ต้องกล้าลงทุน

 

บทนำมติชน

 

ผู้สื่อข่าว “มติชน” ลงพื้นที่ชุมชนวัดสุนทรธรรมทาน หรือวัดแค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ มีโอกาสสัมภาษณ์นางเอกละครชาตรีพื้นบ้าน และทราบว่าเด็กรุ่นใหม่แทบไม่มีใครรู้จักละครชาตรีแล้ว แม้กระทั่ง กทม.และกระทรวงวัฒนธรรมก็ไม่สนใจเข้ามาฟื้นฟูศิลปะแขนงนี้ จึงรู้สึกว่าอีกไม่นานละครชาตรีพื้นบ้านจะหายไปจากประเทศไทย ขณะที่นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม บอกว่า ละครชาตรีได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ สาขาศิลปะการแสดง ตั้งแต่ปี 2552 การขึ้นทะเบียนดังกล่าวเพื่อส่งเสริมให้ตระหนึกถึงคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ส่วนมุมมองที่ว่าละครชาตรีจะสูญหายไปนั้น อาจเป็นเพราะคนรุ่นใหม่เข้าไม่ถึงทำให้ไม่รู้จักและไม่สนใจที่จะสืบทอด ถือเป็นการบ้านของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมที่จะทำให้คนรุ่นใหม่รู้จักต่อไป

 

ละครชาตรีเป็นละครที่มีมาแต่โบราณ มีอายุเก่าแก่กว่าละครชนิดอื่น มีลักษณะเป็นละครเร่ของอินเดีย ในสมัยโบราณละครชาตรีเป็นที่นิยมในพื้นที่ภาคใต้ไทย เรื่องที่นิยมเล่นคือ พระสุธนนางมโนห์รา จึงเรียกการแสดงประเภทนี้ว่า ?โนห์ราชาตรี? ทั้งนี้ มีข้อสันนิษฐานว่า ละครชาตรีได้แพร่หลายเข้ามายังกรุงรัตนโกสินทร์ 3 ครั้ง คือในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จยกทัพไปปราบเจ้านครศรีธรรมราช และพาขึ้นมากรุงธนบุรีพร้อมด้วยพวกละคร อีกครั้งเมื่องานฉลองพระแก้วมรกต ปี พ.ศ.2323 ที่ละครชาตรีจากนครศรีธรรมราช ได้ขึ้นมาแสดงประชันกับละครหลวง และในสมัยรัชกาลที่ 3 กรุงรัตนโกสินทร์ ตอนนั้นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) สมัยเป็นเจ้าพระยาพระคลัง ได้ลงไประงับเหตุทางหัวเมืองภาคใต้ พวกชาวใต้จึงอพยพติดตามขึ้นมาด้วยรวมทั้งพวกละครชาตรี หลังจากนั้นละครชาตรีก็มีพัฒนาการและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

 

กรณีของละครชาตรีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมไทย เพราะปัจจุบันพบว่าศิลปวัฒนธรรมไทยหลายอย่างไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร และเกรงกันว่าศิลปวัฒนธรรมบางแขนงจะถูกลืมเลือน แม้หลายคนอาจมองว่าการศิลปวัฒนธรรมเหล่านั้นเก่าไปแล้ว แต่หากสามารถดำรงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมเหล่านั้นไว้ได้ ด้วยวิธีการใดๆ ก็น่าจะทดลอง เช่น การมีผู้สนใจที่พร้อมจะอุปถัมภ์ศิลปวัฒนธรรมแขนงต่างๆ เพราะว่าภาคธุรกิจในปัจจุบันมีความสามารถเพียงพอ หรือการคิดค้นเพื่อสร้างคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมแขนงต่างๆ ให้เป็นมูลค่าเพื่อสามารถหารายได้มาจุนเจือรายจ่าย หรือการส่งเสริมสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ การประชาสัมพันธ์ การจัดโปรแกรมทัวร์ เป็นต้น เพื่อให้ผู้คนมีโอกาสได้สัมผัสศิลปวัฒนธรรมต่างๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลหรือกระทรวงต้องเห็นความสำคัญของวัฒนธรรม ต้องมียุทธศาสตร์ มีกลยุทธ์ และมีงบประมาณ เพื่อนำศิลปวัฒนธรรมไปสู่ความสำเร็จ สามารถเพิ่มมูลค่า และเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งเรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้ รัฐบาลต้องกล้าลงทุน ลงทุนเพื่อหวังให้วัฒนธรรมไทยงอกงามอย่างมีคุณค่าต่อไป

 

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ปีที่ 36 ฉบับที่ 12771 มติชนรายวัน

 

 

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.