ส่งกลับผู้ลี้ภัยคะฉิ่น-คะยา 500 คนกลับพม่า UNHCR ชื่นชมรัฐบาลไทยให้ที่พักพิงนับสิบปี

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)ได้เผยแพร่เอกสารข่าว ระบุว่า ภายในสัปดาห์นี้คาดว่าผู้ลี้ภัยกว่า 500 คน ในประเทศไทย จะได้เดินทางกลับประเทศไปยังภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเมียนมา โดยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจ นำโดยรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากUNHCR และองค์กรพันธมิตร โดยเป็นการเดินทางกลับครั้งที่ 3 เพื่อมอบโอกาสในการสร้างชีวิตใหม่ในประเทศบ้านเกิดแก่ผู้ลี้ภัยหลังจากที่ต้องพลัดถิ่นมานานหลายสิบปีในประเทศไทย

ในเอกสารข่าวระบุว่า ผู้ลี้ภัยจะออกเดินทางจากพื้นที่พักพิงจำนวน 5 แห่งบริเวณชายแดน และเดินทางข้ามแดนจากประเทศไทยไปยังรัฐคะฉิ่นและคะยาของประเทศเมียนมา เมื่อผู้ลี้ภัยที่เดินทางกลับได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่เมียนมาบริเวณชายแดน พวกเขาจะเดินทางต่อไปยังศูนย์แรกรับ ที่ซึ่งพวกเขาได้รับความช่วยเหลือ อาทิ การมอบเอกสารในการเดินทางเข้าเมือง และการตรวจเช็คทางการแพทย์ และจากที่นั่น พวกเขาจะเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางของตน

ในเอกสารข่าวระบุว่า จากสถานการณ์ที่พัฒนาในเชิงบวกบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของเมียนมา UNHCR จึงสนับสนุนกระบวนการเดินทางกลับที่นำโดยรัฐบาลมาตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2559 โดยช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่ได้แสดงเจตจำนงค์อย่างชัดเจนว่าต้องการเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี ทั้งนี้ผู้ลี้ภัยได้รับข้อมูลและคำปรึกษาเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ในพื้นที่ที่ต้องเดินทางกลับจาก UNHCR และองค์กรพันธมิตร นอกจากนี้ ผู้ลี้ภัยยังได้รับการสนับสนุนเรื่องการเดินทาง และการปรับตัวในการเดินทางกลับเบื้องต้นอีกด้วย จากความช่วยเหลือในการเดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจใน 2 ครั้งที่ผ่านมา ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2559 และพฤษภาคม พ.ศ. 2561 นั้น ผู้ลี้ภัยจำนวน 164 คนได้เดินทางกลับบ้านจากประเทศไทย และ UNHCR ยังคงติดตามการปรับตัวของผู้ลี้ภัยต่อสถานการณ์ในปัจจุบันในประเทศเมียนมาอย่างต่อเนื่อง

“ประเทศไทยได้ทำหน้าที่เจ้าบ้านที่โอบอ้อมอารี มอบที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยมาเป็นเวลาหลายปี การช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศในครั้งนี้ ถือเป็นความคืบหน้าในการมอบโอกาสให้ผู้ลี้ภัยที่ต้องการกลับบ้านได้เดินทางกลับอย่างปลอดภัย และสมศักดิ์ศรี” เจมส์ ลินช์ ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติภูมิภาคเอเชีย และผู้ประสานงานประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว และว่า “UNHCR จะประสานงานเพื่อมอบทางออกให้แก่ผู้ลี้ภัยที่ตกอยู่ในสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนานในประเทศไทยต่อไป”

ทั้งนี้ปัจจุบัน ยังมีผู้ลี้ภัยกว่า 97,000 คน จากประเทศเมียนมา อาศัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวจำนวน 9 แห่งบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธ์ชาวกะเหรี่ยง และกะเหรี่ยงแดง

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.