โดย จุฑามาศ ราชประสิทธิ์

นับเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในเชียงรายเพื่อช่วยเหลือกลุ่มแรงงานข้ามต่างชาติ ภายใต้ความร่วมมือ “ศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติในจังหวัดเชียงรายในสถานการณ์โควิด19” โดยมี 9 หน่วยงานทำงานร่วมกัน

หลังจากการ “ปิดเมือง” เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2563 โดยรัฐบาลประกาศการใช้ พรก.ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 เมืองเชียงรายก็ค่อยๆ เงียบลง ร้านค้าสถานประกอบการเกือบทุกแห่งยุติการประกอบกิจการ  มีป้ายปิดชั่วคราวในหลายแห่ง กลุ่มแรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่าบางส่วนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาไปแล้ว โดยผ่านด่านแม่สาย/ท่าขี้เหล็ก ชุดสุดท้ายเมื่อ 6 เมษายน 2563 โดยการประสานงานร่วมอย่างเป็นทางการระหว่างเครือข่ายชุมชนคนแม่สาย อำเภอแม่สาย และอำเภอท่าขี้เหล็ก

แต่ยังคงมีกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่อาศัยอยู่ในเชียงราย เนื่องจากมีความหวังที่จะได้กลับเข้าทำงานเช่นเดิมโดยเร็ว ขณะที่บางส่วนยังไม่ได้ค่าจ้างค้างจ่าย บางส่วนกลับไม่ทันด่านปิด บางส่วนไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับ 

ศูนย์ประสานงานฯ ได้รับแจ้งว่ามีแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในสภาวะยากลำบากเนื่องจากไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีอาหารและนม ปัจจัยสำหรับยังชีพ รวมทั้งสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นมากขึ้น จึงได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น นอกจากนี้ได้ให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิของแรงงานต่างชาติที่เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมในการยื่นคำร้องขอสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานตามมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19 

ขณะเดียวกันได้มีการสื่อสารสู่สาธารณะผ่านสื่อมวลชน ทำให้หน่วยงานภาครัฐ นำโดย กอ.รมน. จังหวัดเชียงราย ได้เชิญนายสืบสกุล กิจนุกร ผู้ประสานงานศูนย์ เข้าพบเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมในวันที่ 22 เมษายน 2563 และกอ.รมน. ได้นัดประชุมร่วมกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 23 เมษายน 2563 เพื่อดำเนินการคัดกรองด้านสุขภาพ และช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก ในทุกๆ พื้นที่ที่มีการอาศัยอยู่ เนื่องจากยังคงเป็นจุดที่ทางหน่วยงานราชการไม่สามารถเข้าถึงและคัดกรองได้  รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้ศูนย์ประสานงานฯ ทำงานด้านการส่งเสริมคุ้มครองพี่น้องแรงงานต่างชาติมากขึ้น 

ในการลงพื้นที่ เราพบว่าแรงงานข้ามชาติให้ความร่วมมือ จากการประสานงานของล่าม/ผู้ปฏิบัติงานที่สื่อสารภาษาพม่าได้เป็นอย่างดี สิ่งที่เป็นความต้องการเฉพาะหน้าคือ ข้าวสาร  นม/ผ้าอ้อมสำหรับเด็ก หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ความรู้/ความเข้าใจในเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 และการดูแลตนเอง ดูแลผู้อื่น ซึ่งศูนย์ประสานงานฯ ได้จัดตั้งผู้แทนของกลุ่มแรงงานข้ามชาติแต่ละกลุ่มเพื่อการประสานงานในกรณีที่เกิดสภาวะเร่งด่วน รวมถึงการตรวจสุขภาพวัดไข้ เช้า-เย็น สำหรับกลุ่มผู้ที่อาศัยอยู่ชุมชนเดียวกัน และอีกประการที่สำคัญอย่างยิ่งคือความรู้และการเข้าถึงสิทธิของแรงงานข้ามชาติภายใต้ระบบประกันสังคม

การลงพื้นที่ทำให้เราได้เห็นสภาพที่อยู่อาศัยของแรงงานข้ามชาติซึ่งอยู่กันอย่างความแออัด บางห้องพักขนาด 20 ตารางเมตร อาศัยอยู่โดยเฉลี่ยรวม 4 คน โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำงานก่อสร้าง สภาพเพิงพักชั่วคราวที่อาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ง่าย เช่น สังกะสี เหล็ก อุบัติเหตุไฟไหม้ ที่สำคัญคือหากมีใครติดไวรัสโควิด ย่อมเกิดการแพร่ระบาดได้ง่าย นอกจากนี้จากการที่มีน้ำไม่พอใช้ ระบบสุขาภิบาลไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ดังนั้นรัฐควรต้องมีมาตรการให้นายจ้างจัดสถานที่พักแก่แรงงานข้ามชาติให้เป็นไปตามมาตรฐานที่แรงงาน ก็จะทำให้เกิดความปลอดภัยและได้พักผ่อนอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี

เป็นที่น่าสังเกตว่ากลุ่มแรงงานข้ามชาติจำนวนไม่น้อยที่อยู่อาศัยเป็นครอบครัว มักมีลูกอายุ 3-8 ขวบ เด็กบางส่วนได้มีโอกาสเข้าเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนประถมศึกษา แต่ส่วนมากที่อยู่ในที่พักตามไซต์ก่อสร้าง และย้ายถิ่นไปตามงาน มักไม่มีโอกาสได้เข้าเรียน มีกลุ่มเปราะบางที่ต้องรีบดำเนินการให้ได้รับบริการทางการศึกษา ในรูปแบบที่เหมาะสม เช่น ครูเคลื่อนที่ ห้องสมุดเคลื่อนที่ ศูนย์การเรียนเคลื่อนที่ เป็นต้น

—————–

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.