ปางควาย-พื้นที่ชุ่มน้ำอีก 2 สิ่งที่กำลังวิกฤต

“ตอนดึกๆ ได้ยินเสียงควายร้องแล้วนอนไม่หลับ สงสารมัน ผมรู้ว่ามันหิว เพราะกินหญ้าไม่อิ่ม” ชัยยันต์ บุญโสภาศ เจ้าของฝูงควายที่ห้วยน้ำราก ในเวียงหนองหล่ม ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงแห้งผาก

 

 

เขาบอกว่า พอเข้าสู่ฤดูแล้ง ฝนเริ่มขาดช่วง ดินเริ่มแตก ที่ที่เคยเป็นทุ่งหญ้าเขียวกลายเป็นผืนดินแห้งกรังที่โล่งเตียน ควายต้องเดินไกลขึ้นเพื่อหาหญ้า บางครั้งต้องลงไปในหนองเพื่อกินผักตบชวา หรือบางที เขาต้องไปหาหญ้าแห้งมาไว้ให้กินแก้หิว

 

 

“เวลาควายหิว เพราะกินไม่อิ่มก็เหมือนคนนั่นแหละครับ ทรมาน เพียงแต่ควายมันพูดไม่ได้ บอกไม่ได้ ชาวบ้านแถวนี้เขารักควาย แต่เมื่อถึงทางตัน คือ หาที่อยู่ หาที่กินอาหารให้มันไม่ได้ ก็ต้องจำใจขายมันไป” ชัยยันต์บอกเสียงเครือๆ

 

 

เดิมพื้นที่เวียงหนองหล่มเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ หนังสือสำคัญที่หลวง (นสล.) ที่ชาวบ้านเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ หรือเป็นพื้นที่สาธารณะ ประมาณ 30,000 ไร่ ส่วนใหญ่ชาวบ้านนำควายเข้าไปเลี้ยง พื้นที่โดยรอบเป็นปางควาย ซึ่งมีอยู่ประมาณ 100 ปาง แต่ละปางมีควายประมาณ 200-500 ตัว ถือเป็นพื้นที่ที่มีควายที่ถูกเลี้ยงอยู่ในธรรมชาติมากที่สุดในประเทศไทย รองลงมาจากฝูงควายน้ำที่ถูกเลี้ยงอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง

 

 

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2543 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ประกาศว่า พื้นที่เวียงหนองหล่มเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ

 

น่าแปลกใจว่าจากเนื้อที่ 30,000 ไร่ ในอดีต วันนี้เหลือพื้นที่ที่ชาวบ้านสามารถเอาควายไปเลี้ยงได้แค่หมื่นกว่าไร่เท่านั้น พื้นที่สาธารณะเดิม กลายเป็นที่ที่มีเอกสารสิทธิ ที่ที่น้ำท่วมไม่ถึงหรือที่เนิน กลายเป็นสวนยางพาราและไร่สับปะรด ที่สำคัญยังมีการเอาป้ายประกาศไปติดด้วยว่า หากควายของใครเดินหลงเข้ามา แล้วทำให้ต้นยางและสับปะรดหัก จะคิดค่าเสียหายกับเจ้าของควายต้นละ 10,000 บาท

 

 

สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป บวกกับการรุกคืบของบุคคลภายนอก จากพื้นที่สาธารณะ จนกลายเป็นที่ที่มีเจ้าของครอบครอง ทำให้พื้นที่หากินของควายลดน้อยลงทุกวัน ควายจากจำนวนนับหมื่นตัวในอดีต เหลือแค่ไม่ถึง 2,000 ตัว ที่สำคัญคือ มีการบุกรุกพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ แต่ทางจังหวัดไม่ได้เข้ามาจัดการแก้ปัญหาอะไรให้ความยากลำบากของคนในพื้นที่คลี่คลายลงเลย

 

 

ชัยยันต์ เจ้าของควาย 74 ตัวในพื้นที่เวียงหนองหล่ม บอกกับผู้สื่อข่าวที่เดินทางไปสำรวจพื้นที่ว่า ควายเปรียบเสมือนชีวิตของชาวหนองหล่ม เพราะควายเป็นตัวสร้างงานและหาเงินให้พวกเขา ทุกวันนี้ ชัยยันต์และคนในครอบครัวจะช่วยกันโกยขี้ควายตากแห้งใส่กระสอบขายพ่อค้าที่รับซื้อเอาไปทำปุ๋ย มีรายได้สัปดาห์ละประมาณ 7,000 บาท

 

 

“เราเลี้ยงควายเพื่อเอาขี้มาขาย ไม่ได้เลี้ยงเพื่อเอาเนื้อไปเชือดเหมือนที่อื่น บางตัวเราเลี้ยงไปจนแก่ตายไปเลยก็มี ควายของผมมีชื่อทุกตัว และผมก็จำมันได้ทุกตัว ทุกปีเมื่อถึงเวลาฉีดวัคซีน ถ้าเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ไม่สะดวก ผมก็ไม่รอ ผมไปอบรมฉีดวัคซีนที่ทางปศุสัตว์เขาอบรมให้เจ้าของควาย ทุกวันนี้ผมฉีดวัคซีนให้ควายเอง พวกมันไม่ตื่น ไม่ตกใจ เพราะมันคุ้นกับผมดี แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ หรือคนแปลกหน้า มันจะตื่นตกใจ เพราะไม่คุ้น” ชัยยันต์บอกทุกเช้าเมื่อปล่อยควายออกจากคอก สิ่งหนึ่งที่ชัยยันต์จะต้องทำด้วยคือ ออกไปหาหญ้ามาตากแห้งเก็บเอาไว้ เผื่อวันไหนควายกินหญ้าจากในหนองไม่อิ่มก็จะเอาหญ้าแห้งมาเสริมให้ตอนกลางคืน

 

 

ชัยยันต์บอกว่า เขาไม่รู้เรื่องพื้นที่ชุ่มน้ำว่ามันคืออะไร แต่รู้ว่า พื้นที่ที่เคยอุดมสมบูรณ์ในอดีตแห่งนี้เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ทุกปี จากที่เคยมีหญ้าขึ้นอุดมสมบูรณ์ ทุกวันนี้หญ้าหายากขึ้น โดยเฉพาะในฤดูแล้งเขาสงสารควาย แทบจะร้องไห้

 

 

“หญ้าหายากขึ้นทุกวันครับ ควายหลายตัวเริ่มมองเห็นซี่โครงแล้ว ผอมน่าสงสาร ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า หน้าแล้งที่กำลังจะมาถึงมันจะเป็นอย่างไร”ชัยยันต์รำพึงพร้อมกับตั้งคำถามทิ้งท้าย

 

 

นายสันติ บุญประคับ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ทุกวันนี้ทั้งส่วนราชการและภาคเอกชนได้เข้าไปบุกรุกพื้นที่ชุ่มน้ำ ทั้งแบบรู้ และรู้เท่าไม่ถึงการณ์จำนวนมาก สาเหตุเพราะการไม่เข้มงวดของท้องถิ่นส่วนหนึ่ง ซึ่งหลังจากนี้ สผ.จะมีการสำรวจสถานการณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วประเทศว่า แต่ละแห่งแต่ละพื้นที่เป็นอย่างไรบ้าง หลังจากนั้นจะทำแนวเขตให้ออกมาชัดเจนว่าอยู่ที่ไหนอย่างไร

 

 

แต่เรื่องเร่งด่วนที่สุดที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องทำก็คือ การแก้ปัญหาให้ฝูงควายที่เวียงหนองหล่มมีหญ้ากินอย่างเพียงพอในฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง มิฉะนั้นแล้ว พื้นที่ที่เป็นแหล่งวัฒนธรรมการเลี้ยงควายที่เก่าแก่ของประเทศไทยก็จะสูญหายไปในที่สุด

 

 

โดย ชุติมา นุ่นมัน aae_ok@yahoo.com
มติชน ฉบับวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

 

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.