จัดงานแสงสีเสียง “เล่าขานตำนาน ศรีทวารวดี ศวรปุณยะ แห่งนครพริบพรี”แหล่งโบราณสถานโคกเศรษฐี-เมืองชะอำ

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 ดร.เอื้อมพร โตภาณุรักษ์กุล อาจารย์คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี เปิดเผยว่าระหว่างวันที่ 27-28 เมษายน มหาวิทยาลัยราชภัฏฯร่วมกับชาวบ้านนายาง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จัดงานแสดงแสงสีเสียง “เล่าขานตำนาน ศรีทวารวดี ศวรปุณยะ แห่งนครพริบพรี”ขึ้นที่บริเวณด้านหน้าสถูปโบราณสถานโคกเศรษฐี ซึ่งนอกจากการแสดงชุดระบำโบราณคดีศรีทวารวดี ศวรปุณยะ ที่ถอดท่ารำมาจากผลงานวิจัยของนางสาวจินห์จุฑา สุวรรณ์คัมภีระ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จากงานปูนปั้นที่ค้นพบในโบราณสถานโคกเศรษฐี แล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกหลายอย่าง อาทิ สาธิตศิลปะปูนปั้นเมืองเพชร การท่องเที่ยวชุมชน ลานวัฒนธรรมของชาวนายาง

ดร.เอื้อมพรกล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเคารพบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และวัฒนธรรมในสมัยทวารวดีโดยการนำเสนอในรูปแบบร่วมสมัย ซึ่งมีดนตรีสร้างขึ้นมาใหม่ แนว cenimatic คล้ายภาพยนตร์ ทำเพอร์คัชชั่น ensemble ผสมผสานเครื่องดนตรีไทย เล่าเรื่องแบบละครผ่านนักแสดงซึ่งมีความร่วมมือของจิตอาสาระดับมืออาชีพที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ทั้งการออกแบบระบำ ท่ารำ ท่าเต้น

ดร.เอื้อมพร กล่าวว่า เราหวังว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้ จะทำให้เยาวชนและชุมชนในพื้นที่เกิดความตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์โบราณสถานโคกเศรษฐี รวมทั้งต้องการการพัฒนาพื้นที่ไปสู่การจัดการท่องเที่ยวของชุมชนและการพัฒนาสินค้าและการบริการเพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชน ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2562 มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี ได้สนองพระราโชบายในเรื่องพัฒนาท้องถิ่น โดยให้ทุกคณะนำความรู้ไปสู่การบริการวิชาการที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยคณะครุศาสตร์ได้จัดทำโครงการการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศประวัติศาสตร์โคกเศรษฐีขึ้น

นายวชรัต วงวาทิน สมาชิกกลุ่มคนรักนายางกล่าวว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก และได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจของชุมชนที่ออกมาช่วยกันทำงานด้วยความเสียสละ ไม่ว่าการทำโครงสร้างสำเภาเภตราของกลุ่มนายางเข้มแข็ง การทำตะเกียงไฟ-โคมไฟไม้ไผ่โดยกลุ่มคนรักบ้านเกิด ซึ่งทุกคนเสียสละเวลาส่วนตัวมาช่วยกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทันเวลาจัดงาน

“พวกเราอยากเห็นบริเวณเจดีย์แดงโคกเศรษฐีเป็นศูนย์รวมของการขายสินค้า ตลาดนัดชุมชน เพื่อชาวบ้านได้มาขายสินค้าที่มีอยู่ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เป็นแหล่งศูนย์รวมนักท่องเที่ยวก่อนที่จะไปสู่แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆของตำบลนายาง”นายวชรัต กล่าว

ทั้งนี้สถูปโคกเศรษฐีเป็นศาสนสถานสมัยทวารวดี ตั้งอยู่ที่บริเวณด้านหน้าของเทือกเขาจอมปราสาทอันเป็นส่วนหนึ่งของเขาเจ้าลายใหญ่หรือเทือกเขานางพันธุรัตน์ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวชะอำ โดย เทือกเขาเจ้าลายใหญ่นี้มีความเกี่ยวข้องกับตำนานเมืองเพชรบุรี เรื่อง “มหาเภตรา” และเรื่อง “ท้าวม่องไล่” รวมทั้ง “เจ้ากงจิ่น” และ “เจ้าลาย” โดยตำนานกล่าวว่าบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของชุมชนบ้านเมืองโบราณ มีผู้คนทำมาหากินอยู่ด้วยการจับสัตว์ทะเลขายและการเป็นโจรสลัดปล้นเรือพาณิชย์ที่ผ่านมา ซึ่งมีเจ้าหรือหัวหน้าปกครอง

ขณะที่ตำนานการสร้างโคกเศรษฐีนั้น มีนิทานปรัมปราท้องถิ่นกล่าวว่าได้มีเศรษฐีผู้หนึ่งใช้เกวียนเป็นพาหนะขนทองคำและของมีค่าเดินทางผ่านมายังโคกเศรษฐีแล้วเกวียนหัก จึงขอให้ชาวบ้านช่วยซ่อมเกวียนเพื่อที่จะได้เดินทางต่อ ชาวบ้านทราบว่าเศรษฐีขนทรัพย์สมบัติมาจึงเกิดความละโมบและออกอุบายไปตัดไม้สบู่อันเป็นไม้เนื้ออ่อนมาซ่อมเกวียน แต่เศรษฐีเฉลียวใจจึงสร้างเจดีย์ขึ้นองค์หนึ่งและนำทรัพย์สมบัติไปซ่อนไว้ในองค์เจดีย์พร้อมกับทำการสาปแช่งคนที่จะมาลักขโมยสมบัติไว้ ซึ่งนิยายปรัมปราดังกล่าวส่งผลให้มีการลักลอบขุดทำลายสถูปโคกเศรษฐีเพื่อค้นหาสมบัติ โดยครั้งที่ครึกโครมมากที่สุดคือ เมื่อ พ.ศ. 2528 ปรากฏว่าโบราณวัตถุที่ได้จากการลักลอบขุดไม่ปรากฏวัตถุมีค่าแต่อย่างใด นอกจากชิ้นส่วนของประติมากรรมปูนปั้น อาทิ พระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ รูปบุคคล และลวดลายประดับสถาปัตยกรรม

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.