เชียงราย
– เครือข่ายอนุรักษ์ ทั้งพระสงฆ์ สามเณร พุทธศาสนิกชนไทย-กัมพูชา ร่วมเดินธรรมยาตราอนุรักษ์แม่น้ำโขงครั้งที่ 2 เริ่มจากสามเหลี่ยมทองคำ-เวียงแก่น ปลุกพลังภาคประชาชนปกป้องลำน้ำ

 

วันนี้ (18 ม.ค.) เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาภาคเหนือ, กลุ่มเพื่อนเดินธรรมยาตราและมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา ได้จัดให้มีการเดินธรรมยาตราเพื่อแม่น้ำโขง ครั้งที่ 2 เริ่มจากบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เพื่อร่วมกันรณรงค์สร้างจิตสำนึกและทำกิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์แม่น้ำโขง โดยใช้ระยะเวลา 9 วัน 8 คืน รวมระยะทางทั้งหมด 117 กิโลเมตร

 

การเดินธรรมยาตราวันแรกมีทั้งพระสงฆ์ สามเณร โดยมีพระสงฆ์ชาวกัมพูชาร่วมด้วย 2 รูป ตลอดจนพุทธศาสนิกชน เดินทางออกจากปางช้างโรงแรมอนันตรา รีสอร์ท แอนด์ สปา บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ไปตามถนนสายเชียงแสน-เชียงของ ก่อนแวะทำกิจกรรมร้องเพลงรณรงค์อนุรักษ์แม่น้ำโขงที่ศาลาหน้าที่ว่าการ อ.เชียงแสน และช่วงบ่ายได้เดินทางไปยังวัดพระธาตุผาเงา โดยมีพระพุทธิญานมุนี เจ้าคณะ อ.เชียงแสน นำคณะธรรมยาตราเดินทางไปก่อนพักค้างแรมที่วัดดังกล่าว พร้อมกับจัดเวทีเสวนา “คนเชียงแสนกับแม่น้ำโขง จากอดีตสู่ปัจจุบัน”

 

จากนั้นในวันรุ่งขึ้น (19 ม.ค.) คณะธรรมยาตราทั้งหมดจะมีการเดินทางต่อไปตามถนนเชียงแสน-เชียงของ โดยจะแวะพักตามวัดต่างๆ พร้อมมีกิจกรรมเทศนาธรรมหลากหลายเรื่อง เช่น ธรรมะกับธรรมชาติ กัณฑ์มหาพนหมอยาสืบสานวัฒนธรรมพื้นบ้าน วัฒนธรรมไทลื้อ ฯลฯ รวมทั้งมีกิจกรรมเพื่อแม่น้ำโขง ณ คอนผีหลง ซึ่งเป็นเกาะแก่งกลางแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงของ เมื่อเข้าสู่ อ.เชียงของมีการจัดกิจกรรมเวทีเสวนา รายการเสียงประชาชนเปลี่ยนประเทศไทย ระบำแห่งสายน้ำ บทเพลงเพื่อศิลปะ โดยอาจารย์เชิด สันดุสิต และกลุ่มศิลปินลุ่มน้ำโขง กิจกรรม “ธรรมคีตา” และการแสดงของกลุ่มเยาวชนรักษ์เชียงของ และฉายหนังสารคดี ก่อนที่จะสิ้นสุดการเดินทางที่ท่าเรือบ้านห้วยลึก ต.ห้วยลึก อ.เวียงแก่น

 

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง และแกนนำกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า สภาพแม่น้ำโขงปัจจุบันนับว่าเข้าขั้นวิกฤตเพราะมีเขื่อนเกิดขึ้นมากมาย ล่าสุดเป็นเขื่อนไซยะบุรีใน สปป.ลาว ซึ่งเราไม่สามารถไปยับยั้งได้ จนมีการก่อสร้างและส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายประเทศที่อยู่ลุ่มแม่น้ำโขง ขณะที่เขื่อนที่สร้างที่จีนตอนใต้ก็มีถึง 4 เขื่อนแล้ว ล่าสุดคือเขื่อนจิ่งหง อยู่ที่เมืองจิ่งหงหรือเชียงรุ่ง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ทั้งยังจะมีการก่อสร้างเพิ่มอีก 4 เขื่อนจนครบ 8 เขื่อนในอนาคต ก็ทำให้ระบบนิเวศทางธรรมชาติเสียไปมากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม เขื่อนใน สป.จีนยังไม่ส่งผลกระทบมากเท่าเขื่อนทางน้ำโขงตอนใต้อย่างเขื่อนไชยะบุรี เพราะมีพันธุ์ปลาที่พอศึกษาได้ประมาณ 8-9 ชนิด แต่ที่ใต้เขื่อนไชยะบุรีมีจำนวนมหาศาล รวมทั้งกระทบต่อประชากรที่อาศัยแม่น้ำโขง ทะเลสาบในกัมพูชา เวียดนาม ทำให้มีพระสงฆ์จากกัมพูชามาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย และในเดือน มิ.ย.ปีนี้คณะเราก็จะไปร่วมกิจกรรมเดินธรรมยาตราที่ประเทศกัมพูชาเหมือนกัน ด้วย

 

นายนิวัฒน์กล่าวอีกว่า นอกจากผลกระทบจากการสร้างเขื่อนแล้วยังมีโครงการอื่นๆ ที่มีผลกระทบอีกมาก ที่ใกล้ตัวที่สุดคือ กรณีท่าเรือแม่น้ำโขง เชียงแสนแห่งที่ 2 จุดที่แม่น้ำกกไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่หมู่บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน พบว่าชาวบ้านที่เคยหาปลาแล้วนำมาขายข้างทางเดือดร้อนมากขึ้น เพราะบริเวณปากแม่น้ำมีการนำเสาตอม่อเก่าไปทิ้ง และมีโครงการจะสร้างคลังน้ำเชื้อเพลิงขึ้น ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถหาปลาได้เหมือนเดิมด้วย เป็นต้น

 

“การเดินธรรมยาตราเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ให้ประชาชนและ ผู้ร่วมกิจกรรมได้มีจิตสำนึก โดยเราอาศัยศาสนาที่ประชาชนเคารพนับถือในการขัดเกลาจิตใจและเสริมปัญญา ซึ่งการเดินธรรมยาตราปีที่แล้วถือว่าได้ผลดีมาก ประชาชนตลอดรายทางและผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ประโยชน์มาก”

 

สำหรับแม่น้ำโขงมีความยาวตั้งแต่ประเทศจีนถึงทะเลจีนใต้ ประเทศเวียดนาม ประมาณ 4,909 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ชุ่มน้ำในประเทศต่างๆ กว่า 795,000 ตารางกิโลเมตร มีความหลากหลายของชนิดพันธุ์ปลาเป็นอันดับ 3 ของโลก หล่อเลี้ยงผู้คนกว่า 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ด้วยประชากรไม่ต่ำกว่า 100 ล้านคน เฉพาะ จ.เชียงรายมีชายแดนที่ติดแม่น้ำโขงตั้งแต่ อ.เชียงแสน เชียงของ และเวียงแก่น รวมกันประมาณ 124 กิโลเมตร

 

ASTV ผู้จัดการออนไลน์  18 มกราคม  2556

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.