระทบความมั่นคงชาติ

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรRead More →

หนุ่มสาวพม่ายังคงแห่ขอวีซ่าเข้าไทย-จีนวันละหลายพัน-เบียดเสียดเสียชีวิตแล้ว 2 นักวิเคราะห์ประเมินนับล้านคนมุ่งไทย ชี้รัฐไทยต้องมีนโยบายที่ซับซ้อนรองรับ

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 สื่อมวลชนและช่องทางRead More →