เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2563 เครือข่ายสลัม 4 ภาคได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง “เสียงจากคนไม่มีกิน หยุดเอาเงินชาวบ้านมาหาเสียง” โดยระบุว่า ในช่วงวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19 รัฐบาลมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดหลายประการ โดยเฉพาะการลงทะเบียนรับความช่วยเหลือ 5,000 บาท ที่มีปัญหาไม่ครอบคลุมผู้เดือดร้อน ซึ่งเครือข่ายสลัม 4 ภาค เสนอให้มีการจ่ายแบบถ้วนหน้า และคัดผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบออก เพื่อให้ทุกคนได้นำเงินไปบรรเทาความเดือนร้อนเฉพาะหน้า มาตรการความเข้มงวดที่ใช้อยู่ ถึงแม้จะมีประสิทธิภาพในการลดการระบาดของโรค แต่ในปัจจุบันเริ่มส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการประกอบอาชีพของคนจนเมือง ที่ต้องตกงาน บางส่วนรายได้ลดลง ทำให้ไม่มีเงินเลี้ยงดูครอบครัว ในขณะที่ภาระหนี้สินไม่ได้หยุดลง คนจนเมืองเหล่านี้ต้องอาศัยการรับบริจาคอาหาร เครื่องใช้จำเป็นเพื่อยังชีพ จากบุคคล และกลุ่มองค์กรต่างๆ

แถลงการณ์ระบุว่า เครือข่ายสลัม 4 ภาค จึงขอเสนอให้รัฐบาลทำหน้าที่ในการออกมาตรการในการช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง ครอบคลุม เช่น มาตรการลดค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ควรเพิ่มเติมสำหรับชุมชนแออัดหลายแห่งที่ใช้มิเตอร์ชั่วคราว และไม่เข้าเกณฑ์ที่ประกาศมา และควรออกมาตรการการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย และควรผ่อนคลายความเข้มงวดลง โดยเปิดให้ชาวบ้านได้เริ่มประกอบอาชีพได้ ภายใต้การดูแลด้านสาธารณสุข เพื่อให้ชุมชนพอจะตั้งหลักชีวิตได้บ้าง

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า ปัจจุบันชุมชนหลายแห่งทั่วประเทศ เริ่มคิดเรื่องการพึ่งตัวเอง เพื่อรับมือกับภาวะวิกฤตที่จะอยู่กับเราอีกนาน โดยการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร เพื่อลดรายจ่าย และสร้างกลุ่มอาชีพในชุมชน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)เพราะเราเชื่อว่าการดำเนินการนี้ จะทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง ช่วยเหลือดูแลกัน และสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองในระยะยาว แต่เนื่องจากมีกระแสข่าวว่ารัฐมนตรี พม. จะให้หยุดดำเนินการ และนำเงินดังกล่าวมาใช้ตามนโยบายของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงเอง โดยการแจกถุงยังชีพ ทำอาหาร

“เราเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการแย่งงบประมาณของชาวบ้านที่จะใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อสร้างความยั่งยืน มาใช้หาเสียงในภาวะวิกฤตนี้ เครือข่ายสลัม 4 ภาค เห็นว่ารัฐมนตรีควรผลักดันมาตรการในทางนโยบายร่วมกับรัฐบาล เพื่อสร้างประโยชน์อย่างทั่วถึง และแบ่งเบาภาระผู้ได้รับผลกระทบในสังคมได้จริง” แถลงการณ์ระบุ

ในแถลงการณ์ได้ระบุข้อเรียกร้องต่อ พม. ดังนี้ 1. รัฐมนตรี พม. ต้องหยุดพฤติกรรมเอางบประมาณของชาวบ้านที่ใช้ทำงานพัฒนาอาชีพ และสร้างความยั่งยืนของชุมชน มาหาเสียงโดยการแจกถุงยังชีพ 2. พม. ต้องยืดระยะเวลาการพักหนี้เพิ่มอีก 3 เดือน สำหรับลูกหนี้จากโครงการบ้านมั่นคง และ โครงการบ้านเอื้ออาทร เนื่องจากสถานการณ์สังคมยังไม่กลับสู่ความปกติ

ในแถลงการณ์ยังได้มีข้อเสนอต่อรัฐบาลดังนี้ 1. ตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมือง และชนบท เพื่อให้กลับมาตั้งหลักชีวิตได้ ให้ดำเนินการโดย พอช.2. หยุดจับคนไร้บ้าน และคนตกงาน ที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าเช่าห้อง และต้องออกมาใช้ชีวิตในที่สาธารณะ3. ควรมีการผ่อนคลายมาตรการ โดยการเปิดพื้นที่ทำมาหากินให้กับชาวบ้าน ทั้งนี้จะต้องอยู่ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุข

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรี พม.กล่าวว่าตนยังไม่เห็นข่าวและไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงที่ระบุว่าตนนำเงินมาหาเสียงนั้นเป็นอย่างไร ขอเวลาตรวจสอบข้อมูลก่อน และจะเชิญผู้บริหาร พอช.มาชี้แจง

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออกมาตรการให้ทุกกระทรวงปรับลดงบประมาณเพื่อน้ำไปใช้ในการแพร่ระบาดของไวรัสโรวิด โดยในส่วนของ พม.นั้น ผู้บริหารพอช.ได้แจ้งว่ามีงบประมาณ 144 ล้านสำหรับโครงการบ้านมั่นคง แต่ไม่สามารถปรับลดได้เพราะเป็นงบที่เริ่มต้นผูกพันแล้ว แต่เมื่อมีการซักถามในรายละเอียดโดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบการให้เงิน ตัวแทนของพอช.กลับไม่สามารถชี้แจงให้กระจ่างชัดได้ ทำให้ผู้บริหาร พม.มองว่าเป็นการหวงงบประมาณเพื่อนำไปใช้ และมีการออกไปให้ข่าวในลักษณะที่เสียหาย
/////////////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.