ส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีจีน วอนหยุดระเบิดแก่ง


เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 กลุ่มรักษ์เชียงของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้ส่งจดหมายถึง ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน เพื่อชี้แจงกรณี ข้อกังวลเรื่องโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือแม่น้ำโขง โดยระบุว่า นานแล้วที่ประเทศจีนพยายามลงมาทางแม่น้ำโขงตอนใต้เพื่อควบคุมระบบเศรษฐกิจและพยายามทำให้ประเทศต่างๆ ดำเนินการตามความต้องการของตน แต่หลายครั้งที่โครงการ หลายธุรกิจจากจีนเป็นเหมือนเครื่องมือทำลายความสัมพันธ์ในประเทศลุ่มน้ำโขง เช่น เรื่องการลงทุนปลูกกล้วย การสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงตอนบน ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำโขงแล้ว ยังส่งผลให้เศรษฐกิจโดยภาพรวมในภูมิภาคสั่นคลอนด้วย เนื่องจากเศรษฐกิจรวมศูนย์อยู่ที่จีน และแม้ปัจจุบันจีนจะได้ประโยชน์ก็ตาม แต่ในอนาคตนั้น การอยู่รวมกันในระดับภูมิภาคจะถือเอาแค่ประโยชน์ของประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ได้ เพราะหลายประเทศต้องพึ่งพาอาศัยกัน และพอมาถึงเรื่องการระเบิดแก่งน้ำโขง กลุ่มรักษ์เชียงของกังวลว่า จะเป็นตัวเร่งเวลาในการทำลายสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะกรณีการทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) นั้นคนที่มีอำนาจประเมินผลคือ จีน ซึ่งไม่ยุติธรรมกับไทยและประเทศอื่นๆ

ในจดหมายระบุว่า กรณีที่ทีมที่ปรึกษาเข้ามาพบกลุ่มรักษ์เชียงของหลายครั้งนั้น ทางกลุ่มได้มีความพยายามจะขอดูร่างแผนแม่บทและข้อกำหนดอำนาจหน้าที่(TOR)ของโครงการก่อน เพื่อความชัดเจน และอยากจะมีสิทธิทักท้วงได้ แต่คิดว่าการต่อสู้ภาคประชาชนก็ทำมาหลายรูปแบบแล้ว ลองดูวิธีการนี้ดูนั่น คือ ชี้แจงรัฐบาลจีนไปก่อน

ทั้งนี้สำหรับรายละเอียดในหนังสือระบุว่า แม่น้ำโขง เป็นแม่น้ำที่เราใช้ร่วมกันโดยมีแหล่งกำเนิดจากแผ่นดินจีนไหลสู่ประเทศต่างๆลงไปถึงเวียดนาม มาตุธารสายนี้เป็นสายน้ำเดียวกันที่เราต่างใช้ร่วมกันแม้จะมีชื่อเรียกว่า “ล้านช้าง” แม่ของ แม่โขง หรือ กิ๋วลอง พวกเราประชาชนในทุกประเทศต่างก็ได้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงร่วมกันมาอย่างยาวนาน โดยไม่มีปัญหาความขัดแย้งใดๆ

แต่ระยะเวลาสองทศวรรษที่ผ่านมาสิ่งที่เกิดขึ้นจากมีเขื่อนแห่งแรกสร้างบนแม่น้ำโขงในมณฑลยูนนาน และเขื่อนอีกหลายแห่งก็ถูกก่อสร้างอย่างรวดเร็วจนบัดนี้มีเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนบนแล้วถึง 7 เขื่อน สิ่งที่พวกเราที่อาศัยอยู่ท้ายน้ำเผชิญอยู่ก็คือความผันผวนของระดับน้ำแม่น้ำโขงซึ่งควรเป็นไปตามวัฏฤดูกาลแต่กลับถูกควบคุมด้วยเขื่อน ทำให้เกิดผลกระทบมากมายในประเทศท้ายน้ำ

ในจดหมายระบุว่า พวกเราที่อยู่ริมแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาต่างๆได้พึ่งพาพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ในลุ่มน้ำทั้งการประมง ร่อนทอง เกษตรริมฝั่ง การคมนาคม วัฒนธรรมและประเพณีที่เชื่อมโยงแนบแน่นกับแม่น้ำสายนี้ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงใดๆของระบบนิเวศและทรัพยากรแม่น้ำโขงย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อพวกเรา

ขณะนี้พวกเรามีความกังวลเป็นอย่างยิ่งที่ทางบริษัทจีนได้ทำการสำรวจออกแบบโครงการเกาะแก่งแม่น้ำโขง ภายใต้โครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือพาณิชย์แม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ปี 2015 -2025 ซึ่งกำลังดำเนินการโดยคณะสำรวจจากจีน บริเวณพรมแดนประเทศไทย- ลาว

พวกเรามองว่าจะเป็นบ่อเกิดของปัญหาที่จะทำให้การอยู่ร่วมกันยากยิ่งขึ้นในอนาคต เพราะข้อเท็จจริงแล้วการเชื่อมโยงเส้นทางเพื่อค้าขายระหว่างจีนและประเทศเพื่อนบ้านเป็นสิ่งที่สามารถทำได้หลายช่องทางโดยเฉพาะการขนส่งทางบก ทางรถไฟ และขนส่งทางน้ำโดยไม่ต้องปรับปรุงร่องน้ำ ระเบิดเกาะแก่ง ขุดลอกสันดอนทรายกลางแม่น้ำโขง แต่เพียงปรับขนาดของเรือบรรทุกให้สอดคล้องกับนิเวศภายภาพของแม่น้ำโขงเท่านั้น

ในจดหมายระบุว่า สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือ เราอยากให้ท่านมองการอยู่ร่วมกันของพี่น้องในลุ่มน้ำโขงอย่างสันติ แม่น้ำโขงเป็นดังทรัพยากรล้ำค่าที่เราล้วนจำเป็นต้องดูแลรักษาใช้ร่วมกัน หากมุ่งทำลายแม่น้ำไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าหรือระเบิดแม่น้ำเพื่อการเดินเรือ สุดท้ายก็คงไม่มีใครได้ประโยชน์ทั้งประชาชนในท้องถิ่นและคนจีน เราเห็นว่า “การค้าขายต้องควบคู่ไปกับการรักษามิตรภาพและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เป็นมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์” หวังว่าท่านจะเข้าใจ และมองไปข้างหน้าอย่างสันติร่วมกัน
///////////////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.