ชุมชนนางเลิ้งเฮ เขตป้อมปราบฯยอมอนุมัติให้สัญชาติ “ลุงตู่” นัดเพิ่มชื่อ 1 เม.ย.นี้ นักกม.เล็งดันบัตรประกันสุขภาพ –เบี้ยสูงอายุ

 

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2556 น .ส. ศิวนุช สร้อยทอง นักกฎหมายจากโครงการบางกอกคลินิกเพื่อให้คำปรึกษากฎหมายด้านสถานะและสิทธิของ บุคคล กองทุนศาสตราจารย์คนึง ฦาไชย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากโครงการบางกอกคลินิกและเครือข่ายคนไร้สัญชาติ ได้เนินการช่วยเหลือกรณีชายเสมือนไร้รากหง้า ไร้บ้าน คือ นายชาญ สุจินดา หรือ ลุงตู่ ซึ่งอาศัยอยู่ในวัดสุนทรธรรมทาน (วัดแคนางเลิ้ง) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย มานานกว่า 20 ปี โดยได้ร่วมกับฝ่ายต่างๆผลักดันแก้ไขปัญหาของลุงตู้ซึ่งเป็นคนที่เกิดในชุมชนวัดแคนางเลิ้ง แต่กลับไม่มีบัตรประชาชน มาตั้งแต่ต้นเดือน มกราคม 2556 ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้ทางสำนักงานเขตฯ ได้มีคำสั่งอนุมัติให้เพิ่มชื่อนายชาญลงในทะเบียนราษฏร์ เพื่อเป็นคนไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว หลังจากที่ได้ถือบัตรบุคคลไร้สถานะทางทะเบียนมานาน

 

น.ส.ศิวนุช กล่าวว่า เขตป้อมปราบได้มีคำสั่งนัดหมายนายชาญ และพยานบุคคลเพื่อเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนราษฏร์ ในฐานะผู้ตกหล่นจากการสำรวจทางทะเบียน ตามระเบียบปี 2535 ในวันที่ 1 เมษายน 2556 เพื่อเพิ่มเข้าในฐานะผู้อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 19 ซอยหลานหลวง 1 ถนนหลานหลวง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ซึ่งมีนางสุวัน แววพลอยงาม ประธานชุมชนเป็นเจ้าบ้าน อย่างไรก็ตามกรณีที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายได้มีการเพิ่มชื่อลุงตู่ เข้าสู่ทะเบียนราษฏร์นั้นเป็นการสะท้อนการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยได้รับฟังพยานบุคคล เพื่อพิสูจน์ความเป็นผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทยของลุงตู่ โดยไม่เรียกร้องผลตรวจ DNA และเป็นตัวอย่างของการใช้พยานบุคคลเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ปกครอง เคารพต่อแนวคำพิพากษาศาลฎีกา

 

นักกฎหมายจากโครงการบางกอกคลินิกฯ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นควรเป็นตัวอย่างของการดำเนินการด้านการปกครองในการช่วยเหลือบุคคลไร้ สถานะทางทะเบียนรายอื่นๆ อีกต่อไป เช่น กรณี ลุงธวัช อดีตนายตำรวจ , ป้าอ้วน ผู้ป่วยอัมพฤก ฯ ซึ่งเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนวัดแคนางเลิ้ง ที่ต้องให้ความช่วยเหลือ ทั้งในการรับรองสถานะบุคคลสัญชาติไทย เช่นเดียวกับลุงตู่ เป็นไปได้ว่า อาจเข้าข่ายกรณีเดียวกัน แต่ต้องมีการสืบพยานเพิ่มเติม

 

“ขั้นตอนต่อไปของการดำเนินการหลังจากที่ลุงตู่ได้รับบัตรประจำตัวประชาชนและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านแล้ว ก็คือต้องเร่งดำเนินการเรื่องการทำบัตรประกันสุขภาพ และ การขึ้นทะเบียนเพื่อรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตามสิทธิของคนไทยสูงอายุทีพึงได้รับ” น.ส.ศิวนุช กล่าว

 

อนึ่ง ลุงตู่มีอายุ 72 ปี พบถือครองบัตรประจำตัวบุคคลไร้สถานะทางทะเบียน หรือบัตรเลข 0 เลขที่ 01-008-8900-xxx ออกโดยเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2554 โดยทางโครงการบางกอกคลินิก ฯ ได้พบลุงตู่เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา จากโครงการสำรวจคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ที่ทำโดยนักศึกษาปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และต่อมาทราบจากประธานชุมชน ว่าลุงตู่ อาศัยอยู่ในพระอุโบสถวัดแคนางเลิ้งมากว่า 20 ปี โดยยึดอาชีพเก็บของเก่าขายเพื่อประทังชีวิต และบางครั้งก็คอยเก็บกวาดบริเวณวัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการสัมภาษณ์ลุงตู่และบุคคลแวดล้อม เช่น เพื่อนบ้านอีกหลายคน ทราบว่าลุงตู่เป็นดังบุคคลไร้สถานะทางทะเบียนที่เกิดในชุมชนวัดแคฯ และอาศัยอยู่ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยพี่น้องที่เกิดจากมารดาและบิดาเดียวกันได้เสียชีวิตลงแล้ว เหลือแค่พี่ชายต่างบิดาที่ย้ายถิ่นฐานจาก กทม. และมีญาติอยู่ทาง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ทั้งนี้ในตอนแรกที่ได้มีการประสานไปยังเขตฯเพื่อขอเพิ่มรายชื่อลุงตู่ในทะเบียนราษฏร์เพื่อให้ได้รับสิทธิต่างๆเหมือนกับประชาชนทั่วไป ทางเจ้าหน้าที่เขตกลับไม่เห็นด้วย จนกระทั่งหลายฝ่ายได้ร่วมกันเข้ามาผลักดันจึงสำเร็จ

 

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.