ผู้นำชุมชนฮึ่ม ค้านรมต.พม.เตรียมปลดผอ.พอช. หวั่นการเมืองแทรกแซง-ทำลายอุดมการณ์องค์กรชาวบ้าน ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าคสช.

received_1272140922829190

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้มีความเคลื่อนไหวของเครือข่ายชุมชนต่างๆ ทั่วทุกภาคร่วมกันคัดค้านกรณีที่พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีพม.เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรีให้ใช้มาตรา 44 ปลดนายพลากร วงศ์กองแก้ว ออกจากผู้อำนวยการ(ผอ.)สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมที่ฝ่ายการเมืองจะเข้ามาแทรกแซงการทำงานขององค์กรแห่งนี้ซึ่งชาวบ้านร่วมกันก่อตั้งขึ้น โดยผู้นำชุมชนในภาคต่างๆ เตรียมออกแถลงการณ์ร่วมกันคัดค้าน

received_1272141602829122

ทั้งนี้ในส่วนขององค์กรชุมชนภาคอีสานใต้ 8 จังหวัด ได้ทำจดหมายเปิดผนึกส่งถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยนายสังคม เจริญทรัพย์ ตัวแทนชาวบ้านได้อ่านแถลงการณ์ถึงหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่อง ความเป็นอิสระในการดำเนินงานของพอช.โดยระบุว่า จากการที่มีเจตจำนงจากรัฐมนตรีพม.แจ้งยังประธานพอช. เพื่อให้ผอ.พอช.ลาออกจากตำแหน่ง เพราะเห็นว่าบริหารงานเกี่ยวกับการสร้างบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว ไม่บรรลุนโนบายของรัฐบาล โดยประธานกรรมการ พอช. ไม่อาจดำเนินการตามความต้องการของฝ่ายการเมืองได้ เพราะการดำเนินงานของผู้อำนวยการฯ ผ่านเกณฑ์การประเมินของคณะกรรมการฯ ฝ่ายการเมืองจึงมีแนวคิดในการใช้มาตรา 44 ให้ผู้อำนวยการฯ พ้นจากตำแหน่งนั้น

ในจดหมายเปิดผนึกระบุว่า การกระทำของฝ่ายของฝ่ายการเมืองคือ พล.ต.อ. อดุลย์ ดังกล่าว เครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศที่ทำงานร่วมกับ พอช. เห็นว่าเป็นการแทรกแซงการทำงานที่จะนำไปสู่การทำลายแนวคิด อุดมการณ์ การก่อตั้งและการดำเนินงานของ พอช. จึงมีจุดยืนและข้อเสนอดังนี้ 1. องค์กรชุมชนมีพัฒนาการไม่น้อยกว่า 40 ปี เพื่อรวมตัวช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และได้อาศัยประสบการณ์สร้างนวัตกรรมงานพัฒนา มีความก้าวหน้า ทั้งปริมาณและคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง บนหลักการการพึ่งตนเอง สร้างความเข้มแข็งเพื่อเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ ซึ่งหน่วยงานรัฐปกติ มีข้อจำกัดในระบบของราชการไม่อาจดำเนินการได้ จึงได้เกิดพอช. ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐแนวใหม่ ที่บริหารโดยเน้นความเป็นอิสระ คล่องตัว ยืดหยุ่น และมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้มแข็งของสังคมจากฐานราก ด้วยพลังองค์กรชุมชนและประชาสังคม

2. ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา พอช. ได้เปิดโอกาสให้องค์กรชุมชนได้สร้างความเข้มแข็ง เพื่อเป็นแกนหลักในการพัฒนาร่วมกับภาคีอื่นๆ อีกทั้งได้มีการถักทอเป็นเครือข่าย ทั้งเชิงประเด็นและเชิงพื้นที่ทุกระดับ สร้างนวัตกรรมงานพัฒนาจนเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานต่างๆ อย่างกว้างขวาง ซึ่งปัจจุบันได้ยกระดับเป็นยุทธศาสตร์ชุมชนจัดการตนเอง ที่ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง

3. ผลจากการความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนดังกล่าวข้างต้น ไม่เพียงทำให้ชุมชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ตามสิทธิพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญได้รับรองไว้เท่านั้น แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการทำให้เกิดและสนองนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โครงการแก้ปัญหาความไม่มั่นคงในการอยู่อาศัยของคนจนในเมือง(บ้านมั่นคง) ซึ่งดำเนินการไปแล้วกว่า 1 แสนครอบครัว การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน ทำให้ประชาชนที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐได้มีความมั่นคงในชีวิต จำนวน 5,900 กองทุน

4. การแทรกแซงของฝ่ายการเมืองดังกล่าวข้างต้น กรณีที่ผอ.พอช. ไม่อาจบริหารงานให้บรรลุนโยบายของรัฐบาลได้นั้น ข้อเท็จจริงแล้ว ในการสร้างบ้านมั่นคง พอช. มีหน้าที่ในการจัดกระบวนการ สนับสนุนให้ชาวบ้านมาทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การรวมตัวกันเป็นองค์กรชุมชน การออมทรัพย์ การออกแบบบ้าน การกำหนดกติกา การสร้างบ้าน ตลอดจนการออกแบบระบบอื่นๆ ของชุมชน ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจ และต้องใช้เวลา แต่กรณีบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว ปัญหามีความสลับซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลไม่อาจทำให้ผู้อาศัยคืนพื้นที่ให้กับ พอช. เข้าไปดำเนินการได้ งานจึงไม่บรรลุเป้าหมาย ซึ่งหากรัฐบาลไม่อาจแก้ไขปัญหาการคืนพื้นที่ได้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนผู้บริหาร พอช. กี่คน ก็ไม่อาจทำให้งานบรรลุผลตามนโยบายของรัฐได้

“เครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศเห็นว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ไม่ควรแทรกแซงการดำเนินงาน และเปิดโอกาสให้ พอช. ได้ทำงานตามแนวคิด อุดมการณ์ขององค์กรที่ดำรงมากว่า 16 ปี หากฝ่ายการเมืองยังคงใช้อำนาจแทรกแซงการบริหารของ พอช. ไม่เพียงแก้ปัญหาไม่ได้เท่านั้น แต่จะเป็นการทำลายแนวคิด อุดมการณ์ขององค์กรที่สร้างคุณูปการในการสร้างความเข้มแข็งของสังคมจากฐานรากมาโดยตลอด เครือข่ายองค์กรชุมชนพร้อมให้มีการตั้งวงหารือกับทาง คสช. เพื่อหาวิธีการคลี่คลายให้ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกันทำงานต่อไป” ในจดหมายเปิดผนึก ระบุ

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้พล.ต.อ.อดุลย์ ได้เคยแสดงความไม่พอใจต่อการทำหน้าที่ของนายพลากรมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากเห็นว่าไม่สามารถเคลียร์ปัญหาชาวบ้านให้ย้ายออกจากพื้นที่ที่เกิดข้อพิพาทได้ เช่น กรณีชุมชนป้อมมหากาฬ และชุมชนริมคลองต่างๆ ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันและกรุงเทพมหานคร มีนโยบายที่จะย้ายชาวบ้านออกจากริมคูคลองเพื่อก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตและประตูระบายน้ำในการแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะริมคลองลาดพร้าว ซึ่งพม.ตั้งเป้าไว้ว่าให้ย้ายชาวบ้านออกกว่า 3,000 ครอบครัวให้แล้วเสร็จในปี 2559 โดยให้พอช.จัดทำโครงการบ้านมั่นคงสำหรับบุคคลเหล่านี้ แต่ปรากฏว่าพอช.สามารถจัดทำบ้านมั่นคงให้ได้แค่เพียงกว่า 100 หลัง เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมธนารักษ์ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ส่วนใหญ่ ไม่สามารถส่งมอบที่ดินให้ได้ เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานครที่ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้เลย

ข่าวแจ้งว่าพล.ต.อ.อดุลย์จึงได้มีคำสั่งด้วยวาจาไปยังนายสมพร ใช้บางยาง ประธานคณะกรรมการ(บอร์ด)พอช.เพื่อขอให้นายพลากรลาออก แต่เมื่อนายสมพรนำเรื่องไปแจ้งให้นายพลากรทราบ นายพลากรยืนยันที่จะไม่ลาออกเพราะเชื่อว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด ที่สำคัญคือในการประเมินของคณะกรรมการประจำปีก็ระบุชัดเจนว่านายพลากรมีผลงานผ่านการประเมิน

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.