โดย ผศ.ดร. พลวัฒ ประพัฒน์ทอง
ศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติในจังหวัดเชียงรายฯ

วันก่อนผมมีโอกาสได้ทำงานวาดภาพร่วมกับศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติในจังหวัดเชียงรายในสถานการณ์โควิด 19 ผมมีแนวคิดนำลายเส้นและสีประกอบกันเป็นเรื่องราวกลุ่มคนจำนวนมากที่ไม่สามารถเดินทางไปข้างหน้าหรือถอยกลับไม่ได้


ตอนนี้มีคนจำนวนมากอยู่ในภาวะกลับบ้าน(ประเทศ)ไม่ได้ สถานที่สำหรับอยู่อาศัยก็เป็นเพียงที่พักอาศัยนอกประเทศของตนเอง เพื่อมาทำงานแล้วติดอยู่ในพื้นที่นี้ พวกเขากลายเป็นคนนอกที่รัฐตนเองไม่ต้องการให้กลับ รัฐที่อาศัยอยู่ก็ไม่รับรู้ว่ามีคนเช่นนี้อยู่เพราะไม่มีงานทำในระบบ และถึงแม้ทำงานในระบบพวกเขาก็อยู่นอกสายตาของสังคม


อาสาสมัครที่เป็นแรงงานสตรีชาวเมียนมา ที่มาช่วยเหลือในการเป็นวิทยากร เธอจะใส่ชุดประจำชาติในงานภาคสนามเสมอ

เครื่องประดับและดอกไม้จะพบเสมอในการประดับศีรษะเป็นวัฒนธรรมการบูชาศีรษะอย่างหนึ่ง

อาสาสมัครสตรีชาวเมียนมา ในชุดผ้าซิ่นลุนตยา

คุณป้าคนไทยที่หมู่บ้านไทยสมุทร เคยเป็นพนักงานไทยสมุทรประกันภัยมาก่อนตอนนี้ทำหน้าที่ดูและประสานงานในชุมชน ซึ่งหมู่บ้านไทยสมุทร เชียงราย เป็นโครงการจัดสรรที่ดินและรับสร้างบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย โครงการที่เชียงรายได้เริ่มตั้งแต่ปีพ.ศ. 2519 นับเป็นการจัดสรรที่ดินในต่างจังหวัดยุคแรก ปัจจุบันหมู่บ้านนี้กลายเป็นที่อาศัยราคาถูกของแรงงานอพยพ ด้วยการบอกต่อๆกัน ถ้าจะมาเริ่มต้นให้มาเช่นในหมู่บ้านนี้ก่อน

ร่องรอยของการทำงานหนัก

ภาพนนี้เลือกที่จะใช้ลายเส้นที่เรียบง่ายให้เห็นถึงความว่างเปล่าของอนาคต แต่ยังคงมีริมฝีปากที่ออกสีชมพู เล็กน้อย เพื่อแสดงถึงความหวังในชีวิตวันพรุ่งนี้

เมื่อมีคนแปลกหน้า การหลบซ่อนตัวตนจึงพบเสมอ

ทานาคา คือสิ่งที่พบบนใบหน้าของแรงงานผู้หญิงชาวเมียนมา

แรงงานสตรีอาวุโส

อาสาสมัครสตรีชาวเมียนมา ในชุดผ้าซิ่นลุนตยา

อาสาสมัครสตรีชาวเมียนมา ในชุดผ้าซิ่นลุนตยา

ผู้หญิงในงานวาดภาพในภาคสนาม การทำงานพบว่าในระดับชุมชนหอพักผู้หญิงมีบทบาทอย่างสำคัญในการดูแลสุขภาพและเป็นผู้นำ มีชุมชนจำนวน 3 แห่งจาก 6 ชุมชนหอพัก มีผู้หญิงจำนวน 7 คนเป็นคณะทำงาน และใน 7 คนนั้น มีผู้นำหญิง 2 คนเป็นวิทยากรหลักในการถ่ายทอดการใช้เครื่องมือวัดไข้ สอบถามอาการ และลงบันทึกประจำวันให้กับชุมชนอื่นๆ

คุณพ่อวินัย บุญลือ แห่งศูนย์การศึกษาเซเวียร์ เชียงแสน (Xavier Learning Community) ผู้เป็นเรี่ยวแรงสำคัญที่ช่วยเหลือผลักดันงานให้สำเร็จ

คุณสืบสกุล กิจนุกร (นักวิจัยประจำศูนย์วิจัยนวตกรรมสังคมเชิงพื้นที่ มฟล.) ในฐานะผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติในจังหวัดเชียงรายในส ถานการณ์โควิด 19) กำลังพูดคุยกับแรงงานอาวุโสที่หอพักตลาดสดป่าก่อ ภาพของแรงงานสตรีท่านนี้แสดงให้เห็นถึงร่องรอยการทำงานหนัก ซ่อนในเรือนร่างที่แข็งแกร่ง

 

คุณพ่อวินัย บุญลือ แห่งศูนย์การศึกษาเซเวียร์ เชียงแสน (Xavier Learning Community) ผู้เป็นเรี่ยวแรงสำคัญที่ช่วยเหลือผลักดันงานให้สำเร็จ

ผศ.ดร. พลวัฒ ประพัฒน์ทอง หัวหน้าหน่วยวิจัยศิลปวัฒนธรรมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง แห่ง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง



สำหรับผมนั้นภาพถ่ายในสถานการณ์นี้อาจเป็นจริงแบบตามมองเห็น แต่สำหรับเรื่องที่สวยงามคือการที่มนุษย์กำลังช่วยเหลือกันและกัน น่าจะเป็นภาพวาดก็เพียงพอ เพราะไม่สามารถนำภาพวาดไปวิจารณ์ต่อในประเด็นอื่นๆ ได้ (เพราะมันถูกปรุงแต่งแล้วโดยผู้วาด) แต่ถ้าเป็นภาพถ่าย ชีวิตคนอาจทำให้ชีวิตติดกับดักในภาพนั้นตลอดไป


นอกจากนี้การวาดภาพยังเป็นการเยียวยาตัวผมเองด้วยในภาวะเช่นนี้ การวาดภาพทำให้ผมเห็นว่า “มนุษย์ต้องร่วมมือช่วยเหลือกัน” ที่ผมรู้สึกเช่นนั้นสืบเนื่องจาก ในขณะนี้ลูกสาวของผมเองกำลังเผชิญภาวะที่คล้ายกับแรงงานข้ามชาติในจังวัดเชียงราย โดยเธออยู่ในฐานะนักศึกษาปริญญาตรีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากชาวอเมริกันเวียดนามซึ่งเคยเป็นผู้อพยพที่ไร้รัฐมาก่อนช่วยเหลือให้ที่พักอาศัยรวมถึงอาหารทุกมื้อ เพราะเขาเข้าใจว่าคนที่กลับประเทศตัวเองไม่ได้นั้น มีความรู้สึกเช่นไร ถึงแม้ว่าครอบครัวนี้จะไม่ได้มีฐานะร่ำรวย และอยู่ได้ด้วยเงินช่วยเหลือของรัฐบาลอเมริกัน


ลูกสาวผมเล่าว่าครอบครัวนี้ต้องประหยัดอย่างมาก พวกเขาได้รับโปรตีนจากเนื้อไก่เท่านั้น เพราะโรงงานฆ่าสัตว์แบบหมู วัว บางส่วนปิดกิจการ พวกเขายังต้องรับประทานที่คนอเมริกันไม่กินอีกด้วยเช่น เครื่องในและไข่ที่กำลังเป็นตัว ในตอนเช้า พ่อกับแม่ต้องออกไปรับอาหารเช้าที่รัฐแจกจ่าย โดยปริมาณอาหารนั้นขึ้นอยู่กับจำวนวนสมาชิกที่มีในแต่ละครอบครัว (ซึ่งจำนวนนี้รวมลูกผมด้วย) อาหารเช้าที่รัฐแจกจ่าย มี แซนด์วิช ชีส นม และผลไม้ ความประหยัดทำให้ครอบครัวนี้ยังดูแลสมาชิกที่เป็นคนนอกเพิ่มเติมได้ และยังบอกว่าให้อยู่จนถึงเปิดเทอมในเดือนกันยายน


การเดินไปข้างหน้าไม่ได้ ปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องทำไม่ได้ และหันกลับไปก็ไม่ได้ เป็นภาวะอันสับสน และหาทางออกไม่เจอ มีการประท้วงที่อเมริกาใช้คำว่า “เสรีภาพเป็นสิ่งที่ต้องการ แม้ว่าจะตายก็ตาม” มนุษย์ยอมตายได้ถ้าขาดเสรีภาพ มันยังเป็นจริงหรือไม่ ภาวะเช่นนี้เราอาจพบคำตอบถ้าเหตุการณ์ยังยืดเยื้อออกไป

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.