ชาวริมน้ำโขงลอยเรือประท้วงค้านสร้างเขื่อนไซยะบุรี ต่อที่ประชุมอาเซม ขณะที่ ลาวส่งเรือลาดตระเวน-เฮลิคอปเตอร์ประกบ

 

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่วัดชุมพลพานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ชาวบ้านจากเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง และเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน(คสข.) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านริมแม่น้ำโขง จำนวนกว่า 200 คน ได้รวมตัวกันทำพิธีสักการะแม่น้ำโขง และมีแถลงการณ์ถึงผู้นำประเทศเอเชีย-ยุโรป ในวาระการประชุมอาเซมซัมมิท เพื่อคัดค้านโครงการสร้างเขื่อนไซยะบุรี ในสปป.ลาว

 

นายเสถียร มีบุญ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย และแกนนำชาวบ้านกล่าวว่าชาวบ้านต้องการเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมประชุม ได้รับรู้ว่าแม่น้ำโขง กำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติ เนื่องจากโครงการก่อสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงทางตอนล่างที่กำลังคืบหน้าอย่าง รวดเร็ว โดยเฉพาะโครงการเขื่อนไซยะบุรี ตั้งอยู่ในสปป.ลาว ซึ่งเป็นการลงทุนโดยบริษัทเอกชนไทย สัญญาซื้อขายไฟฟ้าลงนามโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเดินหน้าการก่อสร้างอย่างรวดเร็ว ทั้งที่มีการคัดค้านจากรัฐบาลกัมพูชาและเวียดนาม ตลอดจนประชาชนในภูมิภาค

 

“พี่น้องเรากิน อยู่ อาศัยกับแม่น้ำโขง แต่การสร้างเขื่อนจะทำให้พวกเราเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ชาวบ้านริมแม่น้ำโขงกังวลมากว่าแม่น้ำโขงจะถูกทำลาย พันธุ์ปลา การประมง การเกษตร การคมนาคม และปากท้อง วิถีชีวิตจะสูญหาย ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครมาถามเราว่า ชุมชมริมแม่น้ำโขงพึ่งพาแม่น้ำโขงแค่ไหน ใครจะรับรองได้ว่าจะไม่เกิดผลกระทบต่อชุมชน”นายเสถียร กล่าว

 

นายเสถียรกล่าวอีกว่า สำหรับประเทศทั้งในเอเชีย และยุโรป ที่เป็นผู้บริจาคแก่คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) หลายปีที่ผ่านมา เราพบว่ากลไกของ MRC ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถไกล่เกลี่ยปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ แม้จะมีข้อตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ. 2538 แต่ข้อตกลงนี้ก็แทบไม่มีความหมาย เพราะการตัดสินใจไม่ได้อยู่บนฐานของ ข้อเท็จจริง ความรู้ และการมีส่วนร่วม แต่กลับเป็นเรื่องของผลประโยชน์เฉพาะหน้า

 

“แม้ที่ผ่านมาจะมีความพยายามนำเสนอผ่านสื่อมวลชนของทางการลาวว่า เขื่อน แห่งนี้เป็นเขื่อน โปร่งใส ไม่มีการกักเก็บน้ำ ไม่กักเก็บตะกอน และไม่มีผลกระทบต่อพันธุ์ปลา แต่กลับไม่มีการเปิดเผยข้อมูลโครงการแก่สาธารณะและผู้ได้รับผลกระทบ และไม่มีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านที่เพียงพอที่จะใช้ประเมินความเสียหาย โดยเฉพาะผลกระทบข้ามพรมแดนต่อชุมชนท้ายน้ำ-เหนือน้ำ ในประเทศเพื่อนบ้าน นับตั้งแต่ประเทศไทย เรื่อยไปจนถึงกัมพูชา และเวียดนาม”นายเสถียรกล่าว

 

หลังจากนั้นชาวบ้านได้ร่วมกันปล่อยขบวนเรือติดป้ายคัดค้านการสร้าง เขื่อน ด้วยข้อความต่างๆจำนวน 45 ลำ โดยล่องในแม่น้ำโขงบริเวณ อ. ศรีเชียงใหม่ ฝั่งตรงข้ามกับนครเวียงจันทน์ เพื่อประท้วงการก่อสร้างเขื่อน ทั้งนี้ขบวนเรือต้องพยายามล่องให้ประชิดชายฝั่งไทยให้มากที่สุด เนื่องจากมีเรือลาดตระเวณของทางการลาวจำนวน 3 ลำวิ่งตรวจการและสังเกตุการณ์ในแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีเฮลิคอปเตอร์ของทางการบินวนเวียนสังเกตการณ์อยู่หลายรอบ

 

ขณะที่ นายวีระพน วีระวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ ของสปป.ลาว ได้ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบลูมเบิร์ก โดยระบุว่าจะมีพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการเขื่อนไซยะบุรี ในวันพุธที่ 7 พ.ย.นี้ ที่หัวงานเขื่อน แม้จะมี การคัดค้านจากประเทศท้ายน้ำ และนักอนุรักษ์ โดยพลังงานไฟฟ้าเป็นผลประโยชน์ใหญ่หลวงของลาว ถ้าไม่สร้างเขื่อนไซยะบุรี ลาวจะมีทางเลือกอื่นอย่างไร

 

โพสต์ทูเดย์ 05 พฤศจิกายน 2555

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.