“พุทธ-คริสต์” ลุ่มน้ำโขง นำหลักธรรมสู้ป้องโขง ร่วมบวช “วังสงวนพันธุ์ปลา” แฉขบวนการช็อตปลาระบาด

 

เมื่อวันที่ 25 มกราคม นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง –ล้านนา กล่าวในงานเวทีสาธารณะธรรมยาตรา เพื่อแม่น้ำโขงครั้งที่ 2 ว่าแม่น้ำโขงได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่จากภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทางเครือข่ายต้องจัดขบวนธรรมยาตรา ขึ้นมานั้น ทางภาคีที่ร่วมจัดเห็นควรว่า หนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญ คือ การสืบสานประเพณีดั้งเดิม เช่น พิธีสืบชะตาแม่น้ำในบริเวณปากแม่น้ำอิงที่เชื่อมเข้าสู่แม่น้ำโขง โดยประชาชนในพื้นที่สองฝั่งมีการใช้กระบวนการศาสนาเพื่ออนุรักษ์ลุ่มน้ำและป่าไม้บริเวณดังกล่าว

 

นายนิวัฒน์กล่าวว่า ชาวบ้านริมน้ำโขงพยายามปรับตัวในการอยู่กับธรรมชาติด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การจัดตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาและสัตว์น้ำ ทั้งชายฝั่งน้ำโขงและน้ำอิงซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2543 รวมทั้งต้งเขตป่าอนุรักษ์ของชุมชนเพื่อให้มีน้ำหล่อเลี้ยงชุมชนหลับจากบางปีต้องประสบภัยแล้ง บางปีน้ำท่วมอย่างหนัก ซึ่งถือว่าเป็นการอนุรักษ์เพื่อความมั่นคงทางอาหาร ขณะเดียวกันประชาชนท้องถิ่นได้ทำงานฟื้นฟูประวัติศาสตร์นิเวศวัฒนธรรมมากกว่า 15 ปี มีตัวอย่างในการจัดตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำกว่า 10 เขต ทำให้ปัจจุบันมีปลาหลายชนิดกลับเข้ามาอยู่ ทั้งๆที่ชาวบ้านเคยเชื่อว่ากำลังจะสูญพันธุ์ ขณะเดียวกันปริมาณปลาหลากหลายก็มีจำนวนมากขึ้น ทำให้ชาวบ้านสามารถหาเป็นรายได้นำไปเลี้ยงครอบครัวได้

 

นายถนอม อุตามะ ผู้ใหญ่บ้านบ้านงามเมือง ต.ขุนตาล จ.เชียงราย กล่าวว่า ตามคัมภีร์พระไบเบิ้ล เชื่อว่า พระเจ้า คือ ผู้สรรสร้างธรรมชาติ แต่มนุษย์คือผู้ถือครอง ดังนั้นชาวคริสต์ศาสนิกชน จึงจำเป็นต้องรักษาธรรมชาติ ที่พระเจ้าร่วมสร้าง โดยมีการปฏิญาณตนว่า จะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมบริเวณลุ่มน้ำ เพื่อคงความสมบูรณ์ของทรัพยากรไว้ และแบ่งสรรกันอย่างเป็นธรรม ไม่ครอบครองเพียงลำพัง ซึ่งชาวบ้านก็จะรับรู้ในฐานะความเป็นเจ้าของร่วมกัน

 

นายบุญมี บุญต่อม ผู้ใหญ่บ้านบ้านปากอิงใต้ ต.ปากอิง องเชียงของ กล่าวว่า ชาวปากอิง ส่วนมากนับถือศาสนาพุทธ และเชื่อในพิธีกรรม ดังนั้นพิธีสืบชะตาแม่น้ำเพื่อขอขมาลาโทษ คือ หนึ่งในกิจกรรมของชาวพุทธ ที่ชาวปากอิงเชื่อ จึงได้ลงมือปฏิบัติร่วมกัน และทำพิธีกรรมประมาณ ปีละ 1-3 ครั้งนตามวาระและโอกาส นอกจากนี้จากกรณีที่สถานการณ์แม่น้ำโขงในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยเครื่องมือทันสมัย มีส่วนทำให้พันธุ์ปลาหายากเริ่มหายไป ชาวบ้านจึงเห็นควรว่า ให้มีการอนุรักษ์พันธุ์ปลาไว้ โดยมีการผสมเทียมพันธุ์ปลา แล้วปล่อยสู่แม่น้ำอิง จากนั้นนำไม้ นำยางรถเก่าๆ มาสร้างบ้านให้ปลาได้อาศัยอยู่และออกกฎห้ามล่าในพื้นที่อนุรักษ์

 

“ชาวบ้านในพื้นที่จะมีการผสมเทียมปลาแล้วเลี้ยงแบบบ่อน้ำประจำครัวเรือน โดยปลาที่นิยมก็จะได้แก่ ปลาเนียง ปลากร่าง ปลากด พอปลาโตเต็มที่ก็เปิดประมูล เพื่อนำเงินรายได้มาเก็บไว้ทำประโยชน์แก่หมู่บ้าน บางปีก็มีรายได้เกือบล้านบาท ซึ่งสะท้อนได้ชัดว่า ช่วยให้ชาวบ้านมีเงินโดยที่ไม่ต้องขอพึ่งจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว ” นายบุญมี กล่าว

 

นายบุญมี กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมเยาวชน ในพื้นที่ให้มีการอนุรักษ์ป่า ลุ่มน้ำอีกด้วย เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้เข้าใจและรู้จักทรัพยากรในชุมชนที่สำคัญ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในหลายพื้นที่ริมน้ำโขงได้ร้องเรียนผู้สื่อข่าวว่า ปัจจุบันได้เกิดขบวนการหาปลาด้วยวิธีช็อตไฟฟ้าขึ้นในแม่น้ำโขง ซึ่งกำลังแพร่หลายและเป็นที่วิตกของชาวบ้านเพราะเกรงว่าสัตว์น้ำจะสูญพันธุ์ โดยสาเหตุที่วิธีการหาปลาด้วยการช็อตแพร่ระบาดมากเนื่องจากคนจีนที่ล่องเรือมาตามลำน้ำโขงและมาปักหลักทำธุรกิจอยู่ทั้งฝั่งไทย-ลาวใช้วิธีช็อตปลาเพื่อทำเป็นอาหารระหว่างเดินทาง และนำมาใช้ในบริเวณนี้เพราะเป็นวิธีการที่ง่ายๆและได้ปลาเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ได้มีการนำอุปกรณ์และเครื่องมือช็อตปลาจากจีนมาขายในตลาดฝั่งลาวจำนวนมากในราคาค่อนข้างถูก อย่างไรก็ตามล่าสุดได้มีคนไทยเสียชีวิตเนื่องจากการช็อตปลาด้วยเครื่องมือจากจีนไปแล้ว 1 ราย แต่ยังไม่มีการควบคุมใดๆทั้งที่เป็นการทำผิดกฎหมาย

 

มติชน 25 มกราคม 2556

 

 

.

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.