พีมูฟ-รัฐบาลยังเจรจาเข้มข้น ยูเอ็นร่วมผลักดัน เตรียมตั้งอนุกก.ชุดต่างๆแก้ปัญหา

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2562 ที่บริเวณหน้าองค์กรสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ตัวแทนประชาชนจากพื้นที่ปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย สถานะบุคคล และชุมชนชาติพันธุ์ในเขตป่า รวมถึงกลุ่มปัญหาต่าง ๆ ภายใต้การเคลื่อนไหวในนามของกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.) หรือ พีมูฟ ยังคงปักหลักชุมนุนต่อเนื่องเป็นวันที่สอง เพื่อรอฟังการเจรจาต่อการแก้ปัญหาจากรัฐบาล

ในช่วงเช้า ยูเอ็นได้เชิญตัวแทนพีมูฟ 5 คน เข้าไปให้ข้อมูลใน 5 ประเด็น คือ 1.ปัญหา สิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย ความเท่าเทียม ความเสมอภาค 2.ปัญหา สิทธิชุมชน ที่ดินทำกิน 3.ข้อเสนอเชิงนโยบาย 9 ข้อ 4. ให้พีมูฟอัพเดทเรื่องราวเรื่อยๆ โดยสามารถติดต่อเข้าพบได้ทันที 5.กรณีที่เจ้าหน้าที่จะให้ย้ายขบวนชุมนุมออกจากพื้นที่หน้า โดยทางตัวแทนยูเอ็นได้กล่าวกับชาวบ้านว่า การปักหลักชุมนุมเป็นสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่ง การพยายามย้ายชาวบ้านผู้เดือดร้อนออกไปโดยอ้างว่าไม่เหมาะสมและทำให้เสียภาพลักษณ์ประเทศคือการละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนปัญหาที่เสนอมีการให้คำมั่นว่าจะนำหนังสือที่ยื่นไปแปลและพูดคุยกับรัฐบาล

จากนั้นพีมูฟได้เคลื่อนขบวนไปที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อรอฟังแนวทางการแก้ปัญหาที่ชัดเจนจากรัฐบาล โดยพีมูฟมีการอ่านแถลงการณ์ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ฉบับที่ 2 “รัฐต้องจริงจังในการแก้ปัญหาสังคมเชิงโครงสร้าง ข้อเสนอเชิงนโยบายต้องมีรูปธรรมดำเนินการที่ชัดเจน” โดยมีข้อเรียกร้องเร่งแก้ปัญหาเร่งด่วน 6 ข้อ 1.ต้องยุติการคุกคามพื้นที่สมาชิกพีมูฟ ด้วยการแจ้งความดำเนินคดีในทุกพื้นที คดีใหม่ต้องไม่มีหรือให้ยุติทุกกรณี คดีเก่าที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมให้มีมาตรการจำหน่ายหรือชะลอการดำเนินคดี 2.ในการแก้ปัญหาของพีมูฟรัฐบาลต้องยึดปัญหาความเดือดร้อน ข้อมูลและข้อเท็จจริงของประชาชนเป็นหลัก ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ มติครม.และนโยบายที่เป็นอุปสรรคให้สอดคล้อง 3.กรณีชุมชนของพีมูฟที่อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาล ต้องให้ชุมชนเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและซ่อมแซม บ้านเรือน และเข้าถึงโครงการพัฒนาของรัฐต่างๆ ได้

แถลงการณ์ระบุต่อว่า 4.ปัญหารายกรณีและเร่งด่วนให้มีการเจรจาหาแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกับภาครัฐ และเมื่อได้แนวทางหรือข้อตกลงร่วมกัน ให้จัดทำแผนแก้ไขปัญหารายกรณีทั้งในส่วนกลางและพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม 5.ให้มีแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.) ในสัดส่วนระหว่างภาครัฐกับตัวแทนภาคประชาชนที่เท่ากัน โดยให้มีอำนาจหน้าที่แก้ปัญหาในทุกรายกรณี 6.ให้มีการนำข้อเสนอเชิงนโยบายของ พีมูฟ 9 ประการไปดำเนินการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอแต่ละกรณีเป็นเจ้าภาพเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังโดยเร็ว

สำหรับในช่วงบ่ายรัฐบาลได้เปิดโต๊ะเจรจาโดยเชิญตัวแทนพีมูฟเข้าไปประชุมเจรจาร่วมกับนายประทีป กีรติเลขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พร้อมทั้งตัวแทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามข้อเสนอเชิงนโยบาย 9 ข้อ และกรณีปัญหาเร่งด่วน 16 กรณี

การประชุมเสร็จสิ้นในเวลา 19.00 น. โดยนายวิทวัส เทพสง ผู้ประสานงานพีมูฟ กล่าวว่า เป็นการหาข้อสรุปต่อจากการเจรจาเมื่อวาน โดยเฉพาะข้อเสนอเชิงนโยบาย 9 ข้อ ที่บางกรณีมีความทับซ้อนของอำนาจรัฐ เช่น กระทรวงทรัพยากรธรมชาติฯ กับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้มีการสรุปว่าแต่ละกรณีว่ากระทรวงใดเป็นเจ้าภาพหลักในการแก้ปัญหา ขณะที่ภาพรวมทางพีมูฟมองว่าต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาที่หัวใจหลัก คือการแก้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิชุมชนที่ชัดเจน ขาดการมีส่วนร่วม ไม่มีการกระจายอำนาจ รัฐจึงบังคับใช้กฏหมายโดยไม่คำนึงถึงสิทธิชุมชน

“การเจรจายังไม่เสร็จสิ้น คงต้องคุยกันต่อพรุ่งนี้ รัฐบาลยังคงตั้งเป้าเจรจาเพื่อให้ชาวบ้านยุติการชุมชน ไม่ใช่เจรจาที่มีเป้าหมายแก้ปัญหาพีมูฟ หากไม่สามารถให้คำตอบชาวบ้านอย่างชัดเจนและพอใจ ก็ยืนยันจะปักหลักชุมนุมต่อ” นายวิทวัส กล่าว

—————-

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.