ถือเป็นการมอบของขวัญชิ้นงามให้พม่าเลยทีเดียวสำหรับรัฐบาลสหรัฐที่ประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามนำเข้าสินค้าทุกชนิดจากพม่า หลังจากที่สหรัฐแช่แข็งสินค้าจากพม่ามานานเกือบ 10 ปี และถูกมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปในพม่าอย่างเต็มที่ ก่อนการเดินทางเยือนครั้งสำคัญของประธานาธิบดีบารัค โอบามา โดยสหรัฐ ประเทศเศรษฐกิจเบอร์ 1 ของโลก จะเปิดประเทศทุกซอกทุกมุมต้อนรับสินค้าจากพม่า ประเทศที่สหรัฐและมหาอำนาจตะวันตก ไม่คบค้าสมาคมมาเนิ่นนาน ยกเว้นอัญมณีเท่านั้น เนื่องจากเป็นภาคธุรกิจที่ถูกมองว่าเป็นรากเหง้าสำคัญของการคอร์รัปชั่นและความรุนแรง

 

แถลงการณ์ร่วมของกระทรวงต่างประเทศและคลังแดนอินรี ระบุว่า ท่าทีดังกล่าวเป็นความประสงค์เพื่อสนับสนุนความพยายามปฏิรูปประเทศที่กำลังดำเนินการอยู่ของรัฐบาลพม่าให้เดินหน้าต่อไปอย่างไม่สะดุด และเพื่อเป็นกำลังใจให้รัฐบาลพม่าเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นการหยิบยื่นโอกาสใหม่ ๆ สำหรับธุรกิจของชาวพม่าและอเมริกัน นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า รัฐบาลพม่าและนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ต่างก็ทิ้งความบาดหมางไว้เบื้องหลัง ร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียวในการช่วยกันขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่เศรษฐกิจโลก

 

การเล็งเห็นผลประโยชน์ของประชา ชน ประเทศชาติมาก่อน ถือเป็นการปรองดองและสมานฉันท์ที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง ซึ่งนั่นก็แสดงให้เห็นว่า หากทุกฝ่ายลดอัตตา ความบ้าระห่ำทางความคิดที่ผิดเพี้ยนลงบ้าง ก็จะทำให้ประเทศเดินหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางได้ พม่ากำลังจะลืมตาอ้าปากได้ในอนาคตอันใกล้นี้

 

ก่อนหน้านี้ นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ให้คำมั่นว่าจะกระชับความสัมพันธ์ทางการค้ากับพม่าในระดับปกติ เมื่อครั้งที่เธอพบหารือกับประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ผู้นำพม่า ในนครนิวยอร์ก เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ เต็ง เส่ง คือผู้นำพม่า ที่สยบเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้วยการเริ่มเดินเครื่องปฏิรูปประชา ธิปไตยในประเทศ จนทำให้สถานการณ์หลายอย่างในพม่าเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว หลายประเทศทั้งเล็ก-ใหญ่จ้องพม่าตาเป็นมัน

 

แม้แต่โอบามา ผู้นำหมายเลขหนึ่งของโลก ยังอดไม่ได้ที่ต้องเดินทางเยือนพม่า โดยเขาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐในตำแหน่งคนแรกที่เดินทางเยือนพม่าในวันจันทร์ที่ 19 พ.ย. ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปไม่กี่ปีก่อน คงไม่มีใครคิดว่า ผู้นำสหรัฐจะเยือนพม่า แม้ว่าส่วนหนึ่งสหรัฐอาจมองว่าพม่าเป็นประเทศที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับจีนก็ตาม ถึงขนาดโอบามาเยือนเอง สหรัฐก็คงจะมองเห็นประโยชน์มหาศาลในพม่าแล้ว จึงไม่ต้องการเดินตามหลังจีน ในการชิงเค้กก้อนโตในพม่า ที่ยังมีทรัพยากรธรรมชาติประเภทน้ำมันและก๊าซจำนวนมหาศาลรอการลงทุนอยู่

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์หลายอย่างในพม่าจะดีขึ้นมาก มีการเปลี่ยนแปลงไปในเชิงสร้างสรรค์ แต่สหรัฐก็ยังมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับนักโทษการเมืองอีกจำนวนมากที่ยังถูกคุมขังอยู่ในคุก, ความขัดแย้งทางเชื้อชาติ, ปัญหาการคอร์รัปชั่น และความสัมพันธ์ของกองทัพพม่ากับเกาหลีเหนือที่ยังเกื้อหนุนกันอยู่ วันดีคืนดีเกาหลีเหนืออาจโยนเทคโนโลยีนิวเคลียร์ให้พม่า จะทำให้มหาอำนาจโลกปวดหัวมากขึ้น

 

รัฐบาลสหรัฐ ออกคำสั่งห้ามนำเข้าสินค้าพม่าโดยความเห็นชอบของสมาชิกรัฐสภาในปี 2547 และกฎหมายยังบังคับใช้อยู่ หากเจ้าหน้าที่ตัดสินใจรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตร การเคลื่อนไหวยกเลิกคำสั่งห้ามนำเข้าสินค้าจากพม่าของรัฐบาลสหรัฐครั้งนี้ อาจนำไปสู่การเติบโตที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอของพม่า ขณะที่ครั้งหนึ่ง สหรัฐก็เคยเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สั่งซื้อเสื้อผ้าที่ผลิตในประเทศค่าแรงถูกแห่งนี้ ตัวเลขนำเข้าสินค้าทั้งหมดจากพม่าในสหรัฐ สูงถึง 470 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2544

 

นับจากนี้ไป พม่าคงต้องตั้งรับการเติบโตที่จะเกิดจากการลงทุน ที่หลั่งไหลเข้าประเทศอย่างระมัดระวัง และกระจายความเจริญและรายได้ไปสู่ประชาชนที่ยากจนทั่วประเทศ ความอยู่ดีกินดีรออยู่ข้างหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งก็จะทำให้ปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ลดน้อยลงไปเอง.

 

เลนซ์ซูม

เดลินิวส์ 20 พฤศจิกายน 2555

 

 

.

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.