เมินเสียงประชาชน สนช.เร่งปั้มกฎหมายก่อนเลือกตั้งใหม่ ชาวบ้านประนาม สนช.รับใช้เผด็จการ เรียกร้องสังคมช่วยกันกดดัน

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2562 ที่บริเวณหน้าวัดเบญจมบพิตรฯ กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ตัวแทนชาวบ้านจากหลายองค์กรทั่วประเทศ อาทิ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move เครือข่ายเกษตรกรภาคเหนือ สมาพันแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.) และชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ จำนวนกว่า 300 คน รวมตัวเรียกร้องให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ยุติการพิจารณาร่างกฎหมายทุกฉบับ โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติและร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อรอให้สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง และรัฐบาลใหม่เป็นผู้ดำเนินการ

เวลาประมาณ 10.00 น. ตัวแทนชาวบ้าน 30 คน ได้เดินทางไปที่รัฐสภาเพื่อขอเข้ารับฟังการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติและร่าง พ.ร.บ.สงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า แต่เจ้าหน้าที่รัฐสภาไม่อนุญาติให้เข้าร่วมฟังการประชุม จนกระทั่งมีการเจรจาและชี้แจงกับชาวบ้านว่าเนื้อหาในร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อชาวบ้าน รัฐบาลจึงมีความจำเป็นต้องเร่งการพิจารณาร่างกฎหมายให้ทันในรัฐบาลนี้ เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียโอกาส โดยขอให้ตัวแทนชาวบ้านกลับไปชุมนุมที่หน้าวัดเบญจมบพิตร ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านยืนยันว่าจะรอฟังการพิจารณาร่างกฏหมายที่จะมีขึ้นในช่วงบ่ายต่อไป

ทางด้านชาวบ้านอีกว่า 200 คน ได้เคลื่อนขบวนเดินเท้าจากหน้าวัดเบญจมบพิตรไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงผลตอบรับหนังสือเรียกร้องที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรีให้ สนช.ยุติกฎหมายทุกฉบับ ว่ามีการดำเนินการคืบหน้าอย่างไรบ้าง ขณะที่กำลังเดินเท้าออกจากจุดที่ปักหลักชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถตู้ตำรวจ และตั้งแถวสะกัดกั้นบริเวณเชิงสะพานหน้าโรงเรียนวัดเบญจมบพิตร กระทั่ง เวลา 13.50 น. มีการเจรจาจนได้ข้อยุติ ตำรวจยินยอมให้ชาวบ้านไปปักหลักชุมนุมที่สำนักงานข้าราชการพลเรือน(กพร.) ตรงข้ามประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล

กระทั่งเวลา 14.30 น. ที่ประชุม สนช.อนุญาติให้ตัวแทนชาวบ้าน 12 คน เข้าร่วมฟังการพิจารณาในห้องประชุมเป็นเวลา 15 นาที จากนั้นเมื่อครบเวลาตัวแทนชาวบ้านได้ออกมารวมกลุ่มประสานมือพร้อมเปล่งเสียง “หยุด สนช.” เพื่อเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ให้ สนช.หยุดพิจารณาร่างกฏหมาย ทำให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตักเตือนขอหยุดการแสดงเชิงสัญลักษณ์ แต่ชาวบ้านยังคงทำต่อไป เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ตำรวจเชิญตัวชาวบ้านกลับไปที่ข้างวัดเบญจมบพิตร โดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

จากนั้นในช่วงเย็นชาวบ้านที่ชุมนุมมีการอ่านแถลงการณ์ยุติการตรากฎหมาย คืนอำนาจให้ประชาชน โดยมีข้อเรียกร้องให้  1.สภานิติบัญญัติแห่งชาติยุติการพิจารณากฎหมายทุกฉบับในทันที 2.นายกรัฐมนตรีต้องชะลอการนำร่าง พรบ.ที่ผ่านการพิจารณาของ สนช. ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย เพื่อให้รัฐบาลใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นผู้ดำเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 147 3.เรียกร้องให้ สนช.ลาออกเพื่อแสดงคามรับผิดชอบ นอกจากนี้ได้ประณามพฤติกรรมเผด็จการ สนช. ที่ไม่ฟังเสียงประชาชนและทำลายการปกครองในระบบประชาธิปไตย พร้อมเรียกร้องให้สังคมร่วมกันเรียกร้องต่อกลไกต่างๆ ไม่ให้พื้นที่ยืนในสังคมประชาธิปไตยสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งวุฒิสภาฝ่ายนิติบัญญัติฝ่ายบริหาร

นายดิเรก กองเงิน ตัวแทนสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ซึ่งเดินทางมาร่วมชุมนุมครั้งนี้ กล่าวว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติและร่าง พ.ร.บ.สงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า ที่ผ่าน สนช.ในวันนี้ที่กว่าครึ่งเป็นทหาร สะท้อนให้ชัดว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากกฎหมาย ชาวบ้านพยายามขอเข้าไปมีส่วนร่วมในการพิจารณา มีข้อเสนอ ข้อคิดเห็นหลายอย่าง และมีร่าง พรบ.ฉบับประชาชน แต่ไม่ได้รับการพิจารณาใดๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวบ้านยอมรับไม่ได้ เพราะการออกกฎหมายใดๆ เป็นเรื่องสำคัญ และเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ซึ่งประเทศไทยกำลังจะมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลปัจจุบันก็ควรส่งต่อให้รัฐบาลใหม่เป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอน ไม่ใช่เร่งออกกฎหมายทั้งหมดในรัฐบาลนี้

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.