ปุจฉา”เหนือ”จรด”ใต้” เจ้าทุยอยู่ไหน?

 

จากปัญหาปางควาย หรือชุมชนเลี้ยงควายขนาดใหญ่ของไทยที่เวียงหนองหล่ม ต.จันจร้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งถูกรุกล้ำพื้นที่ทุ่งหญ้าและหนองน้ำ แหล่งอาหารและที่อาศัยของควาย ทำให้จำนวนควายหลายพันตัวลดจำนวนลงไปนั้น

 

ยังมีแหล่งเลี้ยงควายอีกหลายพื้นที่ในไทยก็มีปัญหาเช่นกัน เช่น ควายเลี้ยงที่ จ.พัทลุง

 

ประพัน จงบุรี อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 300 หมู่ 13 ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เกษตรผู้เลี้ยงควายเล่าให้ว่า เลี้ยงควาย 130 ตัว ช่วงปลายปีที่ผ่านมามีรายได้จากการขายควายประมาณ 140,000 บาท ซึ่งเป็นควายที่สมบูรณ์ดี เนื่องจากปีนี้พื้นที่แหล่งอาหารของควายไม่ถูกน้ำท่วมขังนาน ส่งผลให้หญ้าเจริญงอกงามเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ของควายในพื้นที่ อ.ควนขนุน

 

“แต่สิ่งที่ผู้เลี้ยงควายประสบอยู่ขณะนี้คือพื้นที่เลี้ยงควายใน ต.พนางตุง และ ต.ทะเลน้อย ถูกจำกัดลดน้อยลงโดยเฉพาะพื้นที่ ต.ทะเลน้อย เนื่องจากมีการบุกรุกจากกลุ่มนายทุนที่เข้ามาปรับพื้นที่ทำสวนปลูกปาล์มน้ำมันมากขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาการถูกจำกัดพื้นที่เลี้ยงควาย ทำให้ไม่มีผู้เลี้ยงควายรายใหม่เกิดขึ้น มีแต่ผู้ที่เลี้ยงควายรายเก่าเท่านั้น ผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตคือผู้เลี้ยงควายในพื้นที่ อ.ควนขนุน จะลดลงในที่สุด” ประพันเผยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

 

คณนาถ หมื่นหนู นายกเทศมนตรีตำบลทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เผยว่า ขณะนี้ควายในพื้นที่ อ.ควนขนุน มีประมาณ 3,000 ตัว โดยในพื้นที่ ต.ทะเลน้อย มีเกษตรกรผู้เลี้ยงควายประมาณ 48 ราย สิ่งที่เกษตรกร

 

ผู้เลี้ยงควายขอความช่วยเหลือจากทางเทศบาล คือการหาพื้นที่สร้างคอกควายรวม เพื่อป้องกันลูกควายที่คลอดใหม่เสียชีวิต และเป็นอยู่อาศัยในช่วงฤดูฝน ที่มีน้ำท่วมขังในพื้นที่

 

ทางเทศบาลได้ยื่นเรื่องไปยังกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อขอใช้พื้นที่แล้วรอการอนุมัติ หากได้รับอนุมัติการใช้พื้นที่ก็สามารถดำเนินการได้เลย ผลดีที่ได้รับจากคอกควายรวมคือจะทำให้ลดอัตราการตายของควายในพื้นที่ได้

 

ทางด้าน นริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นว่า เรื่องควายที่เวียงหนองหล่ม ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย เห็นแล้วไม่สบายใจอย่างมาก เพราะสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปโดยฝีมือคนที่เข้าไปรุกรานพื้นที่หนอง ที่ควายฝูงใหญ่เคยอยู่อาศัย เรื่องเร่งด่วนที่ทางจังหวัดจะต้องทำเพื่อเข้าไปช่วยเหลือคือ การหาหญ้าให้ควายกิน หลังจากนั้นจึงค่อยแก้ปัญหาในภาพใหญ่เรื่องที่ดินที่ต้องหาคำตอบให้ได้ว่า พื้นที่สาธารณะที่เดิมชาวบ้านเอาควายมาเลี้ยงจนกลายเป็นพื้นที่วัฒนธรรมการเลี้ยงควายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กลายเป็นพื้นที่มีกรรมสิทธิ์ได้อย่างไร ทั้งนี้ กลางเดือนกุมภาพันธ์ทางกรรมาธิการจะลงพื้นที่ไปดูปัญหาให้เห็นกับตา เพื่อหาทางช่วยเหลือต่อไป

 

นริศบอกว่า สำหรับสถานการณ์ควายน้ำ ทะเลน้อย ที่ชาวบ้านเอาไปเลี้ยงอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง จนกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.พัทลุง ไปแล้ว ปัจจุบันควายน้ำทะเลน้อยมีอยู่ประมาณ 3,000 ตัว ชีวิตค่อนข้างจะลงตัว เพราะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจจำนวนมาก โดยควายใน จ.พัทลุง แบ่งเป็นควายที่ชาวบ้านเลี้ยงในคอกแล้วเอาออกมาแสดงให้มีความใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยว หรือเป็นโรงเรียนการแสดงควาย กับควายที่ชาวบ้านเลี้ยงอย่างอิสระในทะเลน้อย หากใครขับรถผ่านไปมาบริเวณสะพานที่เชื่อมต่อระหว่าง จ.พัทลุง และ จ.สงขลา จะเห็นฝูงควายฝูงใหญ่ว่ายน้ำไปมาเหมือนกำลังว่ายน้ำโชว์เป็นที่แปลกตาสำหรับคนที่ไม่เคยเห็น แต่คนในพื้นที่จะคุ้นเคยกันดี

 

“ช่วงฤดูฝนที่มีน้ำท่วมครั้งที่ผ่านมา ชาวบ้านแจ้งว่า ควายตายไปหลายตัวเพราะจมน้ำ เนื่องจากเหนื่อยจากการลอยคอว่ายน้ำนานเกินไป ขณะนี้ทางจังหวัดอยู่ระหว่างทำเนินดินให้ควายขึ้นไปพักไม่ให้เหนื่อยและอ่อนเพลียเกินไป มิฉะนั้น โอกาสที่ควายจะตายมีสูงมาก” นริศเผย

 

ทั้งนี้ ควายน้ำที่พัทลุงกับควายในเวียงหนองหล่ม ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย ต่างกันในเรื่องของที่อยู่อาศัยและการใช้ประโยชน์ โดยที่เวียงหนองหล่ม ชาวบ้านเลี้ยงเพื่อเอาขี้ควายไปขาย แต่ที่พัทลุงเลี้ยงเพื่อเอาเนื้อไว้ขาย แต่ควายทั้ง 2 พื้นที่มีความฉลาดใกล้เคียงกันเป็นสัตว์สังคมเหมือนกัน ลักษณะการอยู่อาศัยเอื้ออาทรกันในฝูง และมีการต่อสู้แสดงความเป็นผู้นำระหว่างฝูง เช่น เมื่อเข้าคอกควายตัวเล็ก หรือลูกควายจะเข้าไปก่อน ควายตัวผู้จะนอนอยู่หน้าคอก เพื่อป้องกันภัยให้ควายตัวเมียและลูกควาย

 

สำหรับภาพรวมของประชากรควายทั่วประเทศเวลานี้ถือว่าน่าเป็นห่วงมากเทียบเคียงกับช้าง เพราะตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันประชากรควายลดจำนวนลงเรื่อยๆ เพราะสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปมีการเข้าไปเบียดบังที่อยู่และแหล่งอาหารควายน้อยลง

 

“ควายที่เวียงหนองหล่มนั้น น่าเป็นห่วงกว่าควายที่ทะเลน้อย เพราะควายน้ำทะเลน้อยไม่มีปัญหาเรื่องอาหาร ขณะที่ควายที่เวียงหนองหล่มกำลังจะอดตายเพราะไม่มีหญ้า ต้องกินผักตบชวาประทังชีวิต” นริศสรุป

 

มติชน 29 มกราคม 2556

.

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.