เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ “ครูตี๋” ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบให้ยุติโครงการปรับปรุงร่องน้ำการเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง ภายใต้ความตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง พ.ศ. 2543 หรือที่รู้จักกันในชื่อโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง ว่า มติครม.ในครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสทีจะรุกต่อ เป็นผลดีกับภาคประชาชน เพราะแสดงให้เห็นแล้วว่า โครงการพัฒนาบนแม่น้ำโขงได้สร้างกระทบสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชนจริงๆ แต่ปัญหายังไม่จบสิ้น แม้โครงการระเบิดแก่งจะหยุด แต่ยังคงต้องสู้เรื่องผลกระทบจากเขื่อนที่ก่อสร้างบนแม่น้ำโขง ทั้งเขื่อนชุดในจีน และเขื่อนไซยะบุรี รวมถึงโครงการเขื่อนต่างๆบนแม่น้ำโขงตอนล่าง

“ก่อนหน้านี้สิ่งที่ชาวบ้านเคยถามว่า ครู เราจะสู้กันได้เหรอ? นี่เป็นเรื่องระหว่างประเทศ เราเป็นแค่ชาวบ้าน แต่การเคลื่อนไหวในการปกป้องแม่น้ำโขงของชาวบ้านก็ทำให้เห็นแล้วว่า การต่อสู้แบบลงมือทำมากว่า 2 ทศวรรษ ได้พิสูจน์ให้เห็นความสำเร็จเกิดขึ้นได้ ปัญหาแม่น้ำโขงได้เป็นที่ประจักษ์ จากที่ครม.มีมติยุติโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือฯ โดยให้เหตุผลเรื่องข้อกังวลต่อปัญหาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม ผลกระทบต่อเขตแดน อธิบไตย ที่จะเกิดขึ้นต่อแผ่นดินไทยและประชาชนไทย การประกาศยุติโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงในครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่ภาคประชาชนได้พยายามทำงานรณรงค์และปกป้องแม่น้ำโขงมามากเกิน 20 ปี ได้ทำให้หน่วยงานรัฐและรัฐบาลได้ตระหนักถึงคุณค่าในด้านต่าง ๆ ของแม่น้ำโขง”นายนิวัฒน์ กล่าว

ครูตี๋กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาที่กำลังคุกคามแม่น้ำโขงอย่างหนัก สร้างความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของชุมชน เกิดจากโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนตลอดสายแม่น้ำโขง


ดังนั้นเพื่อการพัฒนาแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม ต้องมีข้อเสนอต่อไปด้วยว่า หน่วยงานของรัฐต้องทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคประชาชนในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำจากเขื่อนแม่น้ำโขงตอนบนในยูนนาน ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแม่น้ำโขงบริเวณพรมแดนไทยลาว

ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของกล่าวว่า ทางการจีนได้พูดมาตลอดว่า “เราดื่มน้ำสายเดียวกัน” เหตุการณ์นี้ ควรเป็นจุดเริ่มต้นที่จะหาทางออกว่า “การดื่มน้ำแม่น้ำสายเดียวกัน” ไม่ได้เป็นเพียงการเชื่อมร้อยกันระหว่างรัฐต่อรัฐเท่านั้น การที่จะสร้างการมีส่วนร่วมในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของคนลุ่มน้ำโขง ต้องให้เกียรติ รับฟัง และมีความร่วมมือทั้งรัฐบาลและประชาชนทั้งลุ่มน้ำอย่างแท้จริง

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.