ได้ข้อยุติ 3 ประเด็น เล็งสำรวจชุมชนมีปัญหา 13 แห่ง ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน – พีมูฟแถลงความคืบหน้า-ขึงป้ายหน้าทำเนียบดักคอรัฐบาล
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2556 นายประยงค์ ดอกลำไย แกนนำเครือข่ายขบวนการประชาชนเพื่อสังคมเป็นธรรม (ขปส.) หรือ พีมูฟ กล่าวภายหลังการประชุมอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยมี นายปรีชา เร่งสมบรูณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรฯ (รมว.ทส.) เป็นประธานว่า จากผลการประชุมในวันนี้ ได้ข้อสรุปที่น่าพึงพอใจ อยู่ 3 ประเด็น คือ 1 การเสนอให้ ทส.สำรวจชุมชนที่มีปัญหาเรื่องที่ดินซึ่งมีทั้งหมด 25 ชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่าและเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมี 13 ชุมชน ยังสำรวจไม่เสร็จ ให้ ทางที่ประชุมมีมติให้ ทส.เร่งดำเนินการภายใน 90 วันนับจากวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 พ.ค. ส่วนพื้นที่ซึ่งสำรวจเสร็จแล้ว ให้แก้ไขระเบียบอนุญาตตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี และทำตามมติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) 3 พ.ค.ที่ว่าด้วยนโยบายการกระจายการถือครองที่ดิน ไปสู่ผู้ยากจนในรูปแบบโฉนดชุมชน ภายใน 15 วัน ซึ่ง ทส.ยอมรับในเงื่อนไขและยินดีจะปฏิบัติตาม ประเด็นที่ 2 การดำเนินการตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามปัญหาที่ดินของประชาชน ในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัดได้แก่ สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช กระบี่ ประจวบคีรีขันธ์ โดย ทส.รับปากจะดำเนินการเรื่องการสำรวจคำร้อง และภาพรวมของสถานการณ์ เพื่อหาหนทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป
นายประยงค์กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 3 ดำเนินการตามข้อตกลง เอ็มโอยู เมื่อวันที่ 22 พ.ค คือ ทส.ยินดี ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชะลอการดำเนิน การที่เป็นสาเหตุความขัดแย้งหรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนกรณีผู้ที่มีปัญหาที่ดินทับซ้อนระหว่างที่ดินรัฐและเอกชนให้ทำมาหากินต่อได้ โดยไม่มีการไล่ที่ ส่วนประเด็นอื่นๆ เช่น กรณีขอให้เร่งรัดเรื่องคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการนโยบายเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตและแก้ปัญหา กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลและชาติพันธ์กะเหรี่ยง นั้นก็จะมีการนำเสนอในที่ประชุม ครม.วันที่28 พ.ค.นี้ ขณะที่ประเด็นเรื่องแผนปฏิบัติงาน ข้าราชการ 4 ปี ที่พีมูฟขอให้ ทส.แก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากไม่ครอบคลุมนั้น ทส.ยอมรับว่า ต้องมีการแก้ไขจริง เช่น เรื่องการดำเนินคดีโลกร้อนกับคนจน กรณี เทือกเขาบรรทัด จ.ตรัง ซึ่งจะมีผลในการดำเนินการต่อไป โดยกลุ่มพีมูฟเองก็จะติดตามความคืบหน้าต่อไป อย่างไรก็ตามพรุ่งนี้เวลาประมาณ 10 .00 น.แกนนำพีมูฟ จะมีการแถลงข่าวความคืบหน้าและย้ำจุดยืนถึงข้อตกลงที่รัฐบาลได้เซ็นสัญญาไว้ อีกครั้ง ณ บริเวณประตู 5 ทำเนียบ
ด้าน นายปรีชา กล่าวว่า ทส.ได้หารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อจัดทำโซนนิ่งพื้นที่การเกษตร แก้ไขปัญหาการบุกรุกทรัพยากรป่าไม้ โดยกระทรวงได้ใช้ภาพถ่ายทางอากาศของกรมพัฒนาที่ดิน และภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหาร 5 ชั้น ปี ตั้งแต่ปี 2495 2505 2515 2525 และ 2531 มาวางทับซ้อนกับแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2545 ของกระทรวงเกษตร โดยจัดทำแผนที่ใหม่ในอัตราส่วน 1:4,000 เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการดูว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นทางกระทรวงฯ เข้าใจปัญหาความเดือดร้อนของภาคประชาชน จึงพิจารณาเห็นว่าจะชะลอการจับกุมกับชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ดั้งเดิมไปก่อน จนกว่าจะมีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ
ขณะที่นายจำนงค์ จิตนิรัตน์ ที่ปรึกษาพีมูฟกล่าวว่า ในวันที่ 28 ชาวบ้านราว 40-50 คนจะเดินทางไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อร่วมประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของพีมูฟที่มีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน อย่างไรก็ตามก่อนการประชุมทั้งหมดจะร่วมกันแถลงข่าวเพราะรายงานความคืบหน้าให้สังคมได้รับทราบถึงผลการประชุมคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ผลออกมาในในทิศทางที่เป็นบวกกับภาคประชาชน และจะได้นำข้อสรุปเหล่านี้สู่การพิจารณาของคณะกรรมการชุดใหญ่ และผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว
นายจำนงค์กล่าวว่า ขณะนี้มีเพียงอนุกรรมการเพียง 2 ชุดที่ยังมีความคืบหน้าน้อยกว่าชุดอื่นๆ คือกรณีปัญหาข้อขัดแย้งเรื่องที่ดินระหว่างชาวบ้านกับเอกชนและที่ดินสาธารณะ ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิสูจน์สิทธิ์ รวมทั้งพิจารณาระเบียบต่างๆ ส่วนอีกกรณีหนึ่งคือปัญหาการตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลและเหมืองแร่ต่างๆซึ่งยังได้รับการตอบสนองแก้ไขปัญหาจากภาครัฐน้อย ขณะเดียวกันในเรื่องของชาวเลที่ถูกเอกชนออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ทำกินนั้น ได้ข้อสรุปว่าจะมีการพิสูจน์สิทธิ์กันโดยมีพล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง รักษาการประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)เป็นประธาน
“ในวันพรุ่งนี้ชาวบ้านสัก 40-50 คน จะไปรวมตัวกันหน้าทำเนียบ โดยเราได้เตรียมป้ายผ้าชูเรื่องความร่วมมือตามข้อตกลงที่ตัวแทนรัฐบาลได้ลงนามกับเราไว้ เพื่อสนับสนุนให้รัฐบาลทำตามสัญญา”นายจำนงค์ กล่าว.




