16129783_678355848991979_1142444808_o
เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2560 นายมานิตย์ อินทร์พิมพ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ (Transport for All) เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 20 มกราคมนี้ เครือข่ายฯ จะรวมตัวกันเพื่อไปฟ้องศาลแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย กรณีที่กรุงเทพมหานาครไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง ที่ระบุให้มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการ โดยเฉพาะการสร้างลิฟต์จำนวน 23 สถานี ภายในเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558

“2 ปีแล้ว สิ่งที่เราเห็นคือ โครงร่างการก่อสร้างเท่านั้น ไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ ก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้วหลังครบเวลาคำสั่งศาล พวกเราได้สอบถามไป กทม.เคยประกาศว่าจะสร้างให้เสร็จภายในเดือนกันยายน 2559 แต่ก็ไม่ได้มีความคืบหน้ามากนัก ซึ่งมันเกินเวลามากแล้ว แต่กทม.กลับไม่เร่งดำเนินเลย ทำให้เราต้องทวงถามอีกครั้งและต้องฟ้องร้องเอาค่าเสียหายด้วย เพราะการที่เราไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะได้ มันคือความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างยาวนาน ที่เราไม่สามารถเดินไปไหนมาได้อย่างที่ควรทำได้” นายมานิตย์กล่าว

นายมานิตย์ กล่าวต่อว่า กิจกรรมที่จะจัดขึ้นจะมีการรวมตัวของกลุ่มมนุษย์ล้อคนพิการกว่า 30 คน ทั้งนี้ในการรณรงค์เรื่องดังกล่าวเครือข่ายจะใช้วิธีโดยสารเพื่อเดินทางไปยังศาลแพ่ง โดยในเวลา 8.30 น. จะมีการนัดพบกันที่รถไฟฟ้าใต้ดินจากสถานี สุทธิสาร เพชรบุรี ห้วยขวาง พระรามเก้าและ ศูนย์วัฒนธรรม เพื่อโดยสารรถไฟใต้ดิน (MRT) ไปเจอกันที่ สถานีรถไฟฟ้าลาดพร้าว ชั้นพื้นดิน ประตู 4 เวลา 10.00 น. แล้วเดินทางไปยื่นฟ้องที่ศาลพร้อมกัน ทั้งนี้ตนและเครือข่ายต้องการให้กทม.รับรู้ว่า ลิฟต์สำคัญมาก เพราะคนพิการหรือคนที่ต้องใช้รถเข็นไม่สามารถนำรถเข็นขึ้นบันไดได้ จึงอยากให้ กทม.เร่งแก้ปัญหานี้ เพราะเป็นปัญหาที่ค้างคามานานมากตั้งแต่ปี 2538 ที่มีการสร้างรถไฟฟ้า (BTS) ซึ่งทางเครือข่ายได้เรียกร้องให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด แต่ก็ไม่มีใครสนใจมาถึงปัจจุบันก็เป็นเวลา 22 ปี แล้ว ที่คนพิการไม่มีโอกาสได้นั่ง BTS เลย อย่างไรก็ตามอยากเรียกร้องให้มีความจริงใจแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะปล่อยไว้แบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อใครเลย กทม.เคยบอกว่าจะพยายามสร้างให้เสร็จก่อนเดือนกันยายน 2559 แต่ก็ไม่ได้ทำตามสัญญา จึงหวังว่ากทม.จะไม่ให้ความหวังลมๆแล้งๆ แต่ควรทำให้เป็นจริงโดยเร็ว” นายมานิตย์ กล่าว

อนึ่ง สำหรับคำพิพากษากรณีดังกล่าวนั้นศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558 ซึ่งมีคำพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ในคดีหมายเลขดำที่ อ.987/2552 คดีหมายเลขแดงที่ อ.650/2557 ระหว่าง นายสุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 นางสาวเสาวลักษณ์ ทองก๊วย ผู้ฟ้องคดีที่ 2 และนายพิเชฎฐ์ รักตะบุตร ผู้ฟ้องคดีที่ 3 กับ ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ ซึ่งประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักการโยธา และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

โดยคดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งสามฟ้องว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ได้ร่วมกันก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า ระบบรถไฟฟ้า BTS ซึ่งเป็นการเดินรถไฟฟ้าระบบรางที่มีตัวชานชาลาสถานีและรางสูงจากพื้นถนนประมาณ 5-7 เมตร โดยไม่ได้มีการก่อสร้างลิฟต์และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการไม่ว่าจะเป็นอักษรวิ่งและเสียงบอกชื่อสถานีหรือสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นคนพิการไม่ได้รับความสะดวกและจำเป็นต้องอาศัยการช่วยเหลือจากประชาชนโดยทั่วไปในการใช้บริการ

ซึ่งในเรื่องนี้ผู้ฟ้องคดีได้เคยมีหนังสือร้องขอและมีการหารือกันหลายครั้ง แต่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ก็มิได้ดำเนินการให้แต่อย่างใด จึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร และได้มีคำขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่สร้างลิฟต์บริเวณสถานีและจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการทั้งบริเวณสถานีและบนขบวนรถด้วย

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.